บท
ตั้งค่า

ตอนที่ 7 องค์ชายใหญ่

ตอนที่ 7 องค์ชายใหญ่

กลิ่นหอมของกลีบดอกไม้ส่งกลิ่นอบอวลในอ่างน้ำ เซียวหนานนอนแช่ตัวอยู่ในน้ำหลับตาเพื่อครุ่นคิด ยามนั้นเองเสียงฝีเท้าหนัก ๆ ดังเข้ามาด้านใน เขาไม่ลืมตาขึ้นมามองด้วยซ้ำเพราะจำเสียงฝีเท้าได้ดี

“เป็นคนของฝ่ายใด”

“กระหม่อมตามสืบแล้ว น่าจะเป็นนักฆ่าที่รับจ้างไร้สังกัด ทว่านี่พ่ะย่ะค่ะ หลักฐานที่บ่งบอกตัวผู้สั่งการ” หลางอี้มือขวาของเซียวหนาน องครักษ์เงาที่คอยสืบหาข่าวให้แก่เขายื่นของสิ่งหนึ่งมาให้แก่ท่านอ๋อง เขาลืมตาลุกขึ้นจากอ่างน้ำ ถังหลินหยิบผ้ามาคุมกายให้ก่อนที่เขาจะก้าวออกมาจากอ่างน้ำ จับสิ่งของที่หลางอี้ได้มา กระตุกยิ้มที่มุมปากเพราะของสิ่งนี้คือยี่เพ่ย หยกแกะสลักผูกรวมกับด้าย แต่ที่น่าสนใจคือรูปหยกแกะสลักนั้นเพียงมองก็รู้ว่าผู้ใดคือเจ้าของ

“เป็นเขาอีกแล้วสินะ …นี่ก็คงเป็นความไม่มีไหวพริบและความระมัดระวังตัวจนทำให้นักฆ่ารับจ้างพวกนี้ขโมยยี่เพ่ยมาได้ ไม่ต้องดำเนินการอันใดอยู่เงียบ ๆ ปล่อยให้ฝั่งนั้นร้อนอกร้อนใจ ทั้ง ๆ ที่ข้าแสร้งเป็นใบ้และสติไม่ดีเช่นนี้ยังส่งคนมาจัดการ คงคิดว่าข้าจะไปทวงบัลลังก์และแย่งชิงอำนาจที่มีอยู่ยามนี้สินะ องค์ชายใหญ่หวังหยางเจี้ยน” เขาส่งมอบของสิ่งนั้นให้แก่ถังหลินให้เขานำไปเก็บไว้ที่ห้องลับ หวังหยางเจี้ยนคือบุตรชายคนโตของฮ่องเต้องค์ปัจจุบัน หลังจากที่รู้เรื่องของอ๋องเซียวหนานถูกโปรดปราณจากฮ่องเต้องค์ก่อน อีกทั้งมารดาของเขาถูกลงโทษประหารทั้งตระกูล เกรงกลัวว่าอ๋องเซียวหนานจะไม่ได้เป็นคนเสียสติ และเกรงว่าจะกลับมาแก้แค้นอีกครั้ง อีกอย่างคือบัลลังก์ เขาไม่ต้องการให้ใครมาแย่งชิง จึงจัดการให้พ้น ๆ

ในวังหลวงตำหนักหยินหลง

บุรุษในวัยสิบเจ็ดปี กำลังคึกคะนองและเสวยสุขในอำนาจที่มีในยามนี้ อีกไม่นานบิดาจะแต่งตั้งเขาให้เป็นองค์รัชทายาท ยิ่งมองเห็นอำนาจมากเท่าไหร่เขายิ่งหลงระเริง

“ฮ่า ฮ่า ป่านนี้อ๋องเซียวหนาน คงตายกลายเป็นศพแล้วสินะ รีบไปนำสุรามาให้ข้า ข้าจะดื่มฉลอง ต่อจากนี้จะไม่มีผู้ใดมาขัดขวางข้าอีก เพราะหากเป็นผู้อื่นข้าไม่เคยเกรงกลัวเมื่อสิ้นอ๋องเซียวหนานราวกับว่าบนบัลลังก์ต่อจากเสด็จพ่อจะเป็นของข้า ฮ่า ฮ่า"

บ่าวรับใช้ข้างกายรีบทำตามคำสั่งขององค์ชาย หากชักช้ามีหวังเขาเองอาจจะถูกสั่งลงโทษได้

ทว่ายังไม่ทันได้เดินออกไปเอาองครักษ์ของเขาก็รีบเข้ามาทูลแจ้งเรื่องที่ส่งนักฆ่าไปสังหารอ๋องเซียวหนาน

“ทูลองค์ชายใหญ่ กระหม่อมมีเรื่องด่วนมาแจ้งพ่ะย่ะค่ะ คนที่เราส่งไปทำงานผิดพลาด ไม่อาจจะลงมือปลิดชีพท่านอ๋องเซียวหนานได้”

ปัง !! เสียงมือฟาดลงที่โต๊ะเสียงดังสนั่น ใบหน้าเปลี่ยนผันเป็นเกรี้ยวโกรธ

“อะไรกันเพียงแค่คนสติไม่ดีเพียงผู้เดียวเหตุใดถึงลงมือจัดการไม่ได้กัน”

“กระหม่อมตามไปดูนักฆ่าที่ว่าจ้างทว่าทั้งสามคนมิอาจจะต่อกรกับองครักษ์ของท่านอ๋องได้เลยพ่ะย่ะค่ะ”

องค์ชายใหญ่ครุ่นคิดชายที่ตามหลังอ๋องเซียวหนานผู้นั้นนะหรือจะเก่งกาจ

“ถังหลิน ชายผู้นั้นนะหรือ ? ทั้ง ๆ สติไม่ดีแท้ ๆ เหตุใดถึงมียอดฝีมือคอยคุ้มกันหรือเพราะเกรงว่าจะเกิดเรื่องขึ้นกับเขาอย่างนั้นหรือ ? ข้าไม่หยุดเพียงเท่านี้เจ้าคอยจับตาดูอ๋องเซียวหนานต่อไป ต้องมีทางใดที่ข้าจะจัดการเขาได้ก่อนที่ข้าจะได้รับตำแหน่งองค์รัชทายาท ”

“พ่ะย่ะค่ะ องค์ชาย”

ฝั่งด้านหลินเหย่

หลังจากกลับจวน นางเริ่มครุ่นคิดไม่อยากจะอยู่นิ่ง ๆ ทำตัวไร้ประโยชน์ ช่วงนั้นเองเสียงระบบได้ดังขึ้น

ติ่ง ...ระบบเอาตัวรอดเปิดทำงาน

‘โฮสต์ดูเหมือนว่าท่านกังวล ต้องการอะไรเพิ่มเติมหรือไม่’

“ระบบอย่างเจ้านะหรือจะช่วยอะไรข้าได้ ว่าแต่ข้อจำกัดในการเปิดใช้ระบบมีอะไรบ้าง”

‘ไม่ว่าโฮสต์ต้องการอะไรทางระบบจัดหาให้ได้ทั้งนั้น’

“ดีเลย การที่จะสืบเรื่องในวังหลวงจะต้องไปในพื้นที่คนพลุกพล่าน อย่างนั้นข้าต้องการเปิดร้านอาหารให้ พวกใต้เท้าหลาย ๆ คนต้องเข้ามาอุดหนุนร้านข้าแน่นอนและอาหารที่ข้าจะทำขายคืออาหารยุคสมัยใหม่แต่ไม่ทิ้งอาหารในยุคสมัยนี้ ข้าจะผสมผสานขายไปด้วยกัน เพื่อเรียกลูกค้า ทำให้มีห้องส่วนตัวคล้าย ๆ โรงน้ำชาหรือหอนางโลมเพื่อให้เหล่าใต้เท้าเอาไว้คอยหารือกัน อย่างนั้นข้าจะต้องได้ยินเรื่องราวของวังหลวงและรู้ว่าฝ่ายใดดีกับท่านอ๋องบ้างและมีผู้ใดจงรักภักดีต่อเขา ระบบอย่างเจ้าต้องช่วยข้าจัดหาวัตถุดิบยุคสมัยใหม่มาให้” หลินเหย่คิดเรื่องนี้มานาน หากจะเปิดร้านน้ำชาก็ดูเหมือนมีหลายร้านแล้วหลังจากที่นางสำรวจการไปตลาดในวันนี้ จึงเลือกที่จะเปิดร้านอาหาร

‘เรื่องแค่นี้ไม่ใช่เรื่องยากอะไร หากนึกคิดสิ่งใดที่ต้องใช้สิ่งของเหล่านั้นจะปรากฏต่อหน้าทว่าห้ามไม่ให้ใครรู้เรื่องนี้ จงจำเอาไว้ให้ดี’

“เยี่ยมไปเลย เรื่องนี้ฉันไม่พลาดให้ใครรู้หรอกน่ะ” หลินเหย่ยิ้มกว้างออกมาด้วยความดีใจ ก่อนจะโน้มตัวลงนอนเพราะนี่ก็ยามสามเข้าแล้ว

รุ่งเช้าวันต่อมา

หลินเหย่บอกเรื่องนี้กับจูเก่อหลิงและเสิ่นอันหนิง คราแรกทั้งสองไม่เห็นดีด้วย ตอนนี้ไม่ว่านางจะนั่งกินนอนกินก็ย่อมสุขสบาย สมบัติของท่านอ๋องก็มีมากมาย ไหนจะสินเดิมของนางอีก

“พระชายาเพคะ หากท่านเปิดร้านอาหารท่านต้องเหน็ดเหนื่อยเพิ่มขึ้นอีกนะเพคะ เมื่อก่อนพระชายาบอกหม่อมฉันว่าชอบการนอนนิ่ง ๆ ไม่ต้องขยับตัวทำสิ่งใด เหตุใดพระชายาถึงได้คิดจะเปิดร้านอาหารละเพคะ” จูเกอหลิงเอ่ยถามด้วยความสงสัย

“นั่นสิเพคะ เพียงแค่เรื่องในจวนที่ท่านต้องจัดการก็เพียงพอแล้ว เหตุใดต้องหาเรื่องยุ่งยากให้ตนเองด้วยเล่าเพคะ”

“เจ้าไม่เห็นหรือไง ชาวบ้านต่างดูถูกข้า ดูถูกท่านอ๋องเพียงใด ข้าจะทำให้พวกเขาเห็นว่าข้ามิได้มีเพียงความงดงามและโหดเหี้ยม ข้าจะเปิดร้านอาหารของตนเองเพื่อพิสูจน์ให้เห็นว่าข้านั้นมีสติปัญญาดีไม่ต่างจากใบหน้า เอาล่ะเลิกถามได้แล้วเตรียมตัวออกไปหาเช่าร้านกันเถอะ แต่หากเป็นไปได้ข้าต้องการซื้อที่ดินที่มีร้านค้าขนาดใหญ่จะได้ไม่เสียเวลาปรับปรุง” หลินเหย่ลุกขึ้นดวงตาแน่วแน่เมื่อคิดถึงเรื่องจะทำต่อจากนี้

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel