บท
ตั้งค่า

อันไหนยอมได้ก็อย่ายอม

ดวงตากลมโตกรอกล่อกแล่กไปมา ใช้ความคิดในสมองอย่างหนัก จนสุดท้ายก็ยอมพยักหน้า

“ก็เพียงแค่เคยเห็นผ่านๆ แต่ข้าไม่เคยได้พกเงินพวกนี้อยู่แล้ว เงินค่าสินสอดที่บ้านท่านมอบให้ ท่านแม่ของข้าก็เอาไปหมด สินเดิมของข้ามีเพียงปิ่นเงินที่อยู่บนหัวที่มารดาของข้ามอบให้ไว้ก็เท่านั้น” จิงโม่หยวนเม้มริมฝีปากแน่น ไม่ใช่ว่าไม่เชื่อ และเขาเองก็เห็นมากับตาว่าตอนที่นางมานางมีเพียงผ้าห่มที่รอยปะชุนเต็มผืน1ผืน และปิ่นปักที่ติดตัวมาเท่านั้น

“จากนี้เงินนี่เป็นของเจ้าแล้ว หากเจ้าอยากใช้สิ่งใดก็เอาไปใช้เถิด มีทั้งหมด 300 อีแปะ หรือว่าเจ้าอาจจะเอาไปไว้เป็นทุนรอนในภายภาคหน้าก็ย่อมได้“ เขายืนมันให้นางเก็บเอาไว้

”ท่านแม่บอกที่ซ่อนแก่เจ้า นั่นแปลว่าท่านตั้งใจจะมอบมันให้เจ้าแล้ว” ฝ่ามือกนาลูบลงบนหัวนางคล้ายเอ็นดูเหลือแสน ท่าทางอ่อนโยนที่เขาแสดงออก ทำเอาสตรีที่ไม่เคยได้รับการปฏิบัติที่ดีเช่นนี้จากโลกเดิมถึงกับทำตัวไม่ถูก

นางกอดกล่องไม้ที่บรรจุเงินเอาไว้แน่น ก่อนจะคิดอะไรบางอย่างออก รีบเอาเงินและทองพวกนั้นยื่นไปให้เค้า

“ฝากท่านเอาไว้ก่อนอย่างน้อย คนพวกนี้จะต้องค้นตัวข้าแน่นอน เอ่อ…ท่านมีที่ซ่อนที่ดีกว่านี้หรือไม่” หากคนพวกนั้นกลับมาแน่นอนว่าต้องกลับมาจัดการกับนางนางทำให้พวกเขาเจ็บตัว

และอาจจะเจ็บตัวอีกหนจากกับดักที่นางวางเอาไว้รอบบ้าน วันนี้จะต้องทะเลาะกันให้รุนแรงเพื่อที่จะได้ตัดขาดกันให้ง่ายที่สุด!!

“ก็พอจะมีอยู่ที่นึง” เขาเดินนำหน้านางไปนอกบ้าน ก่อนจะเดินไปหยุดที่หน้าบ้านหลังนึง เห็รคนแก่กำลังนั่งล้างลูกพลับอยู่หน้าบ้านด้วยท่าทีประณีต

“ท่านยายกุ่ย” เขาเรียกสตรีผู้นั้นคล้ายกับว่าสนิทสนมมานานแรมปี

“หยวนเอ๋อร์ ข้ากำลังล้างลูกพลับจะเอาไปไปเยี่ยมเจ้ากับเมียเจ้าพอดี นี่คงรู้เรื่องแล้วสินะว่าพี่ชายใหญ่กับพี่ชายรองของเจ้า การแบ่งสมบัติโดยที่ไม่ยอมรอให้เจ้ากลับมาก่อน” เขาพยักหน้าก่อนจะยื่นถุงเงินและถุงทองให้สตรีถุงสูงอายุตรงหน้า ทำกุ่ยซ่งเสวียนแปลกใจไม่น้อย

“ท่านยายสิ่งนี้จำเป็นต่อชีวิตของข้าและเมียมากนัก แต่อีกหน่อยคงจะต้องได้เปิดใจคุยกับพี่ใหญ่และพี่รอง ข้าไม่อยากให้พวกเขารู้ว่า ข้ากับเมียพอจะมีเงินเงินก้อนนี้อยู่ ไม่ทราบว่าจะฝากไว้กับท่านยายก่อนได้หรือไม่”

สตรีสูงอายุตรงหน้ากวาดตามองร่างสูงของของจิงโม่หยวน และเรือนร่างผอมบางของจิงหว่านหรง ดวงตาฝ้าฟางมีน้ำสีใสเกาะอยู่ที่หน่วยตาเหี่ยวย่น อย่างห้ามตัวเองไม่อยู่

“แน่นอนว่าได้อยู่แล้ว เพียงแต่ยายมีเรื่องอยากจะชี้แนะเจ้าสองคน การแบ่งสมบัติที่ไม่เป็นธรรมนี้เจ้าควรแจ้งผู้ใหญ่บ้านให้มาเป็นกลาง และลุงใหญ่ของเจ้าที่จะต้องทำให้เรื่องนี้เป็นธรรมที่สุด“ เรื่องนี้ชาวบ้านร่ำลือกันไปทั่ว คือเรื่องที่ว่าที่บัณฑิตกำลังถูกพี่ชายและพี่สะใภ้กลั่นแกล้ง!!

”โม่หยวนวันนี้หากเจ้าไม่ต้องการสิ่งใดจากบ้านหลังนั้น ยายคิดว่าเป็นเรื่องที่ไม่สมควร เจ้าก็เป็นลูกชายคนนึงควรจะได้ในสัดส่วนที่เท่าเทียมกัน”

เรื่องนี้จิงหว่านหรงพยักหน้าเห็นด้วย หากเขาปฏิเสธที่จะไม่รับนั้นเท่ากับว่าจะเสียเปรียบไปเต็มๆ และคนที่มีจิตใจเหยียบเย็นดุจแม่น้ำยามหน้าหนาว จะเถียงกับเหล่าพี่ชายพี่สะใภ้ทันได้อย่างไร

“อย่างน้อยๆก็เอาไว้เลี้ยงภรรยาของเจ้าเอง หากวันหน้าเจ้ามีเงินพวกนี้เอาไว้เป็นทุนรอในการศึกษาต่อ เจ้าอาจจะได้เป็นขุนนางไม่ลำบากยากจนเหมือนที่พ่อแม่ของเจ้าวาดหวังเอาไว้ เชื่อยายเถิดเรื่องนี้เจ้าต้องห้ามยอมเด็ดขาด” นางวางมือลงบนแขนของเขา จนจิงโม่หยวนก้มลงมองนางอย่างสงสัย

“ข้าเห็นด้วยกับท่านยาย ไม่ใช่ว่าเห็นแก่สมบัติ แต่ในส่วนที่ได้ก็ควรที่จะได้ก็ควรเอามา เพื่อที่จะเอามาเป็นทุนรอนในชีวิตของท่าน“ จิงโม่หยวนใช้ความคิดอย่างหนักหน่วง เพราะเดิมทีไม่ชอบมีปัญหากับผู้ใดจริงๆ

”สิ่งใดที่ยอมได้ก็ยอม สิ่งใดที่ยอมไม่ได้และเป็นความหวังของพ่อแม่สามี เราก็ควรที่จะไม่ต้องยอมเจ้าค่ะ!! คนพวกนั้น…หากใจดีสักนิด มีหคือที่เราจะใจดำกลับ เป็นพวกเขาเองที่รังแกท่านมาตลอด!!”

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel