มิติพิเศษ
ร่างบางที่นอนพักผ่อนไป1คืนเต็มๆวันนี้ค่อยมีแรงลุกมาหน่อย
“อ๊ะ” จู่ๆก็รู้สึกปวดหัว นางพยายามหลับตาเพื่อบรรเทาความปวด
“มาอยู่ที่นี่จะหาหยูกหายากินได้อย่างไร” วูบ เหมือนตัวนางหายวับเข้าไปที่ไหนสักแห่ง ในนั้นเหมือนป่าเขาที่อุดมสมบูรณ์ มีน้ำตก มีทุ่งหญ้า ตรงกลางมียุ้งฉางใหญ่โต เหมือนแดนสวรรณก็มิปาน
“นี่มันอะไรกัน!!” เธอเดินเขาไปช้าๆก่อนจะพบสิ่งของล้ำค่ามากมาย ทั้งเมล็ดพืชพันธ์ อัญมณีสีสวยงาม ไข่มุกล้ำค่า ยารักษาโรคอาหารการกินที่อุดมสมบูรณ์จนเธออดห่อปากตื่นเต้นไม่ได้
“นี่มัน ของที่เราเอาไปบริจาคให้สถานเด็กกำพร้าหนิ่” เธอเดินเข้าไปกลางทุ่งหญ้าก่อนพบบ้านหลังเล็ก1หลัง ในนั้นมีของมากมายเหมือนของที่นางบริจาคจริงๆ ทั้งเสื้อผ้า เครื่องนอน ผ้าห่ม อาหาร
“เจินเจินแม่มีเสื้อผ้าให้เจ้าใส่แล้ว” ทันทีที่นางนึกถึงบุตรสาว ร่างกายนางก็กลับมายังบ้านหลังเก่าที่มีสาวน้อยเจินเจินนอนอยู่ทันที
“ดีจัง ตอนแรกแม่อับจนหนทางจนอยากตายเป็นครั้งที่สอง มีตัวช่วยแบบนี้ค่อยสบายใจขึ้นมาหน่อย” นางลอบมองออกไปด้านนอกยังไม่เห็นแม่เฒ่าลี่ฮวามานางเลยค่อยๆเดินสำรวจบ้านช้าๆ ผ้าห่มผืนบางแต่งดูสะอาดสะอ้าน ถูกตัดออกแบ่งเป็นผ้าห่อตัวหนูน้อย มือบางลูบไล้กลับพบเจอเข้ากับความหยาบของเนื้อผ้าก่อนจะยิ้มแหย
“เจินเจิน เจ้านอนลงไปได้อย่างไร ไม่มีความนิ่มสักนิด” นางมองลูกสาวก่อนจะถอนหายใจ เดินออกไปอีกนิดพบกับห้องครัวที่แทบจะไม่มีอะไรเลยนอกจากธัญพืชและไข่ไก่ ในหม้อที่ค้างอยู่บนเตาพบเพียงยาต้มสมุนไพรที่นางคาดว่าแม่เฒ่าลี่ฮวาอาจเตรียมไว้ตั้งแต่เมื่อวานเพราะมันเย็นชืดจนนางทำหน้าเหยเก
“กองทัพต้องเดินด้วยท้องสินะ หากท้องอิ่มก็จะมีแรงคิดหาวิธี” นางหลับตานึกถึงมิติลับที่นางเพิ่งไปสำรวจมา ก่อนจะหายวูบไปในนั้น
“มีอะไรที่แม่ลูกอ่อนอย่างเรากินได้บ้างนะ” นางสำรวจดูในบ้านหลักเล็ก พบว่าของที่นางนำไปบริจาคส่วนใหญ่เป็นของเด็กอ่อน และอาหารเสริม มือบางหยิบผ้านุ่มๆมาสองผืน สำลีและทิชชูอย่างละ1เพื่อไม่ให้เป็นที่สงสัย หากใช้เสร็จนางต้องจัดการเผาให้หมด นางเดินมาอีกนิดเพื่อหาอาหารกิน พบว่า ณ ตอนนี้คงมีแค่โจ๊กที่พอจะกินได้
”ลองท้องก่อนแล้วกัน“ นางรีบตักโจ๊กที่วางอยู่บนโต๊ะกินอย่างเร่งรีบ แปลกที่อาหารพวกนี้ยังอุ่นๆเหมือนทำเสร็จใหม่ๆ
”มีลูกต้องมีนม น้ำขิงแล้วกัน“ นางจัดการหยิบน้ำขิงที่วางไว้มากิน ก่อนจะกลับออกมาหาบุตรสาวที่นอนลืมตาแป๋ว
“เจ้าหิวหรือไม่หืม ลองดูดนมดูก่อนไหม แม่ก็ไม่รู้ว่ามันจะมีน้ำนมหรือเปล่า” นางมองถ้วยน้ำข้าวแล้วอดสูใจยิ่งนัก เมื่อวานแม่เฒ่าลี่ฮวาคงป้อนน้ำข้าวให้เด็กน้อยผู้นี้เพราะนางไม่มีน้ำนมสักหยด
ปากเล็กๆเมื่อเจอกับแหล่งอาหารก็ดูดดุนอย่างหิวโหย นางรู้สึกเจ็บจี๊ดๆอยู่ในอก ก่อนที่น้ำตาเม็ดเล็กจะไหลออกมา
“ความรู้สึกของคนเป็นแม่สินะ” นางมองทารกน้อยในอ้อมอก ก่อนจะรอเวลาให้แม่เฒ่าใจดีข้างบ้านมาช่วยสอนนางอาบน้ำบุตรสาว
“เอาไว้แม่จะหาทางเอาชุดสวยๆมาให้ลูกใส่นะ” นางมองหนูน้อยด้วยความรักไคร่
“ฟางหรง ตื่นหรือยัง” นางรีบยัดทิชชู่และสำลีไว้ใต้หมอนทันที
“เจ้าค่ะท่านยาย ข้าตื่นแล้ว” หญิงชราดันประตูเข้ามาพบว่านางกำลังป้อนนมบุตรสาวอยู่ก็ตื่นเต้น
“เจ้ามีน้ำนมแล้วรึ” แม่เฒ่าลี่ฮวาผู้นี้ถูกพ่อสามีนางฝากฝังเอาไว้ให้ช่วยดูแล แม้พักหลังๆที่ฟางหรงท้องแก่ และทำงานรับจ้างไม่ไหว ก็มีแต่แม่เฒ่าลี่ฮวาที่จัดการแบ่งธัญพืชและไข่ไก่มาให้
“เจ้าค่ะ ลองให้แม่นางน้อยดูดดูพบว่ามาแล้วเจ้าค่ะ” นางเขี่ยแก้มทารกน้อยให้เผยอปากและเห็นหยาดน้ำนมอยู่ในนั้น
“ดีจริงๆ เจ็บแผลอยู่หรือไม่ ข้าจะไปอุ่นยาให้” แม่เฒ่าวางของลงนางมองไปยังกองผ้ากองใหญ่
“เอ่อ ข้ากินเมื่อตอนตื่นไปแล้วเจ้าค่ะตอนนี้ไม่เจ็บแผลเท่าไหร่แล้ว ท่านยายสิ่งนี้คืออะไรหรือเจ้าคะ” นางชี้มือไปยังกองผ้าที่แม่เฒ่านำติดมาด้วย
“ผ้าหน่ะ ข้าเอามาให้เจ้าตัดเย็บให้แม่นางน้อยสวมใส่ เพราะคลอดกระทันหันเกินไป เจ้ามิได้เตรียมอันใดมิใช่หรือ” นางรีบพยักหน้า
“เช่นนั้นท่านยายสอนข้าอาบน้ำเจินเจินได้หรือไม่เจ้าคะ” นางคิดว่าบุตรสาวคงไม่สบายตัว เพราะนางยุกยิกตลอดเวลา
“เจินเจินงั้นรึ ดีๆความหมายดีไม่น้อย มาๆข้าไปต้มน้ำให้เสียหน่อย แต่คงใช้น้ำได้ไม่เยอะ ตอนนี้น้ำเจ้าใกล้หมดโอ่งแล้ว” ตอนฟางหรงท้องแก่ นางและผู้เป็นสามีมาช่วยตักน้ำใส่ให้บ่อยๆเพราะความสงสาร
“เช่นนั้นเลยเจ้าค่ะ” เห็นทีหากเดินเหินสะดวกเสียหน่อย นางคงมีอะไรให้ทำอีกมากมาย
