เซี่ยอวี๋หลิน
“พี่หญิง หากท่านย่าทำเช่นนี้เราต้องอดตายในสักวันเป็นแน่” เข่ออ้าย น้องสาวคนรองพูดกับร่างบางที่นอนแน่นิ่งอยู่บนเตียง โดยมีน้องชายตัวเล็กอย่างซานสุ่ยนั่งอยู่ข้างๆ
“เหตุใดพี่หญิงจึงนอนนิ่งเช่นนี้ ข้ากับพี่รองวันนี้ไม่มีอะไรตกถึงท้องเลยสักนิด”
“แค่ก แค่ก” ร่างบอบบางผอมแห้งมีเพียงหนังหุ้มกระดูกค่อยๆเปิดเปลือกตาขึ้นมาช้าๆ
“นั่น…พี่หญิงฟื้นแล้วใช่หรือไม่” เด็กน้อยวัยเพียง4หนาวเขย่าแขนพี่สาวคนกลางอย่างตื่นเต้น แต่สำหรับเซี่ยเข่ออ้ายนั้นขมวดคิ้วจนชิดติดกัน …แต่เมื่อครู่ร่างของพี่สาวนั้นหมดลมหายใจไปแล้วนี่น่า เหตุใดจึงลืมตาขึ้นมาราวปาฏิหาริย์… นางทำได้แค่คิดในใจไม่กล้าพูดสิ่งใดออกมา เพราะก่อนหน้านางก็ไม่กล้ากระโตกกระตากให้ผู้คนตื่นตระหนก
“ที่นี่ที่ไหน…” เสียงแหบเพราะลำคอแหบแห้งเป็นปุยผงเอ่ยขึ้นพร้อมกวาดตามองอย่างมึนงง
“ที่นี่ก็คือเรือนสวนอย่างไรเล่า พี่หญิงใหญ่ท่านพูดจาแปลกนัก” นัยย์ตาที่หวานปนเศร้าจากที่สำรวจบ้านที่เก่าคร่ำครึช้าๆ ก่อนเหลือบมามองเด็กหญิงและเด็กชายที่หน้าตามอมแมมจนแทบดูไม่ได้ถึงกับผงะออก
“พวกเธอเป็นใคร” ร่างที่เจ็บป่วยมาเป็นเวลานานถอยกรูออกไปจนชิดผนัง พลอยทำให้สองพี่น้องผวากอดกันแน่นไปด้วย
“พวกเราก็คือน้องของพี่หญิงอย่างไรเล่าขอรับ” เด็กวันสี่หนาวอย่างซานสุ่ยเริ่มเบะออกเมื่อเจอท่าทางแปลกๆของคนเป็นพี่ใหญ่
“ท่านมิใช่พี่หญิงใหญ่หรอกหรือ ท่านเป็นปีศาจตนใด มาอยู่ในร่างพี่หญิงของพวกเราได้อย่างไร” เซี่ยเข่ออ้ายเริ่มมีน้ำตาสีใสจับคลอ แค่รับรู้ว่าพี่สาวไม่หายใจก็แทบสิ้นสติ แต่เมื่อเห็นท่าทางแปลกๆแบบนี้อีก นางยิ่งอยากพาน้องชายวิ่งหายออกไปเสียเดี๋ยวนี้
“มะไม่ใช่ ข้า…ข้าเป็นพี่หญิงของพวกเจ้า เพียงแต่ข้าสับสนนิดหน่อย อาจจะเป็นเพราะข้าไม่สบาย” คนที่มีอีคิวเป็นเลิศเพราะสอบได้อันดับหนึ่งทุกชั้น และทุกวิชาจนได้เป็นแพทย์รีบเอ่ยทันทีที่ได้ยินคำว่าปีศาจ อย่างไรก็ตามนี่จะเป็นความจริงหรือความฝันนางต้องเอาตัวรอดจากการล่าปีศาจไว้ก่อน
“เช่นนั้นหรือ ท่านมิใช่ว่าเป็นปีศาจจริงๆหรือ” เด็กน้อยอย่างเซี่ยซ่านสุ่ยรีบกระโจนเข้ามาเกาะแขนจนพี่สาวอย่างเซี่ยเข่ออ้ายจับเอาไว้ไม่ทัน
“ใช่อยู่แล้ว ข้าเป็นพี่หญิงใหญ่ของพวกเจ้า” น่าจะใช่นะ น่าจะเป็นพี่หญิงใหญ่แน่ๆเพราะเธอได้ยินเด็กสาวตรงหน้าเรียกแบบนั้น
“เช่นนั้นก็ดีเลย ตั้งแต่ท่านนอนนิ่งไป ท่านย่าให้อาหารข้ากับพี่รองเพียงหยิบมือ” มือบางของเซี่ยเข่ออ้ายรีบดึงเสื้อน้องชายจนห้อยต่องแต่ง
“พี่หญิงพึ่งฟื้นเจ้ายังจะกล้าร้องขอ!!” เสียงดุไม่จริงจังนักแต่คนฟังกลับสะท้อนในอก รีบกวาดตามองสองร่างที่ผอมแห้งก่อนจะเอื้อมมือไปลูบหัวด้วยความเอ็นดู
“คืนนี้เจ้าสองคนทนหิวสักหน่อยได้หรือไม่ ขอข้าพักผ่อนเสียหน่อยพรุ่งนี้จะหาอะไรให้กิน” สองเด็กน้อยยอมพยักหน้าเพราะทุกคืนก็ทำเช่นนี้เมื่อรู้สึกหิวก็รีบนอน แต่เพราะคืนนี้พี่สาวคนโตอย่างเซี่ยอวี๋หลินตัวเย็นเฉียบจึงวางใจไม่ได้ทำให้มาออกันอยู่ที่นี่
“พี่หญิงอย่าห่วงไป ข้าจัดการเจ้าเด็กดื้อนี่เอง ไปเถอะร่างกายพี่หญิงใหญ่ยังอ่อนแอนัก ให้พี่หญิงพักสักหน่อย เราก็ควรไปนอน”
