บทที่ 1
“ห้ามไปไหนทั้งนั้น!”
น้ำเสียงดุดันสั่นประสาทมาพร้อมกับแววตาที่เปี่ยมไปด้วยไอสังหารพวยพุ่ง
คมดาบเย็นเยียบจ่อเข้าที่ลำคอระหงของหลี่ซูเยว่ บีบให้หญิงสาวต้องหยุดชะงักอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ คมโลหะเริ่มบาดลึกเข้าที่ผิวเนื้อเล็กน้อยจนสัมผัสได้ถึงความรู้สึกแสบที่ลำคอเบา ๆ
“ท่านอ๋องใจเย็นก่อน ค่อย ๆ พูดค่อย ๆ จา ข้าช่วยท่านข้าย่อมต้องช่วยท่านแน่”
“หึ เห็นชัดว่าเจ้าคิดหนีเอาตัวรอด อย่าคิดไปไหนเด็ดขาด!”
หลี่ซูเยว่หรือซินเยว่วิญญาณศัลยแพทย์สาวที่ข้ามมิติมาสวมร่างนี้ลอบกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ในใจนึกด่าทอโชคชะตาที่เล่นตลก
ก่อนหน้านี้ชีวิตของนางควรจะวนเวียนอยู่แค่ในห้องผ่าตัดอันสะอาดสะอ้าน แต่เพราะความหลงใหลในนิยายโบราณทำให้นางเกิดอยากใกล้ชิดมากขึ้นจึงสรรหา ‘เตียงโบราณ’ หลังหนึ่งมาไว้ที่บ้าน
เตียงหลังนั้นมีลวดลายประหลาดสลักอักษรคำว่า ‘แคว้นเป่ย’ ไว้ที่หัวเตียง ทั้งยังสลักภาพบ้านเมืองอันงดงามวิจิตรเอาไว้ ซึ่งตรงกับชื่อแคว้นในนิยายเรื่อง ‘ยามวสันต์มาเยือน’ ที่นางกำลังอ่านพอดี นางจึงตัดสินใจซื้อมันมาโดยไม่ลังเล
ใครจะคาดคิดว่าเพียงคืนแรกที่นางล้มตัวลงนอนบนเตียงใบนั้นพร้อมกับอ่านนิยายในมือ เมื่อลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง นางกลับหลุดเข้ามาอยู่ในร่างของหลี่ซูเยว่ผู้เป็นองค์หญิงแห่งแคว้นฉาง น้องสาวของพระเอกที่ดันโง่เขลาคลั่งไคล้ เซียวเยี่ยน อ๋องตัวร้ายในนิยายเรื่องนี้จนยอมสละทุกอย่าง แม้กระทั่งยอมทรยศพี่ชายพาเขาหนีออกมาจากแคว้นฉางนางก็ยินดี
“เจ้ามัวเหม่ออันใดอยู่ รีบทำแผลให้ข้า!”
เสียงตวาดนั้นเรียกสติของนางกลับมา หลี่ซูเยว่จ้องมองใบหน้าหล่อเหลาที่บัดนี้ขาวซีดเผือด นางพยายามส่งยิ้มอย่างจำนนพลางเอื้อมมือไปจับข้อมือหนาที่ยังคงกำดาบไว้แน่น
“ท่านอ๋อง ทำแผลก็ต้องมียามิใช่หรือ ท่านลดดาบลงก่อน ให้ซูเยว่ออกไปเอายาและผ้าพันแผลนะเจ้าคะ”
หญิงสาวกะพริบตาปริบ ๆ ส่งสายตาใสซื่อมองเขา อย่างไรนางก็ได้ชื่อว่าเป็นองค์หญิงที่มีเบ้าหน้าฟ้าประทานติดตัวมาแต่เกิด นางจึงหวังลึกๆ ว่าสาวงามเช่นนางจะทำให้อ๋องชั่วผู้นี้จะยอมลดราวาศอกให้บ้าง
ทว่าแววตาของเซียวเยี่ยนกลับเต็มไปด้วยความระแวง เขาไม่เคยสำนึกในสิ่งที่นางเพิ่งทำให้เขาก่อนหน้านี้เลยแม้แต่น้อย
ย้อนกลับไปเมื่อสองเดือนก่อน
ท่ามกลางการไล่ล่าของทหารนับร้อย เซียวเยี่ยนถูกน้องชายยิงธนูเข้ากลางอกจนได้รับบาดเจ็บ และตกม้ามาพร้อมกับองค์หญิงหลี่ซูเยว่
ในเวลานั้นพวกเขาตกม้ามาด้วยกัน ซินเยว่ก็ถูกดูดมาเข้าร่างนี้ทันที
และเมื่อฟื้นขึ้นมานางก็เห็นเซียวเยี่ยนที่กำลังบาดเจ็บสาหัส
ในตอนนั้น มโนธรรมในฐานะหมอบีบบังคับให้นางต้องช่วยเขา หลี่ซูเยว่ต้องใช้ความอดทนอันมหาศาล ตัดกิ่งไม้มาผูกกับเสื้อคลุมตัวใหญ่ของเขาเพื่อทำเป็นแคร่ลากพ่วงพาเขาลงจากเขาอย่างทุลักทุเล
นางทุ่มเทแรงกายแรงใจ ใช้ร่างกายที่บอบบางลากร่างหนาที่หนักอึ้งดุจขุนเขาลงจากเทือกเขาอันหนาวเหน็บ ลัดเลาะตามป่ารกชัฏอยู่ถึงสองวันสองคืนจนมือไม้พองหนองและเท้าโชกเลือดโดยไม่รู้ชะตากรรม
จนกระทั่งนางพาเขามาพบกับคนของเขาในเขตแคว้นเป่ยได้อย่างปลอดภัยราวกับปาฏิหาริย์และนางก็ล้มป่วยอย่างหนัก
ทว่าเมื่อเซียวเยี่ยนฟื้นขึ้นมา นอกจากเขาจะไม่สำนึกบุญคุณที่นางอุตส่าห์ลากสังขารช่วยชีวิตเขาไว้ เขากลับมองว่านางหมดประโยชน์และเป็นตัวถ่วง เขาจึงทอดทิ้งหลี่ซูเยว่ที่ใกล้ตายเอาไว้ที่วัดนางชี และจากไปพร้อมกับคนของเขาโดยไม่เหลียวหลังมาอีก
โชคดีที่นางดวงแข็งจึงรอดพ้นความตายมาได้
และในวันนี้นางก็ได้พบเขาอีกครั้งโดยคาดไม่ถึง ว่าคนเนรคุณคนเดิมจะกลับมาปรากฏกายโชกเลือดตรงหน้า และร้องขอความช่วยเหลือด้วยวิธีป่าเถื่อนกับนางอีกครั้ง
หลี่ซูเยว่ถอนหายใจยาว เอ่ยเสียงอ่อนลง “ท่านอ๋อง ลดดาบลงนะเจ้าคะ ข้าจะไปเอาอุปกรณ์ทำแผล”
เซียวเยี่ยนมองใบหน้างามของสตรีที่ตรงหน้าครู่หนึ่ง ก่อนจะลดดาบลงในที่สุด
หญิงสาวลิงโลดในใจ นางคิดจะอาศัยจังหวะนี้หนีไป ส่วนตัวร้ายคนนี้จะตายจะอย่างไรนางไม่ขอยุ่งเกี่ยวด้วยอีกแล้ว
ทว่าคนใกล้หมดแรงกลับว่องไวกว่าที่คิด ข้อมือของนางพลันถูกคมดาบตวัดกรีดจนเลือดไหลซึมออกมาอย่างน่าตกใจ
“ท่านอ๋อง! ท่านทำอะไร!”
