หากเจ้าเป็นคนชั่วข้าจะแต่งงานด้วย
“เจ้า!!ต้องทำแผล” บาดแผลที่นางมองผ่านๆก็รู้ว่าต้องฉกรรณ ร่างบอบบางดั่งปุยนุ่นพยายามดึงร่างบุษที่ตอนนี้เสียเลือดจนหน้าซีดไปแอบไว้ในห้องเก็บอุปกรณ์ทำนาด้านหลัง นางใช้ตะเกียงส่องดูแผลที่เวอะว่ะจากคมมีดแล้วได้แต่กลืนน้ำลายลงคอ ก่อนจะผลุบหายไปในบ้าน ตักน้ำสะอาดและผ้าที่คิดว่าสะอาดที่สุดออกมาตัดเป็นชิ้นเล็ก
“เช็ดคราบเลือดออกก่อนมันชุ่มขนาดนี้ข้ามองไม่เห็นปากแผล” คนที่บาดเจ็บทำได้เพียงนั้งมองนางทำอะไรเร็วและคล่องตัวไปเสียหมด
“ข้าจะทำการห้ามเลือดแต่ที่นี่ไม่มียา ท่านรอเสียหน่อย” นางเช็ดเลือดเรียบร้อยก่อนจะใช้ผ้าสะอาดพันปิดปากแผลเอาไว้ แล้ววิ่งไปตามพี่ชาย
“ท่านพี่มีคนบาดเจ็บอยู่ที่โรงเก็บของเจ้าค่ะ” นางสะกิดเพียงแผ่วเบาคนเป็นพี่ชายก็รีบขยับลุกขึ้น ก่อนจะลุกขึ้นมาแรงจูงไปด้านหลัง
”หว่านอันเจ้ากล้าพาคนแปลกหน้ามาพักในบ้านได้อย่างไร“ คนโดนดุทำหน้าเจี๋ยมเจี้ยมก่อนจะกระตุกชายเสื้อ
”ช่วยก่อนค่อยดุได้หรือไม่ เขาจะตายอยู่แล้ว“ คนที่ถูกกล่าวถึงว่าจะตายทำได้แค่กรอกตา เขายังไม่ตายเสียหน่อย แค่ไม่มีแรงเท่านั้น
“เห้อออ เจ้ารออยู่นี่ข้าไปดูสมุนไพรสักหน่อย” เขาเดินหายไปในความมืด นิ้วเล็กๆจิ้มลงบนแขนชายแปลกหน้า
“ท่านทำอาชีพอะไร” นางถามคนที่บาดเจ็บและแอบเข้ามาหลบภัยในบ้านน้อยๆของนาง
“หึ เหตุใดจึงอยากรู้” เขาใส่ชุดดำทั้งตัวนางมองอย่างพินิจพิเคราะห์
“หากท่านเป็นคนไม่ดี ข้าก็ยินดีไปเป็นเมียท่าน ขออย่างเดียว วันพรุ่งนี้อย่าให้ข้าได้แต่งงานกับบุตรชายพ่อค้าขี้โกงเช่นนั้น” คำตอบของนางทำเขาเลิกคิ้วอย่างสงสัย
“เหตุใดจึงไม่อยากแต่งงาน” เขาถามเสียงเบา แต่เวลานี้ค่อนข้างดึกและเงียบจึงยินเสียงพูดคุยกันชัดเจน
“ข้าไม่อยากไปเป็นบ้านรองใคร ไม่อยาก…เป็นทาสใครอีกแล้ว ใครกันจะมีค่าตัวเพียงห้าตำลึง จะซื้อข้าไปใช้งานชัดๆ ทำเพียงแต่งงานบังหน้า” นางกอดอกหน้ามุ่ย
“แล้วไม่กลัวว่าหากไปอยู่กับข้าเจ้าจะได้เป็นทาสรึ” เขาถามหยั่งเชิง นางเงียบไปเหมือนครุ่นคิด
“งั้นเรามาแลกเปลี่ยนกัน ข้ารักษาท่าน ท่านตอบแทนคุณข้าเพียงแค่บอกว่าเป็นชายคนรักของข้า เราผิดผีกันแล้ว หากถูกไล่ออกจากที่นี่ ท่านกับข้าค่อยแยกทางกันดีหรือไม่” ท่าทางลุ้นในคำตอบทำเขาขำในลำคอก่อนจะอ้าปากตอบ
“ไม่ดี!!” นั่นไม่ใช่เสียงเขาแต่เป็นเสียงพี่ชายนางต่างหาก
”พี่ใหญ่ ท่านกำลังไม่เข้าใจข้า“ นางทำหน้ามุ้ยพร้อมลุกไปเผชิญหน้ากับคนเป็นพี่ เด็กหนุ่มวัยรุ่นที่ต้องคอยดูแลน้องๆแม้จะแปลกใจไปบ้างแต่เขารู้สึกชอบที่น้องสาวมีชีวิตชีวาแบบนี้
“หว่านอันนี่ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ เจ้ารู้จักเขาดีแค่ไหนถึงยื่นข้อเสนอเช่นนั้น” เยี่ยคุนบดยาใส่ครกเล็กๆอย่างชำนานจนชายแปลกหน้าอดสงสัยไม่ได้
“เจ้าเป็นหมอยาหรือ” ท่าทางคล่องแคล่วเช่นนี้หากไม่ใช่หมอยาจะเป็นอะไรไปได้
“เปล่าขอรับ ข้าจำมาจากท่านพ่อและท่านแม่ ท่านเป็นหมอยาที่มีชื่อ จึงถูกเกณฑ์ขึ้นเรือสินค้าไปรักษาคนไข้ในเรือเดินสมุทร” เขาตอบไปตามตรง หาคำตอบไม่ได้เช่นกันว่าเหตุใดจึงไว้ใจคนตรงหน้าเล่าเรื่องครอบครัวให้เขาฟัง
“เช่นนั้นแล้ว พวกเจ้าดูแลกันเองรึ” คนเจ็บยังถามต่อไม่หยุดขณะถูกร่างสูงพันแผล
“ขอรับข้าชื่อเสี่ยวเยี่ยคุน มีน้องสาวหนึ่งคนคือคนที่ยื่นข้อเสนอแปลกๆให้ท่านนางชื่อเสี่ยวหว่านอัน และน้องชายคนเล็กเสี่ยวว่าน เราดูแลกันเองมาตลอดจนกระทั้ง…“ แม้ไม่อยากเอ่ยปากแต่การได้พูดคุยกับคนไม่รู้จักเขาถือว่าได้ระบายอีกทางนึง
”ข้าต้องไปศึกษาต่อเพราะเป็นบุรุษในตระกูลเพียงสองคนกับเสี่ยวว่าน ส่วนหว่านอันต้องแต่งเข้าตระกูลไหนสักตระกูล ข้าเองก็ทำใจทิ้งน้องไม่ได้“ ท่าทางหนักใจของทั้งคู่ไม่ได้เล็ดรอดสายตา แต่คนเจ็บก็ไม่ได้กล่าวสิ่งใดออกมา
”ท่านพักเสียที่นี่ วันพรุ่งนี้ค่อยไปที่โรงหมอเถิด ข้าจะหาผ้ามาให้คลุม“ เขามองดูคนที่คิดว่าไม่มีพิษภัยก่อนจะถอยออกมา
”คืนนี้เจ้าไปนอนกับว่านเอ๋อ ข้านอนข้างนอกเอง“ อย่างไรเสียน้องสาวเขาก็เป็นสตรีคนเป็นพี่ย่อมไม่อยากให้เกิดข่าวลือใดๆออกมา
”ให้ไปนอนกับท่านเถิด เขาบาดเจ็บเช่นนี้ก่อเรื่องอันใดได้กัน แต่ว่า…อากาศข้างนอกหนาวเกินไป เขาพึ่งเสียเลือดมาอาจหนาวตายได้“ นางหันไปบอกพี่ชายเมื่อพันผ้าพันแผลให้เขาเสร็จ บาดแผลเขานั่นอาจใช้เวลาพักฟื้นถึงแรมเดือน มันเข้าลึกจนหน้ากลัว สิ่งที่นางคิดอีกอย่างคือ หากมีคนตามมาทำร้ายเขา คงไม่เป็นการดี
”เช่นนั่นก็ได้ มาช่วยข้าพยุง“ ร่างแน่งน้อยเดินไปช่วยพี่ชายอย่างไม่อิดออด ชาติที่แล้วนางฝึกโหดกว่านี้เยอะ แค่นี้นางไม่ถือว่าหนักหนาอะไร เมื่อส่งคนเจ็บนอนเรียบร้อย นางจึงย้ายตัวเองเข้าไปนอนกับน้องชายในห้อง
