บท
ตั้งค่า

ตอนที่2 ตากฝนกันทั้งคืน

ครืน…ครืน…เสียงฟ้าร้องฟ้าคำรามคล้ายฝนจะตก อี๋เหยาจึงรีบวิ่งออกไปดูท้องฟ้า ก่อนจะรีบวิ่งกลับมาด้วยสีหน้าตื่นตระหนก

“นายหญิงเหมือนจะมีพายุฝน ท้องฟ้ามืดครึ้มน่ากลัวมากเลยเจ้าค่ะ” อี๋เมิ่งได้ยินเช่นนั้นก็รีบมองสำรวจบ้านหลังนี้ทันที หากเจอพายุฝนบ้านหลังนี้จะรอดหรือไม่นะ

ฉือหว่านชิงเห็นป้าอี๋เมิ่งเริ่มมองสำรวจสภาพบ้านด้วยสีหน้าเป็นกังวล นางจึงเริ่มกวาดสายตามองบ้าง เพราะตั้งแต่ลุกขึ้นมา นางก็ยังไม่ได้มองอย่างจริงจัง สวรรค์! สภาพเก่าและทรุดโทรม หลังคามีรูโบ๋อยู่หลายแห่ง หน้าต่างบานประตูแทบจะหลุดออกมา

หากมีพายุและฝนตกหนัก ทุกคนคงไม่มีที่อยู่แน่ พรุ่งนี้นางต้องให้ป้าอี๋เมิ่งไปขายปิ่นและกำไลของนาง ต้องหาเช่าบ้านราคาถูกสักหลัง จากนั้นก็ค่อยคิดวิธีหาเงิน นางจะต้องพาทุกคนให้รอดและมีชีวิตที่ดีให้ได้

แต่ว่าช่วงนี้นางคงต้องรักษาร่างกายให้กลับมาปกติเสียก่อน เพราะแม้แต่จะขยับยังทำได้อย่างยากลำบาก สู้ ๆ นะฉือหว่านชิง ทะลุมาอยู่ในร่างของคุณหนูตัวร้าย แถมมารดายังเป็นนางร้ายในนิยาย ซึ่งตอนจบก็มีสภาพอย่างที่เห็น นางจึงเอ่ยให้กำลังตนเองในใจ

ซ่า…ซ่า…สายฝนเทกระหน่ำลงมาอย่างไม่ลืมหูลืมตา อีกทั้งลมก็พัดแรง ทำให้พัดหลังคาปลิวหายวับไปกับตา เปรี้ยง! ฟ้าผ่าลงมาดังสนั่น พวกนางต่างผวาเข้ากอดกันแน่น จากนั้นก็พากันไปนั่งหลบอยู่มุมหนึ่งด้วยความหวาดกลัว เพราะทั้งลมทั้งฝนไหนจะฟ้าร้อง

พวกนางทั้งสี่คนจึงจับมือกันเอาไว้แน่น ร่างของทุกคนเปียกฝนกันอย่างชุมโชก แต่ก็ทำอะไรไม่ได้มากนอกจากนั่งอยู่อย่างนั้น จนกว่าฝนจะหยุดตก แต่ว่าดูเหมือนฝนจะตกหนักทั้งคืน ฉือหว่านชิงกังวลว่าทุกคนคงต้องป่วยแน่ ๆ เพราะตากฝนทั้งคืน พรุ่งนี้เช้าคงต้องให้ป้าอี๋เมิ่งซื้อยาลดไข้มาไว้

ฝนหยุดตกในยามรุ่งสาง ยามนี้ทุกคนมีสภาพหนาวสั่น ปากและฟันกระทบกันดังกึก ๆ แสงสีทองเริ่มสาดส่องกระทบท้องฟ้า ฉือหว่านชิงกัดฟันข่มความเจ็บปวดแล้วลุกขึ้นมาโดยมีอี๋เหยาช่วยพยุง ส่วนป้าอี๋เมิ่งช่วยพยุงมารดาของนาง

ฉือหว่านชิงดึงปิ่นปักผมและถอดกำไลออกมา ก่อนจะยื่นให้ป้าอี๋เมิ่ง “ท่านป้านำไปขายเจ้าค่ะ เงินที่ขายปิ่นและกำไลของท่านแม่ยังมีเหลือ แต่อย่างไรก็ต้องได้ขายอยู่ดี เราต้องหาบ้านเช่าอยู่ชั่วคราวเจ้าค่ะ และต้องซื้อข้าวของเครื่องใช้ที่จำเป็น”

อี๋เมิงรับมาอย่างเข้าใจสถานการณ์เป็นอย่างดี “รอเช้ากว่านี้เราค่อยไปในเมืองกันเจ้าค่ะ”

ฉือหว่านชิงได้บ้านเช่าหลังหนึ่ง ที่พอนางเห็นก็พอใจเป็นอย่างมาก เพราะบ้านหลังนี้อยู่ห่างจากบ้านหลังอื่นแถมมีกำแพงล้อมรอบ แม้ราคาค่าเช่าจะแพงกว่าหลังอื่น แต่เจ๋อหว่านชิงยอมจ่ายเพราะถูกใจ ในความเป็นส่วนตัว

2ตำลึงต่อเดือนถือว่าแพงมากในยุคนี้ แต่พอเดินดูรอบ ๆ บ้าน นางคิดว่าเหมาะสมกับราคา มีสามห้องนอน หนึ่งห้องโถง หนึ่งห้องครัว หนึ่งห้องน้ำ รอบบ้านมีพื้นที่ให้ปลูกผักและดอกไม้

ทางเจ้าของบ้านเช่าขอเก็บเงินล่วงหน้าหกเดือน ซึ่งฉือหว่านชิงก็จ่ายให้ทันที เพราะนางคิดว่าแบบนี้ก็ดีจะได้ไม่ต้องมาบ่อย ๆ สัญญาเช่าบ้านเป็นเวลาหนึ่งปี หากครบกำหนดจะเช่าต่อก็ย่อมได้แต่ต้องทำสัญญาใหม่

“ท่านแม่ชอบหรือไม่เจ้าคะ?”

“ชอบร่มรื่นดี”

“นายหญิงข้าให้ร้านขายเครื่องนอนและข้าวของเครื่องใช้อื่น ๆ มาส่งของที่นี่เจ้าค่ะ” เจ๋อหว่านโหรวพยักหน้ารับ นางบอกอี๋เมิ่งไม่ต้องซื้อของดีมาก เพราะเงินทองต้องประหยัด เสื้อผ้าก็เอาแบบเรียบง่าย สิ่งสำคัญคือยาลดไข้เพราะตากฝนกันมาทั้งคืน

“คุณหนู นายหญิง ไม่ต้องช่วยหรอกเจ้าค่ะ พวกท่านยังไม่หายดีร่างกายก็ขยับตัวลำบาก ไปนั่งตรงโน้นเลยเจ้าค่ะ”

หว่านโหรวและหว่านชิงรีบปฏิเสธทันที เพราะที่ต้องมาลำบากเช่นนี้ ก็เป็นเพราะพวกนางสองคน ดังนั้นหว่านโหรวและหว่านชิงจึงช่วยจัดของอย่างกระตือรือร้น แม้ร่างกายจะเจ็บปวดเพียงใดก็พยายามกัดฟันอดทนโดยไม่ปริปากบ่น

หว่านโหรวมองบุตรสาวอย่างภาคภูมิใจ นางเข้มแข็งกว่าที่นางคิดเอาไว้เสียอีก ตอนแรกนางก็คิดว่าหว่านชิงจะร้องไห้ฟูมฟายและโวยวาย แต่นางกลับยอมรับสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างนิ่งสงบ แปลกเหมือนไม่ใช่หว่านชิงคนเดิม หรือเพราะถูกโบยอย่างหนักนางเลยเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง

อี๋เหยาก่อเตาต้มน้ำและเตรียมหุงข้าว นางคิดว่าจะทำอาหารง่าย ๆ เพราะทุกคนควรมีอะไรรอง ท้อง ก่อนกินยาและพักผ่อน เพราะไม่ได้นอนกันทั้งคืน ทุกคนเช็ดเนื้อเช็ดตัวเปลี่ยนเสื้อผ้าชุดใหม่ กินข้าวกับผัดผัก จากนั้นก็กินยาลดไข้และยาแก้ปวด ก่อนจะพากันล้มตัวลงนอนอย่างอ่อนล้า

ผลของการตากฝน พวกนางทั้งสี่คนจึงล้มป่วยด้วยไข้หวัดอยู่นานถึงห้าวันเต็ม ๆ วันที่หกอาการถึงเริ่มดีขึ้น หว่านชิงจึงเดินมานั่งรับอากาศอยู่หน้าเรือน พลางครุ่นคิดว่า นางจะหาเงินอย่างไรดี เท่าที่อ่านนิยายแนวทะลุมิติ ส่วนใหญ่ทำอาหารขาย ทำเครื่องประดับ ออกแบบเสื้อผ้า เพราะยุคจีนโบราณยังไม่ทันสมัยมากนัก ทางเลือกจึงค่อนข้างจำกัด

“คิดอะไรอยู่หรือ?” หว่านโหรวทรุดตัวลงนั่งข้างหว่านชิง ก่อนจะเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง เพราะเห็นว่านางนั่งคิดอยู่นานแล้ว โดยไม่พูดอะไรสักคำ

“ข้ากำลังคิดวิธีหาเงินอยู่เจ้าค่ะท่านแม่”

เมื่อได้ยินคำตอบหว่านโหรวก็ถอนใจออกมา “ข้าจะไปสมัครงานร้านขายผ้า”

“ท่านแม่อย่าเพิ่งเลยเจ้าค่ะ ให้ข้าคิดหาวิธีก่อน อีกอย่างท่านหน้าตางดงามถึงเพียงนี้ ข้ากลัวว่าท่านจะไม่ปลอดภัย” หว่านโหรวได้ยินก็หัวเราะออกมา นางพูดโดยไม่มองดูตัวนางเลยสักนิด

“แล้วตัวเจ้าไม่งดงามรึ แม่อายุ31ปีแล้วส่วนเจ้าจะย่าง16ปี เจ้าว่าคนไหนน่าเป็นห่วงมากกว่ากัน”

“ให้ข้าคิดหาวิธีก่อนเจ้าค่ะ เมื่อก่อนพวกเราร้ายกาจทำตัวสูงส่งไม่เห็นหัวใคร หากต้องไปเป็นลูกจ้างต้องถูกรังแกแน่เจ้าค่ะ” หว่านโหรวได้ฟังก็พยักหน้าเห็นด้วย นางตกต่ำถึงเพียงนี้ผู้คนย่อมพร้อมจะกระทืบซ้ำ เพราะเมื่อก่อนนางหาใช่คนดีอะไร

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel