เป็นเสาหลักให้ตัวเอง
คำพูดของเขาเหมือนคนที่ยอมแพ้ในโชคชะตา แต่ไม่ใช่กับผู้หญิงอย่างหว่านหรง เพราะนางเติบโตมากับครอบครัวทหาร ก่อนจะมาทำงานเป็นหน่วยรบพิเศษ ถูกฝึกมาอย่างโหดเหี้ยม ทั้งสภาพร่างกายและจิตใจจึงเข้มแข็งกว่าคนอื่นๆ
บุรุษที่อายุเพียง 16 หนาวตรงหน้าฉลาดปราดเปรื่องเรื่องอักษร แต่กับเรื่องทำมาหากินเขาอาจจะต้องเริ่มต้นใหม่ทั้งหมด ในเมื่อมาถึงที่นี่แล้วนางก็ไร้ทางเลือก เพราะหลักยึดเดียวที่มีของนางในโลกนี้ มีเพียงจิงโม่หยวนผู้เป็นสามีเท่านั้น
”กลัวอะไรกันมีข้าอยู่ทั้งคน ถึงแม้ข้าจะเป็นเพียงภรรยาแต่ก็อย่าลืมว่าครอบครัวของข้ายากจนมาตั้งแต่เด็ก การทำมาหากินของข้าไม่ได้ด้อยกว่าผู้ใด พวกเราเริ่มต้นใหม่ได้อยู่แล้ว เพียงแต่ว่าตอนนี้ข้าจะแก้แค้นคนพวกนี้ให้หมดให้สมกับที่ ก่อนหน้ารังแกข้ามานับครั้งไม่ถ้วน!!“
แม้จิงโม่หยวน ไม่รู้ว่าว่าคนเป็นภรรยาจะกระทำการสิ่งใด และตอนนี้เขาทำได้เพียงแค่ยืนมองเรือนร่างบอบบางเดินเข้าเดินออกในจวนหลังใหญ่ของพี่ชายใหญ่และพี่ชายคนรอง ระหว่างที่พวกเขาไปหาหมอ
”นั่นเจ้าจะกระทำสิ่งใด สิ่งที่เจ้าถืออยู่นั่นมัน… มดแดงมิใช่หรือ!!“ ร่างเล็กที่ปีนขึ้นไปบนต้นไม้ใหญ่อยู่สองสามต้น เดินถือลังมดแดงที่ถูกเก็บไว้ในตะกร้าปิดฝาอย่างดีทำเขาตกใจไม่น้อย
”ท่านรู้หรือไม่ก่อนหน้านี้ข้าถูกพวกนั้นใช้ให้ซักแม้กระทั่งชุดชั้นใน พวกนางบอกว่าของพวกนี้หากซักไม่ดีจะเกิดอาการคัน ข้าซักให้พวกนางจนข้อนิ้วของข้าเป็นแผล“ นางยกนิ้วขึ้นมาให้คนเป็นสามีดู
เขามีทีท่าตกใจไม่น้อย ก่อนจะรีบคว้ามือของนางเอาไว้และเป่าลมออกมาจากริมฝีปากบางจนความร้อนลามเลียลงไปบนบาดแผลทั้ง 5 นิ้ว
”พวกเขาทำเจ้าเช่นนั้นจริงๆหรือ?“ นางพยักหน้า สายตาที่เคยลังเลบัดนี้ดูแข็งกล้าอย่างน่าประหลาด
”เหตุใดเจ้าจึงไม่กลับบ้านเดิมไปเสีย หากข้าไม่ได้รับข่าวจากท่านลุงผู้ใหญ่บ้าน อีกนานนับเดือนกว่าข้าจะกลับมา ถึงเวลานั้นเจ้าอาจเจ็บป่วยจนตายได้!!“ นางอยากจะบอกเหลือเกินว่ามันไม่ทันแล้ว!!
เจ้าของร่างเดิมได้ตายไปแล้ว เพียงเพราะถูกพี่สะใภ้ทั้งสองคนรังแก ให้นั่งตากแดดตากลม คัดเมล็ดข้าวเปลือก การบดพริกด้วยมือเปล่า ซักผ้าตากผ้า เก็บกวาดจวนทั้งหลังเพียงลำพังจนไม่สบายและสุดท้ายวิญญาณออกจากร่าง ก็เป็นนางที่เข้ามาอยู่แทน
”หากข้ากระทำเช่นนั้น เจ้ากลับมาก็ถูกพวกเขารังแกอยู่ดี เห็นหรือไม่คนพวกนี้ประกาศชัดเจนว่าบ้านทั้งหลังไม่มีส่วนใดที่เป็นของเจ้าเลย จากนี้ข้าไม่ใช่หว่านหรงคนเดิมอีกต่อไป หากท่านออกหน้าไม่ได้เพราะเกรงใจพวกเขา ข้าจะออกหน้าเอง เจ้าแค่เป็นคนคอยหนุนหลังให้ข้าก็พอ!!“
ท่าทีเป็นจริงเป็นจังเช่นนี้จิงโม่หยวนไม่เคยเห็นมาก่อน แต่ดูเพลินตากว่าเดิมนัก!!
หลังจากยืนเถียงกันอยู่นาน สุดท้ายนางเดินเข้าไปในห้องนอนของพี่ชายและพี่สะใภ้คนโต ก่อนจะหัวเราะชอบใจ และไม่นานนางใช้ไม้ตีผงหมามุ่ยที่อยู่ด้านหลังจนเต็มถ้วย ก่อนจะเอาไปเทละเลงลงบนเสื้อผ้าและผ้าห่มของบ้านใหญ่และบ้านรองจนฟุ้งกระจาย ดีที่นางป้องกันตัวเองอย่างดี จึงรีบปิดประตูและยืนหัสเราะชอบใจ
”หากมีชีวิตที่มันสงบสุข แล้วมันดูไม่มีความสุขจนต้องรังแกคนที่ต่ำต้อยกว่า เช่นนั้นก็อยู่กันไปแบบทุกข์ๆก็แล้วกัน!!“
พูดจบนางเดินไปจูงมือสามีอย่างจิงโม่หยวน ก่อนจะเดินไปทางด้านหังบ้าน ที่นั่นมีเล้าไก่เก่าๆที่ตอนนี้มีแม่ไก่อยู่เพียงแค่หนึ่งตัวก่อนจะชี้ลงไปใต้ผืนดิน
”ก่อนที่แม่สามีจะจากไป ท่านสั่งข้าเอาไว้ว่า วันหน้าหากข้าลำบากและต้องการไปจากที่นี่ หรือหากว่าเจ้าสอบได้จนได้เป็นบัณฑิต หรือได้รับราชการและต้องการแต่งงานใหม่ ให้ข้านำเงินที่อยู่ใต้ดินนี้ไปเริ่มต้นชีวิตใหม่เสีย!!”
