บท
ตั้งค่า

ตอนที่ 7 เสนอกายดูแล

ตอนที่ 7 เสนอกายดูแล

ผิงเอ๋อร์เดินเข้ามาในงานเลี้ยงทุกสายตาจับจ้องนางเป็นตาเดียวกัน ราวกับนางเป็นดอกไม้งดงามที่ขึ้นในช่วงหิมะโหมกระหน่ำ ดวงตาประกายแวววาว หื่นกามของเหล่าทหารไม่เว้นแม้แต่โจวไห่หลง เขาชะงักยกจอกสุราค้างดวงตามันวาวอย่างเคลิบเคลิ้มจ้องมองร่างบางทั้งตัวหัวจรดเท้า นึกอิจฉาแม่ทัพจ้าวเหวินที่ได้ครอบครองนาง

“ข้าอิจฉาเจ้าจริง ๆ ในเมื่อเจ้าไม่คิดอะไรกับนางและไม่ยกย่องนางขึ้นเป็นฮูหยิน อย่าลืมคำพูดของข้า ข้ายังไม่คืนคำที่จะรับเลี้ยงนางต่อจากเจ้าหลังกลับวังหลวง และไม่ต้องเป็นห่วงข้าจะดูแลนางเป็นอย่างดี ”เขาเอ่ยออกมาโดยไม่ได้มองใบหน้าอีกฝ่าย มือกำจอกสุราแน่นดวงตาจ้องเขม็งดุดันเกรี้ยวโกรธ ขนาดเขาทำให้ร่างกายของนางเกิดจ้ำกุหลาบหลายจุดอีกทั้ง กระทำรุนแรงกับนางให้นางหลาบจำ แต่เหตุใดนางจึงแต่งกายด้วยผ้าน้อยชิ้นมากกว่าเดิม นางสวมอาภรณ์สีแดงด้านบน เผยหน้าท้องเรียบเนียนสู่สายตาผู้อื่น อาภรณ์ด้านบนรัดแนบเนื้อจนดันเนื้ออกเผยออกมาให้เห็นเนื้อขาวนูนยั่วยวนสายตา เขากัดริมฝีปากก่อนจะวางจอกสุราลงบนโต๊ะเสียงดัง ลุกขึ้นพรวดดึงเสื้อคุมด้านนอกของตนเองไปคุมกายของผิงเอ๋อ์รไม่อยากให้ผู้อื่นเห็นเรือนร่างของนางแม้เพียงนิด ก่อนจะก้มลงกระซิบข้างหูของนางด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาแต่ดุดันทำให้ร่างบางชะงักเล็กน้อยพลางแสยะยิ้ม นางไม่ได้เกรงกลัวแต่พึงพอใจที่ป่วนประสาน ทำให้เกิดสงครามอารมณ์

“เจ้าไม่เกรงกลัวคำข่มขู่ของข้าสักนิดเลยหรือ ? รึว่าเจ้าต้องการเป็นนางบำเรอของทหารทั้งกองทัพกัน ! คืนนี้เจ้ากล้าท้าทายอำนาจของข้า ข้ามอบเจ้าให้ทหารทั้งกองทัพได้สุขสมดีหรือไม่นะ”

“เอาสิเจ้าคะ อย่างไรข้าก็เป็นเพียงสตรีอุ่นเตียงของท่าน ไม่ว่าจะให้ข้าปรนนิบัติผู้ใด หากเป็นคำสั่งของท่านข้าย่อมทำได้ทุกอย่าง”

“บ้าดีเดือดนักนะ ยามนี้ข้ายังไม่เบื่อเจ้าเอาไว้ข้าเบื่อเมื่อไหร่ก่อนที่ข้าจะเดินทางกลับวังหลวงข้าจะส่งมอบเจ้าให้ทหารของข้าได้เชยชมเจ้าทุกคน” คำพูดแววตาช่างต่างกันเสียจริงจนผิงเอ๋อร์แอบหัวเราะในใจ เขาโอบไหล่ของนางให้มานั่งข้าง ๆ กาย

“ไม่คิดจะแนะนำนางให้ข้ารู้จักหน่อยหรือ? แม่นางผู้เลอโฉมนี่คือผู้ใดกัน ข้าเสนาบดีโจวไห่หลงเป็นสหายของแม่ทัพอวิ๋นจ้าวเหวินมิทราบว่าคุณหนูมีแซ่ว่าอะไรหรือ” ผิงเอ๋อร์เห็นบุรุษรูปงามที่นั่งอยู่กับแม่ทัพก่อนหน้า นางรีบยกมือประสานกันก้มโค้งลงเล็กน้อยและเอ่ยทักทายเขา

“ข้ามีนามว่าลู่ผิงเอ๋อร์เจ้าค่ะ”

“ลู่ผิงเอ๋อร์อย่างนั้นหรือ? ชื่อของเจ้าช่างเหมาะกับความงดงามของเจ้าจริง ๆ หากแม่ทัพไม่สนใจเจ้า ละทิ้งเจ้าจงไปหาข้าได้ทุกเมื่อที่เรือนของข้า จงจำชื่อของข้าเอาไว้ด้วยนะ”

“ขอบคุณความเมตตาของท่านเสนาบดีเจ้าค่ะ หากแม่ทัพละทิ้งข้าไว้ที่นี่ท่านยินดีรับข้าเข้าไปที่เรือนของท่านหรือเจ้าคะ ข้าทำได้ทุกอย่างไม่ว่าจะเป็นงานหลังเรือน หรืออาหารหากท่านรับข้าไปข้าจะไม่ทำให้ท่านผิดหวังเจ้าค่ะ” โจวไท่หลงกำลังยื่นมือมาจับแขนของผิงเอ๋อร์แต่ก็ถูกแม่ทัพอวิ๋นจ้าวเหวินคว้ากายของนางออกไปก่อน

“ตอนนี้นางเป็นคนของข้า บิดาของนางมอบนางให้ข้า ผู้ที่จะพานางไปก็ควรเป็นข้าไมตรีครั้งนี้ท่านเก็บไปเถิด ข้าไม่อยากถูกบิดาของนางตำหนิภายหลัง เริ่มดูการแสดงดื่มด่ำสุรากันดีกว่า” เขาคว้าตัวของนางมานั่งใกล้ ๆ โดยมีเขานั่งระหว่างกลางทั้งสองคน ไม่ชอบสายตาของไห่หลงที่คอยลอบมองนางเลย

‘เพียงแค่นี้ก็ดูเหมือนอกจะแตก นี่นะหรือคนที่ไม่อยากมอบหัวใจแต่เอาเถอะ หากเขาพากลับไปที่เรือนความคิดของข้าก็ยังไม่เปลี่ยนผัน ทำให้เขาหลงใหลเก็บเงินให้ได้มากที่สุดและหนีไปจากเขาให้ได้’

งานเลี้ยงเริ่มต้นขึ้นกล่าวคำสรรเสริญและกล่าวเปิดงานของแม่ทัพ ทหารทั้งกองทัพร่ำสุราปลดปล่อยความเหนื่อยล้า ความกังวลที่แบกเอาไว้เหนือบ่า ต้องจากครอบครัวเพื่อมาเป็นแนวหน้าปกป้องแคว้น ผิงเอ๋อร์อยู่ข้างๆ ท่าทางเบื่อหน่ายไห่หลงจึงรินสุราให้นาง 1 จอก

“งานรื่นเริงเช่นนี้จะนั่งเงียบเหงาทำไมกันดื่มสักจอกให้แก่ข้าได้หรือไม่” จ้าวเหวินดวงตากลอกมองนาง ไม่อยากจะให้นางดื่ม แต่ทว่านางกลับทำตรงห้ามเขาทุกอย่าง ขยับกายยื่นไปด้านหน้า รับจอกสุราจากมือของไห่หลง อกกระเพื่อมเทินอยู่บนแขนของจ้าวเหวินอย่างจงใจ ผ้าคุมหลุดเล็กน้อยเมื่อนางก้มเผยให้เห็นเนื้อนูนขาวผ่องเต็มสองตา จ้าวเหวินรีบดันกายของนางกลับให้นั่งหลังตรง หยิบผ้าคุมมากายอย่างรวดเร็ว ไห่หลงใบหน้าแดงระเรื่อ กระดกสุราลงคอให้ดับความกระหายนี้

“ขอบคุณเจ้าค่ะ”

“เสนาบดีไห่หลง ลู่ผิงเอ๋อร์พึ่งผ่านวัยเยาว์ นางยังดื่มได้ไม่มากนัก สุราจอกนี้ข้าจะเป็นคนดื่มเอง” จ้าวเหวินแย่งสุรามาจากมือของผิงเอ๋อร์ยกเจ้าปากหมดแก้ว ครั้งนั้นเองผิงเอ๋อร์ลุกขึ้นขยับมานั่งบนตักของเขา ยื่นมือไปโอบคอของเขาทั้งสองข้าง ประกบปากดูดดื่มแย่งสุราเมื่อครู่กลืนกินทว่าการกระทำของนางทำให้จ้าวเหวินตกใจและร้อนรุ่มไปทั้งตัวต่อหน้าผู้อื่นเหตุใดนางถึงได้กล้าทำเช่นนี้กัน ไห่หลงจ้องมองตาค้าง ก่อนที่นางจะถอนริมฝีปากยกมือขึ้นเช็ดเล็กน้อย

“อื้อ...สุรานี้เป็นของข้า ข้ามิอาจยกให้ท่านได้เจ้าค่ะ “

“ข้าคิดว่าคุณหนูลู่ผิงเอ๋อร์จะอ่อนหวานไร้เดียงสา แต่กลับทำให้ข้าตกตลึงเมื่อเห็นภาพเมื่อครู่ ช่างเป็นวาสนาของข้าเสียจริงที่เห็นแม่ทัพจ้าวเหวินชนะทุกศึกแต่พ่ายแพ้ต่อสตรี “

“ท่านเสนาบดีกล่าวเกินไปแล้วเจ้าค่ะ ข้าเป็นเพียงสตรีร่างเล็กจะชนะแม่ทัพแข็งแกร่งเช่นเขาได้อย่างไร จริงหรือไม่เจ้าคะท่านแม่ทัพ ขนาดอยู่บนเตียงด้วยกันข้ายังแพ้พ่ายต่อแม่ทัพทุกกระบวนท่า” ผิงเอ๋อร์ยื่นมือไปแตะริมฝีของเขาโดยที่ตนเองยังนั่งอยู่บนตักแกร่ง หยอกเย้าด้วยความไร้เดียงสาจอมปลอมเล่นกับขีดความอดกลั้นเส้นความยับยั้งตัวเองถูกเขี่ยขยี้ขณะที่ปลายนิ้วเท้าเลื่อนเข้ามาใกล้ตอนที่อีกฝ่ายเขย่าเอวเหนือตัก เขาได้แต่กลั้นลมหายใจ เผลอไผมองตามไม่วางตาขีดความอดทนถูกท้าทายเหมือนกลายเป็นคนมากตัณหาในพริบตา

“คงจะเป็นเช่นอย่างนางกล่าวมา เชิญท่านดื่มด่ำอย่างเต็มที่ ข้าจะไปส่งนางเข้าพักเสียก่อน ในกองทัพแห่งนี้ล้วนมีแต่บุรุษนางคงไม่รื่นเริงเท่าไหร่นัก” เอ่ยจบเขาช้อนกายอุ้มร่างบางไว้ในอ้อมแขนลุกขึ้นก้าวเท้ายาวเพื่อกลับซุ้มพักโดยด่วน ส่วนล่างแข็งตัวอีกครั้งอย่างรวดเร็วตั้งชันกลางกายดุนดันตั้งตรงอยากจะผงาดออกมาด้านนอกเต็มแก่ บีบรัดจนอยากจะระบายมันออกมา ทั้ง ๆ ที่ผ่านไปไม่ถึงชั่วยามแต่เขากลับถวิลหาร่างกายของนางไม่รู้จักจบจักสิ้น คลายเสพติดคลั่งไคล้ในตัวของสตรีนางนี้ที่อยู่ในอ้อมแขน

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel