บทที่ 17 ข้อตกลง
บทที่ 17 ข้อตกลง
หลังจากเลิกงานในวันนั้นหลินเสี่ยวเฉินไม่รีรอเหมือนทุกวัน ปกติเขาจะอยู่เล่านิทานให้เด็ก ๆ ในเมืองฟังเพื่อเก็บคะแนนความสุขเพิ่ม แต่วันนี้เขาปฏิเสธคำชวนของพวกเด็ก ๆ บอกเพียงว่าวันนี้มีธุระสำคัญต้องรีบกลับบ้าน
ความจริงแล้วในใจของเขาเต็มไปด้วยความกังวล แม้จะวางแผนทุกอย่างไว้แล้วแต่เขาก็ยังไม่มั่นใจว่าหวงหยางกับเด็ก ๆ จะสามารถรับมือกับผู้ใหญ่ได้จริงหรือไม่ การเผชิญหน้ากับคนที่โตกว่า แข็งแรงกว่าและมีอำนาจทางสังคมมากกว่าไม่ใช่เรื่องง่ายเลย โดยเฉพาะสำหรับเด็กกลุ่มหนึ่งที่เพิ่งรวมตัวกันได้ไม่นาน จะว่าไปก็เมื่อเช้านี้เอง
ระหว่างทางกลับหมู่บ้าน ฝีเท้าของเขาเร็วผิดปกติ ลมหายใจถี่ขึ้นเล็กน้อยโดยไม่รู้ตัว ภาพเหตุการณ์ต่าง ๆ ถูกจำลองซ้ำไปมาในหัว ทั้งกรณีที่เด็ก ๆ ถูกข่มขู่ ถูกผลักหรือแม้แต่ฝายถูกทำลาย
“ขออย่าให้เกิดเรื่องแบบนั้นเลย” เขาพึมพำเบา ๆ
เมื่อมาถึงลำธารหลังหมู่บ้านภาพที่เห็นทำให้เขาโล่งใจ ฝายยังคงอยู่ในสภาพดี น้ำยังคงถูกกักเก็บไว้เหมือนเดิม และที่สำคัญ เด็ก ๆ กำลังนั่งรวมกลุ่มกันอยู่ไม่ไกลนัก บรรยากาศดูผ่อนคลาย ไม่มีร่องรอยของความวุ่นวายอย่างที่เขากังวล
ทันทีที่หวงหยางเห็นเขา เด็กชายก็รีบลุกขึ้นวิ่งเข้ามา ใบหน้าเต็มไปด้วยความตื่นเต้น
“พี่เสี่ยวเฉิน...” เขาเรียกเสียงดัง
หลินเสี่ยวเฉินยิ้มบาง ๆ ก่อนจะถามขึ้นตรง ๆ “เป็นอย่างไรบ้าง”
หวงหยางรีบเล่าเหตุการณ์ทั้งหมดอย่างกระตือรือร้น ตั้งแต่ตอนที่ชาวบ้านมารุมล้อม จนถึงตอนที่พวกเขาใช้คำว่า “กฎหมาย” และ “ลิขสิทธิ์” มาข่ม จนในที่สุดทุกคนก็ยอมจ่ายเงินตามที่กำหนด
เด็ก ๆ คนอื่น ๆ ก็ช่วยกันเสริม รายละเอียดบางอย่างอาจเล่าเกินจริงไปบ้าง แต่โดยรวมแล้วทุกอย่างเป็นไปตามแผนแทบทั้งหมด หลินเสี่ยวเฉินฟังเงียบ ๆ พลางพยักหน้าเป็นระยะ
เมื่อหวงหยางเล่าจบ เขาก็เอ่ยขึ้นช้า ๆ “พวกเจ้าทำได้ดีมาก”
คำชมสั้น ๆ แต่จริงใจ ทำให้เด็ก ๆ ทุกคนยิ้มกว้างขึ้นทันที บางคนถึงกับยืดอกอย่างภาคภูมิใจ
อย่างไรก็ตามหลินเสี่ยวเฉินยังคงมีสีหน้าครุ่นคิดเล็กน้อย
“ที่จริงแล้วข้าเองก็ไม่ได้อยากเก็บเงินจากชาวบ้าน” เขาพูดต่อ
คำพูดนี้ทำให้เด็ก ๆ หลายคนชะงักไป หวงหยางขมวดคิ้ว “เพราะเหตุใดหรือ”
หลินเสี่ยวเฉินหันมามองพวกเขา ดวงตานิ่งสงบ “ข้าแค่ต้องการดัดนิสัยพวกเขาก็เท่านั้น คนที่คอยแต่จะเอาเปรียบผู้อื่น ถ้าไม่เคยถูกขัดก็จะไม่มีวันเปลี่ยน”
เด็ก ๆ เงียบลง พยายามทำความเข้าใจคำพูดนั้น
“ถ้าพวกเราให้ใช้โดยที่ไม่ต้องจ่ายเงินตั้งแต่แรก พวกเขาจะคิดว่านี่เป็นสิทธิ์ของตัวเอง แต่เมื่อมีราคาต้องจ่ายพวกเขาจะเริ่มคิด”
หวงหยางพยักหน้าช้า ๆ เหมือนเริ่มเข้าใจ เด็ก ๆ คนอื่นก็เฝ้ารออย่างตั้งใจว่าพี่เสี่ยวเฉินของพวกเขาจะพูดอะไรต่อ
“และอีกไม่นานพวกเขาจะไม่มีเงินจ่าย”
คำพูดนั้นทำให้เด็ก ๆ มองหน้ากัน
“แล้วจะเกิดอะไรขึ้นหรือขอรับ” หวงหยางถาม
หลินเสี่ยวเฉินยกมุมปากขึ้นเล็กน้อย แล้วตอบสั้น ๆ “ปัญหา แต่ข้าเตรียมทางออกไว้แล้ว”
เขาไม่ได้อธิบายต่อ ปล่อยให้ความสงสัยค้างอยู่ในใจของเด็ก ๆ
วันเวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว ตลอดสิบวันที่ผ่านมาฝายยังคงทำงานได้ดี น้ำที่กักเก็บไว้ช่วยให้หลายครอบครัวสามารถรดพืชผลได้บ้างแม้จะไม่มากนักแต่ก็ดีกว่าไม่มีเลย
ในช่วงแรกชาวบ้านยอมจ่ายเงินหนึ่งเฟินโดยไม่พูดอะไรเพราะพวกเขายังพอมีเงินเก็บอยู่บ้าง แต่เมื่อวันเวลาผ่านไปปัญหาก็เริ่มปรากฏ เงินที่มีอยู่เริ่มร่อยหรอ ค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันยังคงมี ข้าวสารต้องซื้อ ยาต้องใช้ เสื้อผ้าต้องซ่อมแซม เมื่อรายได้แทบไม่มีแต่ต้องจ่ายเงินเพื่อใช้น้ำทุกวันภาระจึงเริ่มหนักขึ้นเรื่อย ๆ
ในที่สุดวันที่หลินเสี่ยวเฉินคาดไว้ก็มาถึง เช้าวันหนึ่งหน้าบ้านหลินมีผู้คนกลุ่มหนึ่งเดินเข้ามา นำหน้าคือหัวหน้าหมู่บ้าน ชายวัยกลางคนสีหน้าจริงจัง ส่วนด้านหลังคือชาวบ้านหลายคนที่เคยไปตักน้ำจากฝาย
หลินเสี่ยวเฉินที่กำลังจัดของอยู่หน้าบ้านเงยหน้าขึ้นมองก่อนจะวางมือแล้วเดินออกไปต้อนรับ เขาไม่ได้แสดงความแปลกใจราวกับคาดไว้แล้วว่าพวกเขาจะมา
หัวหน้าหมู่บ้านมองเด็กชายตรงหน้าอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ยขึ้น “เสี่ยวเฉิน…พวกเรามีเรื่องจะมาคุยด้วย”
หลินเสี่ยวเฉินพยักหน้าเล็กน้อย เชิญทุกคนนั่งลงใต้ร่มไม้ข้างบ้าน บรรยากาศเงียบไปชั่วขณะ
“พวกเราไม่มีเงินจะจ่ายแล้ว” ชาวบ้านคนหนึ่งพูดขึ้นอย่างทนไม่ไหว คำพูดนั้นตรงไปตรงมา หลายคนพยักหน้า สีหน้าเต็มไปด้วยความลำบากใจ
“ถ้ายังต้องจ่ายแบบนี้ต่อไปพวกเราคงอยู่ไม่ไหว” อีกคนหนึ่งกล่าวเสริม
หลินเสี่ยวเฉินฟังโดยไม่ขัดจังหวะ เมื่อทุกคนพูดจบ เขาจึงค่อย ๆ เอ่ยขึ้น “ถ้าไม่ต้องจ่าย เช่นนั้นก็ได้”
คำตอบนั้นทำให้ทุกคนงุนงง บางคนถึงกับมองหน้ากันอย่างไม่เชื่อเพราะไม่คิดว่ามันจะง่ายถึงเพียงนี้
“จริงหรือ?” มีคนถาม
หลินเสี่ยวเฉินพยักหน้า “แต่มีเงื่อนไข”
คำว่า “เงื่อนไข” ทำให้บรรยากาศตึงขึ้นเล็กน้อย
“เงื่อนไขอะไร” หัวหน้าหมู่บ้านเป็นคนถามแทนทุกคน
หลินเสี่ยวเฉินมองไปรอบ ๆ ก่อนจะพูดอย่างชัดเจน “พวกท่านทุกคนต้องช่วยกันสร้างฝายเพิ่มอีกสองแห่ง”
“สองแห่งงั้นหรือ” ใครบางคนทวน
“ใช่” เขาตอบ “สร้างให้เหมือนฝายเดิมหรือดีกว่าก็ได้ การสร้างฝายเพิ่มจะสามารถทำให้เก็บน้ำได้มากขึ้น เมื่อสร้างเสร็จแล้วทุกคนจะใช้น้ำจากที่ไหนก็ได้โดยไม่ต้องจ่ายเงินอีก”
เงื่อนไขนี้ทำให้ชาวบ้านเริ่มครุ่นคิด มันไม่ใช่ข้อเสนอที่ยากจนเกินไป เพราะแม้แต่เด็กตัวเล็ก ๆ ยังทำกันได้ แล้วพวกเขาเป็นผู้ใหญ่ มีคนมากกว่า มีแรงเยอะกว่า เหตุใดจะทำไม่ได้กัน
“และหลังจากนั้นทุกคนในหมู่บ้านต้องช่วยกันดูแลฝาย ซ่อมแซมเมื่อเสีย รักษาไม่ให้พัง ถ้าทำได้…น้ำจะอยู่กับพวกเราไปอีกนาน” หลินเสี่ยวเฉินยังพูดต่อ
ความเงียบปกคลุมอีกครั้ง ครั้งนี้ไม่ใช่ความไม่พอใจแต่เป็นการชั่งน้ำหนัก หัวหน้าหมู่บ้านมองเด็กชายตรงหน้าอย่างพิจารณา เขาเริ่มเข้าใจแล้วว่าทำไมเด็กคนนี้ถึงตั้งเงื่อนไขแบบนี้ตั้งแต่แรก ไม่ใช่เพื่อเงินแต่เพื่อให้ทุกคนลงมือทำด้วยตัวเอง
สุดท้ายหัวหน้าหมู่บ้านจึงพยักหน้า “ตกลง พวกเราจะช่วยกันสร้าง เดี๋ยวข้าจะเป็นคนคุมงานเอง เพียงเจ้าบอกรายละเอียดในการสร้างฝายมา”
เมื่อหัวหน้าหมู่บ้านตอบแบบนั้น คนอื่น ๆ ก็ไม่มีใครคัดค้าน บางคนถึงกับถอนหายใจอย่างโล่งอก
“ถ้าอย่างนั้นพรุ่งนี้ก็เริ่มได้เลย ส่วนเรื่องวิธีการสร้างฝายนั้นท่านก็ไปถามเอากับหวงหยาง ข้าสอนเขาไว้หมดแล้ว” หลินเสี่ยวเฉินกล่าว
พอพูดถึงหวงหยางสายตาไม่พอใจของชาวบ้านบางคนก็ส่งออกมา บางคนถึงกับพูดว่า “นี่พวกเราต้องฟังคำพูดของเด็กวางก้ามอย่างหวงหยางเช่นนั้นหรือ”
หัวหน้าหมู่บ้านลุกขึ้นยืน หันมามองหลินเสี่ยวเฉินอีกครั้ง แววตาเปลี่ยนไปจากเดิม
“เสี่ยวเฉิน…” เขาพูดช้า ๆ “เจ้าเป็นเหมือนคนที่สวรรค์ส่งมา หมู่บ้านของพวกเราถึงมีความหวังอีกครั้ง”
คำพูดนั้นเรียบง่ายแต่จริงใจ ชาวบ้านคนอื่น ๆ เองก็พยักหน้า บางคนเอ่ยขอบคุณ บางคนเพียงมองด้วยสายตาซาบซึ้ง
หลินเสี่ยวเฉินนิ่งไปเล็กน้อยก่อนจะก้มศีรษะตอบรับอย่างสุภาพทว่าไม่ได้พูดอะไรอีก
หลังจากคุยกับพวกชาวบ้านแล้วเขาก็เข้าเมืองไปทำงานตามปกติ ทว่าเมื่อทำงานเสร็จเสียงจากระบบก็ดังขึ้นอีกครั้ง [ได้รับคะแนนความสุขเพิ่มอีก 1200 คะแนน]
เขารับรู้ได้ว่าคะแนนครั้งนี้มากจาความสุขของชาวบ้านที่ช่วยกันสร้างฝายจนเสร็จและดีใจที่จะได้มีน้ำใช้กันถ้วนหน้า
ทว่าเสียงของระบบกับดังขึ้นอีกครั้ง [เจ้าสะสมคะแนนความสุขไปแล้วทั้งหมด 10,000 คะแนน ระบบเลื่อนขั้นสู่ระดับที่ 2 ปลดล็อกร้านค้า]
