ระบบพิเศษ
เท้าบางค่อยๆก้าวเข้าไปช้าๆ อย่างตื่นเต้น ภายในมีขนาดคล้ายห้องนอนห้องนึง แต่ภายในห้องนั้นมีทั้งของกินของใช้มากมา เสื้อผ้าก็มีให้ตามยุคสมัยที่นางย้ายร่างมาอยู่ มีตั้งแต่เสื้อผ้าเด็กทารกไปยันคนโต อาหารสดและอาหารแห้งมีเป็นตู้ๆแยกวางไว้ เครื่องครัวทำกับข้าวและดำรงชีพมีเยอะแยะมากมาย
”นี่มันสวรรค์ชัดๆเลย พวกเจ้าสองคนไม่อดตายแล้ว“ น้ำตาแห่งความดีใจไหลออกมาไม่ขาดสาย ดีที่เมื่อตอนเรียนหรือทำงานหนักๆ เวลาหยุดพักนางมักอ่านนิยายแนวย้อนยุค หรือนิยายสมัยโบราณมาบ้างย่อมรู้ดีว่าการแย่งชิงอำนาจหรือการโกรธเกลียดกันของคนในยุคนี้นั้นรุนแรงเพียงใด ใครก็ไม่อาจเปลี่ยนความคิดได้ จึงตั้งใจแล้วว่านางจะไม่เปลี่ยนแปลงอะไร แต่นางจะสู้กลับด้วยมันสมอง
”ดีจริงๆมีตู้ยาด้วยแบบนี้ค่อยสมกับเป็นแพทย์หน่อย“ มือบางเปิดประตูเลื่อนด้านหลังออกไป ก่อนพบพืชพรรณผลไม้ละลานตา ไหนจะทุ่งนาที่มีปลาอยู่เยอะแยะนี่อีก ดวงตากลมโตพราวระยับก่อนจะจัดการย่ำเท้าออกไปสำรวจที่เรือนสวนเสียก่อน หากขาดเหลืออะไรค่อยเข้ามาหยิบจับก็ยังไม่สาย
”พี่หญิง เหตุใดท่านจึงไม่พัก“ เซี่ยเข่ออ้ายที่นอนไม่หลับเพราะเอาแต่คิดวนไปมา เดินมาเจอเซี่ยอวี๋หลินจึงเอ่ยถาม
”ข้านอนไม่หลับหน่ะ อาจจะเป็นเพราะว่านอนมาหลายวันเกินไป ร่างกายจึงเหมือนได้พักผ่อนเต็มที่“ นางตอบพร้อมยิ้มบางๆเพราะเข้าใจดีว่าคนตรงหน้าคงมีความสงสัยในตัวนาง แต่นางจะปล่อยไปก่อนและจะทำการปกป้องน้องๆแทนเพื่อให้รู้ว่านางมาดี มาเพื่อช่วยเหลือให้พ้นเงื้อมมือผู้เป็นย่า
”นั่นท่านจะทำอะไร“ เด็กสาววัยสิบสี่หนาวที่ยังไม่กล้าเข้าใกล้ผู้เป็นพี่นักรีบเอ่ยถาม เมื่อเห็นพี่สาวเดินเข้าไปในครัว
“เข่ออ้ายเจ้าอย่าได้จับผิดข้า ข้าเพียงแต่มาดูว่ามีอะไรพอจะทำอาหารกินได้บ้าง อีกไม่กี่ยามก็เช้าแล้ว น้องเล็กคงหิวไม่น้อย” นางเปิดดูนั่นนี่อย่างชั่งใจ จะทำอย่างไรให้นำสิ่งของออกมาใช้ได้โดยไม่ต้องถูกเด็กๆสงสัย
“ไม่มีสิ่งใดหรอกเจ้าค่ะ ตอนที่พี่หญิงป่วยใหม่ๆ ท่านย่าขับไล่เราออกมา ไม่มีสิ่งใดหยิบยื่นมาให้สักอย่าง” สายตาหวานกวาดตามองก่อนหันไปหาพี่สาว
“แต่นี่เป็นบ้านที่ท่านพ่อแยกออกมามิใช่หรือ แล้ว…เหตุใดจึงทรุดโทรมและว่างเปล่าเช่นนี้” นี่นางและน้องๆเป็นลูกของแม่ทัพเซี่ยที่ทำคุณงามความดีให้แผ่นดินจริงหรือ เหตุใดจวนที่อยู่จึงเก่าและไม่มีสิ่งอำนวยความสะดวกอย่างที่ควรจะเป็น
“พี่หญิงจำไม่ได้หรือเจ้าคะ ตั้งแต่ท่านพ่อและท่านแม่ออกไปรบ ท่านย่าให้คนมาขนข้าวของออกไปที่จวนใหญ่ของท่านอาจนสิ้น และที่สำคัญพวกเราก็ถูกจำกัดให้อยู่ภายใต้การดูแลของท่านย่า” สายตาของเซี่ยอวี๋หลินมีแต่ความโกรธแค้น ไม่รักแม่นางแล้วอย่างไร พ่อนางมิใช่ลูกหรือจึงลงมือทำร้ายหลานๆได้ลงคอ
“น้องรองเตรียมตัวให้ดี พรุ่งนี้พี่จะพาพวกเจ้าไปพบท่านป้าหลีชง มันถึงเวลาที่เราต้องพ้นทุกข์จากท่านย่าและอาสะใภ้เสียที“ นางจำได้ในความทรงจำ นางมีคู่หมายเป็นบุตรชายสกุลโหลว แต่ตอนนี้คู่หมายของนางนั้นกำลังออกไปรบกับท่านลุงที่ฝั่งเหนือ มีเพียงท่านป้าโหลวหลีชงเท่านั้นที่เฝ้าอยู่ที่เรือน และเพราะท่านป้าหลีชงเป็นเพื่อนรักกับแม่ของนาง นางจึงจะเดินทางไปขอความช่วยเหลือ
”แต่ว่า…พี่หญิงเคยบอกข้าว่าไม่อยากผูกสัมพันธ์กับคนบ้านโหลว และอยากถอนหมั้นเหตุเพราะ บุคคลนั้นมิยอมมาทำตามธรรมเนียมเสียทีมิใช่หรือเจ้าคะ“ เซี่ยเข่ออ้ายจำได้ดี พี่หญิงของนางเคยเขียนจดหมายฝากนกพิราบขอร้องให้เขายกเกี้ยวมาขอนางเสียทีตอนถึงวัยปักปิ่น เพื่อที่นางจะได้พ้นเคราะห์จากบ้านท่านย่า แต่รอจนแล้วจนรอดก็ไม่มีท่าทีว่าทางนั้นจะมาสู่ขอนางตามธรรมเนียม ทำนางประกาศไม่ขอยุ่งเกี่ยวอีกต่อไป
”เอ่อ ก็ตอนนี้เราเดือดร้อนมิใช่หรือ หากอยู่แบบนี้เจ้าและน้องเล็กคงไม่มีทางได้รู้หนังสือ เรื่องแต่งงานข้าก็ยังไม่คิด แต่คราก่อนตอนท่านป้ามาเยี่ยมท่านบอกว่าหากมีสิ่งใดให้ช่วยให้ไปหาท่านที่เรือน ข้าจึงคิดว่านี่เป็นการดีที่จะหลุดพ้น เจ้าคิดเช่นนั้นหรือไม่“ เมื่อเห็นน้องสาวพยักหน้าเห็นด้วยจึงวางใจ ไม่ว่ายุคสมัยไหนก็ไม่มีใครอยากถูกกดขี่แน่นอน
