
ทะลุมิติมาเป็นคู่หมั้นตัวร้าย แต่ไหงกลายเป็นคุณหนูจอมตะกละไปได้ล่ะ/สามีบ่าวของข้าช่างดุยิ่งนัก
บทย่อ
เป็นสาวออฟฟิศอยู่ดีดีกลับทะลุมิติมาเป็นนางร้ายเสียอย่างนั้น ไม่เพียงผู้คนไม่ชอบหน้า คู่หมั้นยังรังเกียจนางเข้าไส้ แต่ช่างเถอะ วันคืนยังอีกยาวไกล ไปหาอะไรกินรองท้องก่อนแล้วค่อยว่ากันเถอะ! ฝากนิยายแนวโรแมนติกคอมเมดี้นางเอกสายฮาน่ารักๆเอาไว้ในใจของนักอ่านทุกท่านด้วยนะคะ น้องนางเอกสายกินกำลังจะมาสร้างเสียงหัวเราะให้กับทุกคนแล้ว ....... เขาคือบ่าวผู้ต่ำต้อยที่นางจำต้องแต่งงานด้วยเพราะแผนชั่วของแม่เลี้ยง ภายนอกเขาเหมือนบ่าวผู้อ่อนน้อมและถ่อมตัว แต่เมื่ออยู่ด้วยกันสองต่อสองภายในห้องหอเขากลับ 'ดุ' เสียจนคุณหนูผู้สูงศักดิ์อย่างนางถึงกับต้องร้องขอชีวิต! เซียวเหวินคือสามีบ่าวที่ดุและเร่าร้อนที่สุดเท่าที่มู่ชิงเคยพบเจอ กลางวันเขาคือบ่าวรับใช้ที่นอบน้อม แต่กลางคืนเขากลับเป็น 'นาย' ที่สอนบทรักอันแสนเร่าร้อนให้แก่นาง จนนางหลงลืมไปชั่วขณะว่าเขาเป็นเพียงแค่บ่าว!
ตอนที่ 1 เนื้อย่างของฉัน
“จูจู โปรเจกต์นี้เธอต้องทำให้เสร็จภายในคืนนี้เลยนะ เพราะพรุ่งนี้เราต้องใช้โปรเจกต์นี้นำเสนอต่อหน้าบอร์ดผู้บริหารในที่ประชุม หากว่าทำไม่เสร็จเธอโดนไล่ออกแน่”
“ค่ะ หัวหน้า”
“โอเค งั้นฉันวางสายแล้วนะ”
ตี๊ด!
หลังจากหัวหน้าจอมวุ่นวายวางสายไปแล้ว ซ่งเป่าจูก็โยนโทรศัพท์ทิ้งไปบนเตียงนอนก่อนจะกรีดร้องออกมาอย่างสุดจะทน คนในออฟฟิศมีเป็นร้อยเป็นพัน คนในแผนกก็ใช่ว่าจะขาดแคลน แต่หัวหน้าบัดซบนี่กลับเอาแต่ใช้งานเธอไม่หยุดไม่พัก เธออยากจะลาออกให้รู้แล้วรู้รอด แต่เพราะคำว่ากลัวอดตายซ่งเป่าจูจึงทำได้เพียงกัดฟันทำตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายมาอย่างไม่เต็มใจเท่าไหร่นัก
หญิงสาวนั่งปั่นโปรเจกต์งานพิเศษจนถึงตีสอง สภาพของเธอตอนนี้ค่อนข้างโทรมสุดๆ ผมเผ้ายุ่งเหยิง ขอบตาดำปี๋ นี่เธอซดกาแฟไปสามแก้วแล้วเพราะหาวไม่หยุด
เวลาล่วงเลยมาจนถึงตีสาม ในที่สุดงานที่ได้รับมอบหมายก็แล้วเสร็จเสียที หลังจากเซฟไฟล์งานเรียบร้อยแล้ว ซ่งเป่าจูก็คว้ามือถือขึ้นมาเปิดดูก่อนจะกดเข้าไปในแอปอ่านนิยายชื่อดังที่เธออ่านค้างเอาไว้
ไหนๆ ก็จะเช้าแล้วและเธอก็ตาแข็งเพราะกาแฟแก้วที่สี่ทำให้นอนไม่หลับ จึงคิดจะหาอะไรทำฆ่าเพื่อเวลาจนถึงตอนเช้า ก่อนจะหอบสังขารที่ใกล้พังไปทำงาน
“เอ๋ อ่านถึงไหนแล้วนะ? อ้อ จริงสิตรงนี้”
ซ่งเป่าจูเอ่ยพึมพำกับตัวเองเบาๆ ก่อนจะเลื่อนอ่านนิยายที่ตนอ่านค้างเอาไว้ นิยายเรื่องที่เธออ่านเป็นแนวนางร้าย ซึ่งนางร้ายคนนี้มีชื่อเหมือนกับเธอไม่มีผิดเพี้ยนและตอนนี้ยัยตัวร้ายก็กำลังยืนกรี๊ดกราดใส่สาวใช้บนบันไดหินอ่อนในจวน เพราะหงุดหงิดที่คนรับใช้นำอาหารมาส่งช้า ด้วยความโมโหจัดนางร้ายจึงเดินกระทืบเท้าตึงตังหมายจะเดินเข้าไปตบหน้าสาวใช้ที่นั่งคุกเข่าอยู่ แต่เพราะชุดที่รุ่มร่ามเกินไปบวกกับความลื่นของพื้น หล่อนจึงเสียหลักล้มหน้าทิ่มลงบันไดและหมดสติไปทันที
หน้าทิ่มลงบันไดและหมดสติไปทันที!
จู่ๆ ซ่งเป่าจูก็รู้สึกว่าภาพตรงหน้าเริ่มพร่าเบลออย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ลมหายใจของเธอเริ่มติดขัด หัวใจเต้นเร็วและเริ่มบีบรัดแน่นขึ้นจนเธอรู้สึกทรมานเป็นอย่างมาก ซ่งเป่าจูยกมือขึ้นมาทุบที่หน้าอกของตนเองซ้ำไปซ้ำมาแต่กลับไม่เป็นผล สุดท้ายแล้วเธอก็หมดสติไปทันที
จวนตระกูลซ่ง เมืองหลวงแคว้นซี
หลังจากที่หมดสติไป ซ่งเป่าจูก็ฟื้นคืนสติกลับมาในเช้าของวันใหม่ แสงอาทิตย์ยามเช้าลอดผ่านหน้าต่างเข้ามาจนปะทะเข้ากับสายตาของหญิงสาว สายลมอ่อนๆ พัดโชยเข้ามาจนผ้าม่านพลิ้วไหวเป็นระยะ อากาศในยามนี้ค่อนข้างเย็นสบายเป็นอย่างมาก ซ่งเป่าจูที่เห็นอย่างนั้นก็ดวงตาเบิกกว้าง ก่อนจะดีดกายลุกขึ้นมาจากที่นอนทันที
ตายแล้ว สายขนาดนี้แล้วฉันยังไม่ได้ไปที่บริษัทเลย ตายแน่ๆ ต้องรีบแต่งตัวแล้ว!
ตอนนี้กี่โมงแล้วนะ? เนื้อย่างราดซอสฉ่ำๆ ที่ขายอยู่หน้าบริษัทจะขายหมดหรือยังนะ!
ไม่ถูกต้อง เราต้องทำงานก่อนค่ะ!
ซ่งเป่าจูพยายามสลัดภาพเนื้อย่างออกไปจากหัว ก่อนจะลุกไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า แต่เพิ่งจะลุกขึ้นยืนได้ไม่นานเธอกลับต้องทิ้งกายลงไปนอนบนเตียงอีกครั้ง เพราะรู้สึกปวดหนึบที่ศีรษะอย่างทรมาน ความปวดนี้แผ่ซ่านไปทั่วทั้งศีรษะจนแทบจะทนไม่ไหว
“โอย ปวดหัวจัง”
ซ่งเป่าจูยกมือขึ้นนวดหว่างคิ้วอย่างทรมาน ไม่นานก็ได้ยินเสียงของสตรีน้อยนางหนึ่งเอ่ยขึ้นมา
“คุณหนู ฟื้นแล้วหรือเจ้าคะ? บ่าวจะไปหาผ้าสะอาดมาช่วยเช็ดหน้าให้คุณหนูนะเจ้าคะ”
ไม่นานก็มีผ้าสะอาดผืนหนึ่งที่ชุบน้ำจนหมาดมาวางแปะเอาไว้บนหน้าผากของเธอ ซ่งเป่าจูรู้สึกดีขึ้นมาก เมื่ออาการปวดคลายลงแล้ว เธอจึงค่อยๆ ลืมตาขึ้นมา ก่อนจะสบสายตาเข้ากับดวงตาใสกระจ่างของสตรีนางหนึ่ง หล่อนสวมชุดเหมือนสาวใช้ในซีรีส์ไม่มีผิด ซ่งเป่าจูย่นหว่างคิ้วก่อนจะเอ่ยถามออกไปด้วยความสงสัย
“เธอเป็นใคร ทำไมถึงเข้ามาในห้องของฉันได้ล่ะ?”
สาวใช้น้อยมีท่าทีหวาดหวั่นขึ้นมาทันที แล้วจึงเอ่ยตอบอย่างลนลาน
“คุณหนู บ่าวผิดไปแล้ว อย่าเฆี่ยนตีบ่าวเลยนะเจ้าคะ คุณหนู บ่าวผิดไปแล้ว!”
ซ่งเป่าจูยิ่งงุนงงเข้าไปใหญ่ เมื่ออาการปวดหัวทุเลาลงแล้ว เธอจึงค่อยๆ ลุกขึ้นจากเตียงก่อนจะมองไปโดยรอบ
ตอนนี้เธอไม่ได้อยู่ในห้องพักเล็กๆ ของตนเอง แต่กลับอยู่ในเรือนไม้หลังใหญ่หลังหนึ่ง กลิ่นหอมจางๆ ของเครื่องหอมชั้นดีลอยอบอวลไปทั่วทั้งเรือน ไม่เพียงเท่านั้นภายในห้องยังประดับประดาด้วยข้าวของเครื่องใช้ที่ดูก็รู้ว่ามีราคาแพงไม่ใช่เล่น เตียงไม้จันทน์หอมแกะสลักลวดลายดอกโบตั๋น ขึงด้วยม่านผ้าไหมแพรต่วนสีแดงชาดปักลวดลายดิ้นทองที่ชายม่าน มีฉากกั้นไม้ฉลุลายเมฆาและนกกระเรียนตั้งตระหง่านกั้นส่วนที่เป็นพื้นที่ส่วนตัว บนโต๊ะเครื่องแป้งวางตลับแป้งหยกขาว หวีไม้จันทน์และปิ่นปักผมทองคำฝังมุกเอาไว้อย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย
ซ่งเป่าจูมองดูภาพของตนเองที่สะท้อนอยู่ในกระจกทองเหลืองตรงหน้า ใบหน้าของสตรีในกระจกคือตัวเธอเองแต่กลับดูอ่อนวัยและงดงามกว่าหลายเท่านัก
ฉับพลันก็ปรากฏภาพเหตุการณ์บางอย่างขึ้นมาในหัวของซ่งเป่าจู ทุกภาพทุกเหตุการณ์ล้วนเป็นเรื่องราวของซ่งเป่าจูเจ้าของร่างคนเก่าทั้งสิ้น
เวรแล้วสิ ที่ฉันทะลุมิติเข้ามาเป็นตัวร้ายในนิยายอย่างนั้นหรือ!
หญิงสาวตัวสั่นสะท้าน เธอค่อยๆ หันหน้ามามองสาวใช้น้อยที่นั่งคุกเข่าอยู่ที่พื้นปราดหนึ่ง ก่อนจะขยับเข้าไปนั่งตรงหน้าของสาวใช้น้อยผู้นั้น ทำเอาสาวใช้สะดุ้งจนแทบจะร้องไห้ออกมา
“เธอไม่ต้องกลัวฉัน ฉันขอถามเธอหน่อยสิ ที่นี่คือที่ไหน เอ่อ ไม่สิ แคว้นใด อะไรทำนองนั้น?”
สาวใช้น้อยตรงหน้าแม้จะมีท่าทีหวาดกลัวแต่กลับรีบตอบเจ้านายด้วยน้ำเสียงหวาดหวั่น
“เรียนคุณหนู ที่นี่คือเมืองหลวงแคว้นซีและที่นี่คือจวนตระกูลซ่งเจ้าค่ะ จวนของพวกเราคือจวนตระกูลคหบดีที่ร่ำรวยที่สุดในเมืองหลวงเจ้าค่ะ”
เอ่ยจบสาวใช้ผู้นั้นก็ก้มหน้างุดไม่กล้าสบตากับเธอตรงๆ ซ่งเป่าจูเมื่อได้ยินอย่างนั้นสีหน้าก็ฉายแววหมดอาลัยตายอยากขึ้นมาทันที เธอเพิ่งจะอ่านนิยายเล่มนั้นไปได้แค่สามบท ถึงตอนที่นางร้ายสะดุดตกบันได นับแต่นี้เธอไม่รู้แล้วว่าเรื่องราวจะดำเนินไปยังทิศทางไหน แต่ที่แน่ๆ จุดจบของนางร้ายคนนี้จะต้องไม่ดีอย่างแน่นอน
ซ่งเป่าจูยกมือขึ้นตบหน้าผากของตนเองดังฉาด ทำเอาสาวใช้น้อยสะดุ้ง
“เธอ เอ่อ เจ้าชื่ออะไร?”
เมื่อทำใจให้ปลงตกกับเรื่องราวที่เกิดขึ้นได้แล้ว ซ่งเป่าจูก็หันมาเอ่ยถามสาวใช้คนนั้นทันที
“บ่าวชื่อจือจือเจ้าค่ะ”
ซ่งเป่าจูพยักหน้าครั้งหนึ่ง ช่างเถอะ ในเมื่อทะลุมิติมาแล้วจะให้เธอไปร้องไห้ หรือหาทางกลับไปยังโลกปัจจุบันด้วยวิธีพิศดารมันก็ใช่เรื่อง และมันก็คงไม่ง่ายเหมือนในนิยายที่เธออ่านหรอก เรื่องนี้เธอเข้าใจดี มิสู้ผลักเรือไปตามน้ำ ใช้ชีวิตอยู่ที่นี่ไปก่อนแล้วค่อยว่ากันอีกคราเถอะ
เมื่อคิดได้เช่นนั้นเธอจึงลุกขึ้นเดินกลับมาที่เตียง ก่อนจะทิ้งกายลงไปนอนแผ่หราบนเตียงพลางเหม่อมองไปที่ด้านนอกหน้าต่างด้วยแววตาที่โศกเศร้า
ฮือ คิดถึงจัง
คิดถึงโลกที่จากมา คิดถึงอาชีพการงานที่มั่นคงเหรอ เปล่าเลย! เธอคิดถึงเนื้อย่างราดซอสฉ่ำๆ ที่ขายอยู่หน้าบริษัทต่างหาก ฮือ ฉันจากมาแบบนี้แล้วป้าคนขายเนื้อย่างจะไปนินทาเรื่องชาวบ้านกับใครกันล่ะ ที่ผ่านมาก็สุมหัวกับฉันสองคนเพื่อสอดรู้สอดเห็นเรื่องของชาวบ้านมาโดยตลอด
จากนี้ไปฉันคงไม่ได้กลับไปกินเนื้อย่างอีกแล้วสินะ เนื้อย่างของฉัน เอาเนื้อย่างของฉันคืนมาเดี๋ยวนี้นะ!
