นางเป็นว่าที่สะใภ้สกุลโหลว
คำพูดของโหลวฮูหยินทำเซี่ยตวนอู่กำหมัดแน่น ก่อนหันไปหาแม่และเมียที่นั่งกุมมือกันแน่น
”กล้าหรือ กล้าทำให้ชื่อเสียงข้าปนเปื้อนเช่นนั้นหรือ เดิมทีข้าใคร่แต่งงานกับนางจิ้งจอกนี่ไม่ ท่านแม่ขอร้องว่าหากข้าแต่งงานอิสระข้าจะยังเหมือนเดิม ข้าจึงยอม!! “ นิ้วมือสั่นเทาชี้หน้าเซี่ยเหิงฟู่สั่นระริก
”พี่ใหญ่ของข้าทำคุณงามความดี ท่านแม่ตอบแทนเขาเช่นนี้อย่างนี้กรือขอรับ!!“ ถึงเขาจะได้เลื่อนขั้นเป็นเสนาแต่ก็ต้องยอมรับว่า เขาต้องได้รับการสนับสนุนจากพี่ชาย หากพี่ชายและพี่สะใภ้โกรธเกรี้ยวไม่แคล้วความฝันเขาต้องดับลง
“ตวนเอ๋อเจ้าอย่าได้หูเบาไป ข้าเพียงสั่งสอนเด็กๆ มันก็เป็นวิธีปราบเด็กดื้อเท่านั้น โหลวฮูหยินกลับทำเป็นเรื่องใหญ่โต” แม่เฒ่าเซี่ยยังไม่ยอมรับ แม้จะเกรงใจบุตรชายคนรองไม่น้อยก็ตาม
“หากข้าทำเรื่องนี้ให้มันเป็นเรื่องใหญ่จริง ชาวบ้านที่ออกันอยากรู้เรื่องในจวนป่านนี้คงได้เข้ามานั่งฟังด้วย ใช่หรือไม่เจ้าคะ” นายอำเภอและคนของทางการต่างพยักหน้าเห็นด้วย
“เอาเถิด…เรื่องในคนในจวนของเจ้า ข้าเองจะไม่ยุ่งให้เจ้าจัดการตามที่เจ้าเห็นสมควร แต่วันนี้ที่ข้ามา เพราะทนดูว่าที่สะใภ้สกุลโหลวถูกเอาเปรียบไม่ได้ เชิญท่านนายอำเภอ” นางไม่รอฟังคำทะเลาะ เพราะดูจากร่างกายของเด็กสาวและน้องๆ นางคิดว่าควรจัดการให้เร็วที่สุด
“ท่านแม่ทัพเซี่ยและฮูหยินใหญ่สกุลเซี่ย ทำสัญญาปกครองบุตรทั้งสามไว้เมื่อสี่ปีก่อน ในสัญญาเขียนไว้ว่า แม้ล่วงเลยวัยปักปิ่น ไม่ประสงค์จะให้บุตรสาวออกเรือนทั้งคุณหนูใหญ่เซี่ยอวี๋หลินที่มีคู่หมายแล้วคือคุณชายสกุลโหลว ซึ่งตอนนี้ติดภาระกิจที่ชายแดน ส่วนคุณหนูรองเซี่ยเข่ออ้ายนั้นแม้นมีชายใดทาบทามให้รอท่านแม่ทัพและภรรยา หรือหากการรบกินเวลานานเกินจนคุณหนูรองอายุครบสิบแปดปี ให้ใช้ความสมัครรักใคร่ชอบพอตามที่คุณหนูรองเห็นควร โดยอยู่ภายใต้การดูแลของคุณหนูใหญ่เซี่ยอวี๋หลิน” ตอนนี้เซี่ยอวี๋หลินน้ำตาไหลเป็นทาง ที่นางต้องตอบรับคู่หมายกับคุณชายสกุลโหลวเพราะการช่วยเหลือกันครั้งเก่าก่อน และนางไม่อาจทำให้พ่อแม่ผิดหวัง นางเข้าใจความหวังดีของพ่อและแม่ดี
“อีกฉบับเขียนไว้ว่า หากคุณหนูใหญ่สกุลเซี่ยมีอายุครบ18ปีบริบูรณ์ ให้เขียนจดหมายหาโหลวฮูหยิน และกลับมาดูแลบำรุงเรือนสวนสกุลเซี่ย มีสาวใช้ที่ท่านแม่ทัพไว้ใจอยู่กับคนสกุลโหลว หน้าที่นี้โหลวฮูหยินจัดการได้ตามสมควร และหากท่านแม่ทัพถึงแก่กรรมในสนามรบ เงินบำเน็จทั้งหมดมอบให้คุณหนูทั้งสาม” พูดจบเขาจึงยื่นกระดาษให้โหลวฮูหยินและเซี่ยตวนอู่ตรวจทานดู
“ท่านแม่รู้สัญญาฉบับนี้อยู่แล้วมิใช่หรือ นี่ใช่หรือไม่เหตุผลที่เอาเด็กๆ มาขังไว้ไกลผู้คน!!” เซี่ยตวนอู่ตะคอกถามผู้ให้กำเนิดอย่างไม่ไว้หน้า เรื่องสมบัติพี่ชายนั้นเขาไม่สน เพราะเบี้ยหวัดของเขาเองก็มีมากโข แต่สิ่งที่คนของเขากระทำต่อหลานๆ นั้นเขากลัวเหลือเกิน กลัวพี่ชายจะคาดโทษทำเขาพลอยหลุดตำแหน่งไปด้วย
“ตวนเอ๋อร์เจ้าใจเย็นลงเสียหน่อย อย่างไรแม่ก็เป็นผู้ใหญ่ในบ้าน สิ่งใดที่แม่สั่งสอนพวกนางได้แม่ก็ย่อมต้องทำ” หญิงชราบีบมือสะใภ้รองไว้แน่น
“นี่หรือขอรับที่ท่านเรียกว่าสั่งสอน อาหลินเจ้าเปิดบาดแผลให้อารองของเจ้าดูเดี๋ยวนี้!!” เขาหันไปสั่งหลานสาว และเซี่ยอวี๋หลินที่รอเวลานี้มานานรีบเปิดบาดแผลตามร่างกายที่นางตรวจสอบดูแล้วถือว่าหนักไม่น้อย
“ยังมีในร่มผ้าอีกไม่น้อย พี่หญิงต้องทนทุกครั้งที่อาสะใภ้อารมณ์เสีย มักลากพี่หญิงมาทุบตีประจำเจ้าค่ะ” เซี่ยเข่ออ้ายไม่ปล่อยให้โอกาสหลุดลอยไปนางรีบแจงทันที
“พวกข้ามีอาหารเพียงแผ่นแป้งย่างวันละ1แผ่นเท่านั้นขอรับ” เซี่ยซานสุ่ยรีบสมทับดีที่นางเตี๊ยมกับน้องๆ มาเป็นอย่างดี
“ข้าเองคิดว่าจะหมดลมหายใจก่อนท่านอากับท่านป้าจะมาช่วยเสียอีก” ซึ่งร่างเดิมก็หมดลมหายใจจริงๆ ถือว่านางเอาคืนให้แก่เด็กสาวที่มีชะตาชีวิตอาภัพก็แล้วกัน
“เหิงฟู่เจ้ารู้หรือไม่ว่า แม้บุตรชายข้าจะยังไม่มีเกี้ยวมงคลมารับตัวอาหลินแต่ของหมั้นหมายนั้นผู้ใหญ่รับไว้เป็นที่เรียบร้อย ถือว่านางเป็นว่าที่สะใภ้สกุลโหลว แล้วเจ้า!! กล้าดียังไงมาทำร้ายนางปรางตายเช่นนี้!!” เมื่อเห็นรอยบาดแผลฉกรรณ์หลายแห่งความโกรธของโหลวหลีชงพุ่งเป็นทวีคูณ
“ต่อแต่นี้เรือนสวนแห่งนี้คือที่พำนักของบุตรแม่ทัพเซี่ย ห้าม!! ฮูหยินใหญ่สกุลเซี่ยและสะใภ้รองเข้ามาก่อกวนเด็ดขาด หากไม่เชื่อฟังจะมีโทษอันใดท่านนายอำเภอ” แม้โหลวหลีชงจะอยากตบหน้านางจิ้งจอกนี่สักฉาดสองฉาด แต่นางเองก็ต้องไว้หน้าเซี่ยตวนอู่เช่นกัน
“โทษของการไม่ยึดมั่นสัญญา คือริบบำเน็จรายเดือนที่ท่านแม่ทัพควรมอบให้แก่ผู้ให้กำเนิด และงดได้รับความช่วยเหลือในฐานะมารดาของท่านแม่ทัพใหญ่สกุลเซี่ยขอรับ”
“ได้ยินเต็มสองหูหรือไม่ขอรับท่านแม่ อาหลินวันนี้เจ้ากับน้องๆ เตรียมเก็บกวาดเรือนอาจะส่งคนมาช่วย ส่วนของใช้สิ่งใดที่เป็นของเรือนสวนจะนำกลับมาให้ทั้งหมด” เซี่ยตวนอู่ที่กักเก็บอารมณ์เอาไว้อย่างยิ่งยวดหันไปบอกหลานสาว
“มะไม่ได้ๆ ไม่ได้จริงตวนเอ๋อร์คือว่า…”
