ตอนที่ 1 ภรรยาตัวร้าย
เมืองชิงหลงมณฑลทางตอนเหนือปี1974
"ฟื้นแล้ว! พ่อครับแม่ฟื้นแล้ว!"
เสียงแหลมเล็กของเด็กชายผู้หนึ่งที่เอ่ยตะโกนอยู่ข้างเตียงทำเอาหลินชิงรู้สึกแสบแก้วหูเป็นอย่างมาก เธอพยายามหยัดกายลุกขึ้นแล้วจึงหันมองไปโดยรอบด้วยความสับสนมึนงงก่อนจะต้องตื่นตระหนกเป็นอย่างมาก ทันใดนั้นความทรงจำบางอย่างก็ไหลบ่าเข้ามาในหัวซ้ำแล้วซ้ำเล่า ทุกภาพที่ปรากฏขึ้นล้วนเป็นความทรงจำของเจ้าของร่างเดิมทั้งสิ้น
เจ้าของร่างเดิมมีชื่อว่าหลินชิงเหมือนกับเธอ แต่กลับมีนิสัยต่างกันราวฟ้ากับเหว!
หลินชิงคนเดิมคือหญิงสาวนิสัยเห็นแก่ตัวที่ยอมแต่งงานกับเฉินอี้ พ่อหม้ายลูกติดที่ขยันที่สุดในหมู่บ้าน เพียงเพราะเขาพอจะมีเงินเก็บและหน้าตาหล่อเหลาคมคายอยู่บ้าง เธอเป็นหญิงสาวต่างหมู่บ้านที่มาเที่ยวเล่นในหมู่บ้านของเฉินอี้และเขาก็ตกหลุมรักเธอเข้าอย่างจัง แต่ทว่าหลังจากแต่งงานกันแล้ว เธอกลับไม่ช่วยเขาทำการทำงาน วันๆเอาแต่แต่งตัวรักสวยรักงามไปยั่วยวนผู้ชายคนอื่น อีกทั้งยังผลาญเงินเก็บของเขาไปกับเครื่องสำอางและเสื้อผ้าราคาแพงหลายหยวนจนเงินก้อนสุดท้ายของเฉินอี้หมดลง เมื่อเงินของเขาหมดแล้วเธอก็แผลงฤทธิ์โวยวายจะหนีกลับบ้าน แต่ระหว่างทางกลับดวงซวยเดินไปลื่นตกน้ำจนตายอย่างอนาถจากนั้นหลินชิงหญิงสาวที่มาจากโลกอนาคตก็เข้ามาอยู่ในร่างนี้แทนหลินชิงคนเก่า!
เธอมีชื่อว่าหลินชิงเป็นหญิงสาวจากยุคปัจจุบันที่กำลังเรียนอยู่คณะเกษตรของมหาลัยชื่อดังแห่งหนึ่ง ก่อนหน้านี้เธอกำลังรดน้ำผักอยู่ในบ้านแต่ต่อมากลับหน้ามืดหมดสติเมื่อได้สติกลับคืนก็พบว่าตนเองมาโผล่อยู่ที่นี่เสียแล้ว
"แม่หิวน้ำไหมครับ ผมจะรีบไปเอาน้ำมาให้เดี๋ยวนี้?"
หลินชิงที่ได้ยินอย่างนั้นจึงค่อยๆหันหน้ามามองก่อนจะพบเข้ากับเด็กชายตัวน้อยวัยประมาณห้าขวบที่ร่างกายผอมโซจนเห็นซี่โครงกำลังยืนอยู่ข้างเตียงของเธอด้วยท่าทางสั่นเทา แววตาที่เขามองเธอเต็มไปด้วยความหวาดระแวง ความทรงจำของเจ้าของร่างเดิมบอกว่าเด็กคนนี้มีชื่อว่าเสี่ยวเป่า เขาเป็นลูกชายเพียงคนเดียวของเฉินอี้สามีของเธอ หลินชิงคนเก่ามักจะเห็นเสี่ยวเป่าเป็นที่รองรับอารมณ์ อีกทั้งหล่อนยังดุด่าและทุบตีเขาอยู่เสมอ เสี่ยวเป่าจึงค่อนข้างหวาดกลัวหลินชิงเป็นอย่างมาก
หลินชิงมองเด็กน้อยตรงหน้าด้วยความรู้สึกที่จุกในอก เธอเม้มริมฝีปากแน่นไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นทำความรู้จักกับเด็กชายอย่างไรดี หลินชิงสูดลมหายใจเข้าลึกๆก่อนจะพยายามตั้งสติ เอาเถอะ! ในเมื่อทะลุมิติมาแล้ว คงจะทำสิ่งใดไม่ได้แล้วนอกจากยอมรับความจริงที่เกิดขึ้น เมื่อคิดได้ดังนั้นเธอจึงหันมามองเสี่ยวเป่าก่อนจะเอ่ย
"เสี่ยวเป่าไม่ต้องกลัว ฉันจะไม่ตีหนูอีกแล้ว"
เด็กน้อยเสี่ยวเป่าเมื่อได้ยินเช่นนั้นก็ชะงักกึกดวงตาเบิกกว้างอย่างไม่อยากจะเชื่อ เขาถึงกับมองหลินชิงราวกับมองผี พลางครุ่นคิดในใจว่าแม่เลี้ยงของเขาเกิดตกน้ำจนสมองมีปัญหาหรือยังไงกัน อยู่ๆถึงมาพูดจาดีดีกับเขาแบบนี้
"แม่ครับ แม่เรียกใครว่าลูกนะครับ?"
เสี่ยวเป่าเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงหวาดหวั่น อีกทั้งยังขยับถอยหลังหนีไปสองสามก้าว ราวกับกลัวว่าหากอยู่ใกล้หลินชิงมากกว่านี้จะถูกเธอทุบตีเข้าให้
ยังไม่ทันที่หลินชิงจะได้เอ่ยอธิบายสิ่งใดให้เด็กน้อยเสี่ยวเป่าได้ฟัง ก็ได้ยินเสียงฝีเท้าหนักๆดังใกล้เข้ามา เมื่อหลินชิงหันไปมองก็พบเข้ากับชายหนุ่มรูปร่างสูงโปร่งทว่ากำยำคนหนึ่งที่กำลังก้าวเดินเข้ามาในห้อง เขาคือเฉินอี้สามีของเธอนั่นเอง ชายหนุ่มมีใบหน้าหล่อเหลาคมเข้มสีผิวติดจะคล้ำไปสักหน่อยเพราะทำงานตรากตรำอยู่กลางไร่กลางนามาเป็นเวลานาน
เขามองภรรยาที่เพิ่งฟื้นคืนสติขึ้นมาด้วยสายตาที่ว่างเปล่า จำได้ว่าหลังจากอดีตภรรยาตายจากไปเขาก็ไม่คิดแต่งงานใหม่อีก จนกระทั่งมาตกหลุมรักหลินชิงเข้า เขาคิดว่าเธอจะดีกับเขาและลูก แต่ใครจะรู้กันล่ะว่าหลังจากแต่งงานกันได้ไม่นานเธอก็ทำตัวร้ายกาจกับเสี่ยวเป่าของเขาทุกวัน อีกทั้งยังใช้เงินมือเติบ พอเงินของเขาหมดเธอก็คิดจะทิ้งเขาไป แต่สุดท้ายบาปกรรมตามทันจึงเดินตกน้ำจนล้มป่วยหนัก ตอนที่มีชาวบ้านมาบอกว่าหลินชิงตกน้ำเขาไม่อยากจะไปดูดำดูดีเธอเลยด้วยซ้ำ แต่สุดท้ายก็ทนไม่ไหวเพราะยังรักเธออยู่ จึงรีบไปพาเธอส่งโรงหมอและพากลับมารักษาตัวที่บ้านต่อ
หลินชิงที่เห็นว่าเฉินอี้มองมาที่ตนด้วยแววตาไม่ยินดียินร้ายก็อดรู้สึกประหม่าขึ้นมาไม่ได้ ทะลุมิติมาว่าหนักแล้ว ยังต้องมากลายเป็นผู้หญิงที่แต่งงานกับชายหนุ่มพ่อม่ายลูกติดอีก สวรรค์ช่างเล่นตลกนัก
"ฟื้นแล้วก็ดี ถ้ายังไม่ตายก็ลุกขึ้นมาหุงข้าว เงินในไหใบสุดท้ายเธอเอาไปซื้อแป้งผัดหน้าหมดแล้ว ต่อจากนี้เราคงต้องกินรำข้าวเพื่อประทังชีวิตกันแล้วล่ะ"
หลินชิงที่ได้ยินเฉินอี้เอ่ยวาจาประชดประชันด้วยน้ำเสียงเย็นชาก็พลันนิ่งอึ้งไปในทันที เธอกวาดสายตามองไปรอบๆห้องก่อนจะต้องใจหายวาบ ภายในห้องไม่มีแม้แต่เก้าอี้ดีๆสักตัวมีเพียงตู้ไม้ที่จะพังแหล่ไม่พังแหล่และเตียงนอนที่เก่ามากๆหลังหนึ่งเท่านั้น
นี่มันความจนระดับวิกฤตชัดๆ!
ยัยหลินชิงคนเก่าทำอะไรลงไปเนี่ย หล่อนผลาญเงินเขาไปมากขนาดไหนกัน!
ติ๊ด ตรวจพบโฮสต์ที่มีคุณสมบัติเหมาะสม ระบบเพาะปลูกอัจฉริยะยุค 70 เริ่มต้นการติดตั้ง
อยู่ๆก็มีเสียงปริศนาดังขึ้นในหัวของหลินชิง พร้อมกับหน้าจอโปร่งแสงที่ปรากฏขึ้นตรงเบื้องหน้าของเธอ หลินชิงตกใจจนสะดุ้งแทบตกเตียง เสี่ยวเป่าที่เห็นอย่างนั้นก็รีบวิ่งเข้าไปหาบิดาของตนด้วยความหวาดกลัว ส่วนเฉินอี้ก็มองหลินชิงด้วยแววตาที่สับสน
“เธอเป็นอะไรไป?”
เขาเอ่ยถามเธอด้วยความสงสัย หลินชิงหันขวับมามองเฉินอี้ ก่อนจะเอ่ย
“นายเห็นเหมือนที่ฉันเห็นไหม?”
“เห็นอะไร?”
“ไม่เห็นเหรอ?”
หลินชิงเอ่ยถามเฉินอี้ด้วยความกระตือลือล้นแต่สามีของเธอกลับมองเธอเหมือนมองคนบ้า เสี่ยวเป่าเองก็หวาดกลัวจนร้องไห้ออกมาทันที เฉินอี้ถอนหายใจออกมาด้วยความเหนื่อยล้าก่อนจะเอ่ย
“เธอนอนพักเถอะ ฉันกับลูกไม่รบกวนแล้ว”
เอ่ยจบเฉินอี้ก็อุ้มเสี่ยวเป่าออกไปจากห้องนอนทันที ทิ้งให้หลินชิงนั่งอยู่บนเตียงเพียงลำพัง หญิงสาวยกมือขึ้นเกาศีรษะของตนป้อยๆ ก่อนจะคิดบางอย่างขึ้นมาได้
หรือว่าเจ้าระบบปริศนานี้จะมีแค่เธอที่สามารถมองเห็นเพียงคนเดียว
เมื่อคิดได้เช่นนั้นหลินชิงก็ร้องอ้อขึ้นมาเบาๆ เยี่ยมไปเลย แบบนี้ก็ไม่ทะลุมิติมาเสียเปล่าแล้วสินะ
หญิงสาวฉีกยิ้มเต็มใบหน้า ก่อนจะค่อยๆยื่นมือไปสัมผัสกับหน้าจอโปร่งแสงเบื้องหน้า ฉับพลันก็มีเสียงหนึ่งเอ่ยขึ้นมา
ระบบลำดับที่หนึ่ง พื้นที่เพาะปลูก: 1 หมู่ เริ่มต้นด้วยที่ดินว่างเปล่า ภารกิจแรก: ทำอาหารที่มีประโยชน์ให้ลูกเลี้ยง 1 มื้อแล้วจะได้รางวัลเป็นข้าวสารขาว 5 กิโลกรัม และไข่ไก่สด 10 ฟอง
หลินชิงที่ได้ยินอย่างนั้นก็ร้องว้าวในใจด้วยความลิงโลด อย่างน้อยสวรรค์ก็ไม่ได้ใจร้ายกับเธอจนเกินไป โชคดีที่ยังส่งเจ้าระบบมิติพวกนี้มาช่วยให้เธอสามารถใช้ชีวิตได้ง่ายขึ้น หญิงสาวสูดลมหายใจเข้าลึกๆก่อนจะตั้งใจศึกษาเจ้าระบบนี้อย่างตั้งอกตั้งใจ จนเริ่มคุ้นชินกับมัน จากนั้นเธอก็นอนพักผ่อน เช้าวันต่อมาหลังจากที่สามีออกไปตัดฟืนแล้วเธอก็ลุกขึ้นจากเตียงมาเดินสำรวจรอบๆบ้าน บ้านหลังนี้ของสามีเธอเล็กมาก อีกทั้งรอบๆบ้านก็ยังเป็นทุ่งนาเสียส่วนใหญ่มีเพื่อนบ้านใกล้เคียงอยู่เพียงไม่กี่หลัง หลินชิงกวาดตามองไปโดยรอบก่อนจะพบเข้ากับเสี่ยวเป่าที่กำลังยืนแอบอยู่หลังประตูด้วยความหวาดกลัว
“เสี่ยวเป่า หนูกลัวฉันเหรอ?”
หลินชิงเอ่ยถามออกไปตามตรง เสี่ยวเป่าไม่ตอบ เด็กน้อยเม้มริมฝีปากแน่น มือน้อยๆเกาะจับขอบประตูจนขึ้นสีซีดขาว หลินชิงที่เห็นอย่างนั้นก็อดเวทนาเด็กน้อยไม่ได้ ที่ผ่านมาเขาต้องถูกแม่เลี้ยงใจร้ายทารุณมามากแค่ไหนกันนะ
"นี่เธอจะทำอะไรเสี่ยวเป่า?"
ในขณะที่หลินชิงกำลังหาทางพยายามพูดคุยกับเสี่ยวเป่า เฉินอี้ก็กลับมาจากตัดฟืนพอดี ชายหนุ่มรีบวางฟืนลงข้างเตาไฟ ก่อนจะเดินเข้ามาหาเสี่ยวเป่าพร้อมกับมองหลินชิงด้วยสีหน้าที่ไม่สู้ดีเท่าใดนัก หลินชิงถอนหายใจออกมาอย่างคิดไม่ตก ให้ตายเถอะ การใช้ชีวิตครอบครัวทำไมมันถึงยากเย็นแบบนี้
หญิงสาวพยายามตั้งสติไตร่ตรองและหาวิธีเข้าหาสองพ่อลูกคู่นี้อย่างใจเย็น เธอเข้าใจดีว่าอย่างไรต้องพยายามอีกสักหน่อย เพราะหลินชิงคนเก่าก่อเรื่องเอาไว้ไม่น้อยเลย เมื่อคิดได้เช่นนั้นเธอจึงเอ่ยกับเขาด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล
“ฉันไม่ได้ตีเขาเลยนะ ไม่ได้ด่าเขาด้วย เพียงอยากคุยกับเขา ใช่ไหมจ๊ะเสี่ยวเป่า?”
เฉินอี้ไม่อยากจะเชื่อคำพูดของหลินชิง เขาหันมามองหน้าลูกชายของตนพบเพียงว่าเด็กน้อยกำลังพยักหน้าอย่างหวาดกลัว
"ฉันรู้ว่าที่ผ่านมาฉันทำตัวไม่ดี แต่ต่อจากนี้ไปฉันจะเปลี่ยนแปลงตัวเองให้ดีขึ้น และจะทำดีกับพวกนายสองพ่อลูกให้มากกว่านี้ เฉินอี้นายได้โปรดให้โอกาศฉันอีกสักครั้งเถอะนะ"
เฉินอี้ชะงักไปทันที เขามองเธออย่างไม่เชื่อสายตาที่ผ่านมาเขาหมดความคาดหวังในตัวของหลินชิงไปตั้งนานแล้ว
"เปลี่ยนเหรอ? แค่เธอไม่ทำให้พวกเราอดตายไปมากกว่านี้ก็พอแล้ว"
เขาเอ่ยตอบเธอด้วยน้ำเสียงเย็นชา แต่หลินชิงกลับไม่ได้ถือสา เธอรู้ดีว่าความเชื่อใจอย่างไรก็ย่อมต้องใช้เวลาในการสร้างและเธอก็ไม่รีบร้อนแล้วยังไม่คิดที่จะกดดันพวกเขาอีกด้วย
