ยุบหนอ พองหนอ
เสียงเคาะยามให้เวลาเช้ามืด ทำเด็กทั้งสามคนกุลีกุจอมาจัดการตนเอง ส่วนคนที่รู้สึกตัวแล้วยังคงนอนอยู่บนเตียงฟางกับผ้าห่มผืนบาง มองดูเด็กๆที่ทำทุกอย่างเองโดยไม่ต้องบอก
“พวกเจ้ากำลังจะไปไหน” เมื่อเห็นเด็กๆทั้งสามคนสะพายตะกร้าขึ้นหลังคนละใบ จากที่นอนเงียบๆก็เอ่ยถามเสียงเรียบทันที
“แว๊กกกก ท่านพี่ ผีท่านแม่ใช่หรือไม่!!”
“ท่านแม่!! ท่านหยุดหายใจไปแล้วนี่นา” สามร่างเล็กเนื้อตัวมอมแมม กอดกันอยู่มุมห้องอย่างกวาดกลัว
“เห้ออออ หากข้าตาย ข้าจะลุกขึ้นมานั่งคุยกับพวกเจ้าได้งั้นหรือ อะแฮ่ม ขยับมา!!” นางกระแอ่มไอเพื่อให้เสียงตัวเองดูดุดัน เพราะรู้ดีว่าร่างเดิมทำอะไรบางอย่างไว้กับเด็กๆพวกนี้
“หากท่านแม่หิว พวกเรากำลังจะออกไปหาของป่า รอสักประเดี๋ยวเถิดขอรับ” พี่ชายคนโตทำหน้าที่ปกป้องน้องๆโดยการก้าวออกมาด้านหน้าเพื่อต่อรองกับผู้เป็นแม่
“เจ้า…หม่าอวี๋ ใช่ๆ เจ้าหน่ะขยับมานี่“ แม้จะกลัวแสนกลัวแต่ก็ค่อยๆเดินเข้าไปอย่างยอมจำนน
”หุงข้าวเป็นหรือไม่“ เด็กทั้ง3คนตาโตเมื่อมารดาเอ่ยถามในสิ่งที่คาดไม่ถึง เดิมทีหากเรียกเข้ามาใกล้คงโดนฝ่ามือไปแล้ว แต่นี่กลับถามด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง ไม่ขึ้นเสียงเช่นทุกที
”ปะ เป็น!! เป็นขอรับ“ แม้จะยังสงสัยแต่ก็ต้องรีบตอบ
”เช่นนั้นก็ไปหุง หุงข้าวขาวหน่ะ“ คำพูดต่อมาทำบุตรสาวคนรองและน้องเล็กขยับเข้ามาใกล้ขึ้นอีก
”ท่านแม่ ท่านให้พี่ใหญ่หุงข้าวขาวที่มีอยู่แค่หยิบมือหรือ นั่นไม่เท่ากับว่า…ท่านจะ…เอาข้าวติดตัวไปที่เมืองหลวงจนหมดงั้นหรือ“ หวังซินซินถามพร้อมหลบหลังพี่ชาย
”เหตุใดข้าต้องไปเมืองหลวง…อ๋อ…“ คนที่พึ่งนึกออกว่าเดิมทีเจ้าของร่างเดิมคนนี้ ตั้งใจจะหนีลูกๆไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ถึงกับยกมือขึ้นตบหน้าผาก ก่อนสูดลมหายใจเข้าปอดอีกหลายที
”ยุบหนอ พองหนอ ค่อยๆเป็นค่อยๆไป เราต่างเริ่มต้นใหม่กันได้ทั้งนั้น“ ในโลกเดิมนางก็ขี้วีนน้อยเสียเมื่อไหร่ และเพราะไม่เคยเลี้ยงเด็กจึงหลงลืมตัวทุกครั้ง
”ข้าไม่ไปมันแล้ว เมืองหลง เมืองหลวงอะไรนั่น หากข้าไปใครจะเลี้ยงดูพวกเจ้ากัน“
”เลี้ยงดู!! ท่านแม่ท่านไม่เคยเลี้ยงข้ากับน้องๆ ท่านลืมสิ้นแล้วหรือ!!“
”!?!“
