ตอนที่ 6 ระบบแลกเปลี่ยน
“ใครบอกว่าพวกเราต้องยอมเล่า ตอนนี้พวกเราก็แค่ถอยออกมาตั้งหลักเสียก่อน เมื่อหาจังหวะได้ค่อยกลับไปแก้แค้น”
“เสี่ยวเถา เจ้าฉลาดยิ่งนัก เอาไว้เมื่อเจ้าคิดแผนการได้ อย่าลืมมาบอกข้าด้วย”
“ได้สิ เรื่องนี้ขาดเจ้าไม่ได้แน่”
เสี่ยวเถายกยิ้มมุมปาก พลางเหลือบมองย้อนกลับไปยังเส้นทางซึ่งเพิ่งจากมาเพียงแวบหนึ่ง ความเจ็บปวดครั้งนี้ นางจะต้องคืนให้ฉู่หลิงซีเป็นสองเท่าอย่างแน่นอน
หลังจากทั้งสองจากไปแล้ว ฉู่หลิงซีจึงกล่าวขอบคุณชาวบ้านอย่างนอบน้อม เพื่อให้ทุกคนได้เห็นว่านางเปลี่ยนไปแล้วจริง ๆ
“วันนี้เจ้ามาตักน้ำหรือ”
“เจ้าค่ะ น้ำที่บ้านหมดแล้ว อิงเอ๋อร์ต้องเปลี่ยนผ้าอ้อมบ่อย จึงจำเป็นต้องใช้น้ำมากหน่อยเจ้าค่ะ”
“ข้าเข้าใจ การเลี้ยงเด็กแรกเกิดไม่ใช่เรื่องง่ายเลย เอาล่ะ เจ้าไปตักน้ำเถิด แล้วจงทำตามคำพูดของตนเองให้ได้ด้วย ว่าจะปรับตัวเป็นคนใหม่แล้ว”
“เจ้าค่ะ ข้าฉู่หลิงซี พูดคำไหนย่อมต้องทำให้ได้”
ฉู่หลิงซีประกาศเสียงหนักแน่น ก่อนถือถังน้ำเดินไปยังปากบ่อ ก้มมองลงไปด้านล่าง เห็นว่ายังมีน้ำเหลืออยู่ เพียงแต่มีไม่มากนัก
นางค่อย ๆ ตักน้ำขึ้นมาทีละถังอย่างยากลำบาก ร่างกายยังอ่อนแอ อีกทั้งพิษไข้จากอาการป่วยก็ยังไม่หายสนิท การต้องหาบน้ำสองถังพร้อมกันทำให้เรี่ยวแรงลดลงอย่างรวดเร็ว
ฉู่หลิงซีแบกถังน้ำขึ้นหลังอย่างทุลักทุเล ค่อย ๆ ก้าวเดินกลับบ้าน ระหว่างทางยังพบชาวบ้านบางคนชี้นิ้วมาทางตน ทว่านางหาได้ใส่ใจไม่ เพียงเดินต่อไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งมาถึงโอ่งเก็บน้ำ
เมื่อเทน้ำลงไปในโอ่ง ความรู้สึกโล่งใจก็ผุดขึ้นในใจ เพียงมีน้ำเต็มตุ่มให้ใช้ในแต่ละวัน สำหรับตอนนี้ก็นับว่าเพียงพอแล้ว
ก่อนจะออกไปหาบน้ำรอบต่อไป นางเดินเข้าไปในห้องเพื่อมองดูเจ้าซาลาเปาน้อยเสียก่อน เห็นว่าเขายังคงหลับสนิท จึงไม่อยากรบกวนการนอนพักของเด็กน้อย จำต้องเร่งหาบน้ำให้เสร็จโดยเร็วที่สุด
ฉู่หลิงซีหาบน้ำกลับมาเติมโอ่งอยู่ถึงสี่รอบ ก่อนจะทรุดตัวนั่งลงข้างโอ่ง พลางหอบหายใจด้วยความเหน็ดเหนื่อย
เมื่อครั้งอยู่โลกก่อน งานเช่นนี้นางเคยทำอยู่บ่อยครั้ง เพียงแต่หลังจากฐานะดีขึ้นจึงค่อย ๆ ห่างหายจากงานหนักเหล่านี้ อีกทั้งโลกยังพัฒนาไปอย่างไม่หยุดยั้ง เมื่อมีไฟฟ้าใช้ การหาบน้ำด้วยแรงกายจึงกลายเป็นเรื่องไม่จำเป็นอีกต่อไป
เมื่อน้ำในโอ่งเต็ม สิ่งแรกที่ฉู่หลิงซีทำคืออาบน้ำ นางก้มมองเสื้อผ้าที่ชุ่มเหงื่อและส่งกลิ่นอับ ก่อนรีบถอดออกแล้วลงมือชำระร่างกายอย่างประหยัดน้ำที่สุด
ทันทีที่ผิวกายสัมผัสกับสายน้ำเย็น ความสดชื่นก็แผ่ซ่านไปทั่วร่าง ความเหนื่อยล้าซึ่งสะสมมาตลอดทั้งวันพลันบรรเทาลงไม่น้อย
น่าเสียดายที่ไม่มีทั้งสบู่และยาสระผม ต่อให้อาบน้ำจนสะอาดเพียงใด ก็ยังรู้สึกว่าร่างกายไม่สะอาดเท่าที่ควรอยู่ดี
หลังอาบน้ำเสร็จเรียบร้อย ฉู่หลิงซีเดินกลับเข้าไปในห้องนอน และพบว่าอิงเอ๋อร์ตื่นแล้ว นางจึงพาเด็กน้อยไปอาบน้ำเสียเลย
หลังจากชำระร่างกาย เปลี่ยนเสื้อผ้าชุดใหม่ และให้นมเรียบร้อย อิงเอ๋อร์ก็ค่อย ๆ หลับลงไปอีกครั้งเช่นเคย
เด็กน้อยหลับง่าย ทั้งยังไม่ค่อยร้องงอแงเท่าใดนัก ฉู่หลิงซีเองก็ไม่แน่ใจว่าการเลี้ยงเด็กเล็กเช่นนี้ถือเป็นอาการปกติ หรือเพราะอิงเอ๋อร์เป็นเด็กเลี้ยงง่ายกันแน่
จัดการเรื่องของเจ้าตัวเล็กเสร็จแล้ว ฉู่หลิงซีก็เข้าครัว ต้มข้าวต้มขาวกับผักป่าซึ่งเก็บมาได้ นางกินเพียงให้อิ่มท้อง ไม่ได้ใส่ใจรสชาติของอาหารมากนัก
หลังรับประทานเสร็จ นางเก็บภาชนะทั้งหมดไปล้าง ก่อนนำเสื้อผ้าของตนเองกับอิงเอ๋อร์ไปซักและตากไว้ จากนั้นจึงกลับเข้าไปในห้องนอน แล้วหลับไปด้วยความเหนื่อยล้า
กลางดึกอันเงียบสงัด ฉู่หลิงซีสะดุ้งตื่นขึ้นมา
ตลอดเวลานางยังคงระแวดระวังเรื่องโจรป่าอยู่เสมอ จึงมักหลับไม่สนิทนัก ก่อนตื่นขึ้นเมื่อครู่ นางยังฝันถึงเรื่องประหลาดบางอย่าง
ในฝันนั้นมีใครคนหนึ่งปรากฏตัว เสียงของเขาแหบพร่า ทว่ากลับแฝงด้วยความน่าเกรงขาม เขาบอกให้นางเปิดใช้งานระบบ
แต่ระบบที่ว่านั้นต้องเปิดใช้อย่างไร นางเองก็ไม่รู้ หรือบางทีอาจเป็นเพราะทำงานหนักเกินไป จิตใจจึงเก็บเรื่องแปลกประหลาดเหล่านั้นไปสร้างเป็นความฝัน
ถึงอย่างนั้น นางก็อดอยากทดลองไม่ได้
ระบบที่ว่านั่นมีอยู่จริงหรือเป็นเพียงความฝันกันแน่?
“ฉันต้องการเปิดใช้งานระบบ”
ฉู่หลิงซีรออยู่นาน ทว่ากลับไม่มีสิ่งใดปรากฏขึ้น จนนางอดคิดไม่ได้ว่าช่างเป็นเรื่องน่าขันเสียจริง
ทว่าเพียงครู่เดียว เสียงหนึ่งก็ดังขึ้นภายในหัว
‘ระบบแลกเปลี่ยนเงินตรา เปิดใช้งานระบบแล้ว ท่านสามารถแลกเปลี่ยนสิ่งของเป็นเงินตรา หรือแลกซื้อสิ่งใดก็ได้ภายในร้านค้าแห่งนี้’
หลังเสียงของระบบจบลง หน้าจอสีฟ้าเรืองแสงก็ปรากฏขึ้นตรงหน้า คล้ายหน้าต่างโปร่งใส ภายในเต็มไปด้วยไอคอนสินค้าให้เลือกมากมาย
ตอนนี้นางไม่มีเงิน ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าจะสามารถซื้อสินค้าในร้านค้าแห่งนี้ได้หรือไม่
ฉู่หลิงซีจึงปิดระบบลงชั่วคราว เพราะยังไม่เข้าใจว่าต้องใช้งานอย่างไร
อย่างไรก็ตาม เพียงรู้ว่ามีสิ่งนี้อยู่ ก็ทำให้การเอาชีวิตรอดในโลกแห่งนี้มีความหวังเพิ่มขึ้นอีกมาก
แสงตะวันอ่อน ๆ คลอเคล้าไปกับเสียงร้องของเด็กน้อยซึ่งดังอยู่ข้างหู ปลุกให้ฉู่หลิงซีค่อย ๆ ลืมตาตื่น
นางหันไปมองด้านข้าง ก่อนพบว่าผ้าอ้อมของอิงเอ๋อร์เปียกชื้นเสียแล้ว
“เจ้าตัวเล็ก คงไม่สบายตัวสินะ ถึงได้ร้องออกมา แม่จะเปลี่ยนผ้าให้เจ้าเอง”
ฉู่หลิงซีเปลี่ยนผ้าอ้อมผืนใหม่ให้เด็กน้อย จากนั้นจึงเช็ดตัว ให้นม แล้วออกไปเตรียมอาหาร
วันนี้นางตั้งใจจะเดินไปดูบ้านของป้ากุ้ยเซียงเสียหน่อย หากอีกฝ่ายอยู่บ้าน นางจะฝากอิงเอ๋อร์ไว้สักครึ่งวัน เพื่อขึ้นเขาเข้าไปหาผักป่ามาเป็นอาหาร
ฉู่หลิงซีล้วงมือเข้าไปใต้หมอน พบเงินซึ่งยังเหลืออยู่ประมาณหนึ่งตำลึงกว่า ๆ จึงอดสงสัยไม่ได้ว่าเงินเหล่านี้จะสามารถนำมาแลกซื้ออาหารจากระบบได้หรือไม่
นางเปิดระบบขึ้นมาอีกครั้ง ก่อนกดเลือกไปยังหมวดไข่ไก่
เมื่อเห็นราคาปรากฏตรงหน้า ดวงตาของฉู่หลิงซีก็เป็นประกาย
ไข่ไก่หนึ่งฟองราคาเพียงหนึ่งอีแปะ ถูกกว่าตลาดด้านนอกมาก
นางจึงตัดสินใจแลกไข่ไก่มาทั้งหมดถึงยี่สิบฟอง
ทันทีที่กดยืนยันซื้อขาย เงินยี่สิบอีแปะก็หายไปจากมือ พร้อมกับไข่ไก่ยี่สิบฟองซึ่งปรากฏกองอยู่ด้านข้าง
“นี่มันเรื่องดีมิใช่หรือ ข้ารอดแล้ว!”
ฉู่หลิงซีเผลอตะโกนออกมาเสียงดัง ทำให้อิงเอ๋อร์สะดุ้งเล็กน้อย นางจึงรีบตบก้นเด็กน้อยเบา ๆ เพื่อปลอบประโลม
หลังได้ไข่ไก่มายี่สิบฟอง นางแบ่งออกมาทำอาหารหนึ่งฟอง เก็บแยกไว้อีกสองฟอง ส่วนที่เหลือนำไปซ่อนไว้ใต้เตียง แล้วใช้ผ้าปิดทับไว้อีกชั้นเพื่อความปลอดภัย
ไข่ต้มถูกนำมากินคู่กับข้าวต้มซึ่งเหลือจากเมื่อคืน หลังจากนั้นฉู่หลิงซีจึงเปลี่ยนเป็นชุดเก่า บีบน้ำนมใส่ถ้วย แล้วนำมีดใส่ตะกร้าสะพายขึ้นหลัง
ภายในตะกร้ายังมีไข่อยู่อีกสองฟอง
นางถือสัมภาระทั้งหมดเดินตรงไปยังบ้านของท่านป้ากุ้ยเซียง
เมื่อมาถึง ฉู่หลิงซีเห็นควันไฟลอยลอดออกมาจากตัวบ้าน รอยยิ้มจึงผุดขึ้นบนใบหน้า ดูเหมือนการมาครั้งนี้จะไม่เสียเที่ยวแล้ว
“ท่านป้ากุ้ยเซียงเจ้าคะ”
นางร้องเรียกอยู่หน้าบ้าน ไม่นานก็เห็นร่างคุ้นเคยเดินออกมาเปิดประตู
“ฉู่หลิงซีหรือ เจ้ามาหาข้ามีเรื่องอันใด”
“ข้าจะลองขึ้นเขาไปหาผักป่าเจ้าค่ะ จึงอยากฝากอิงเอ๋อร์ไว้สักครึ่งวัน ท่านพอจะว่างหรือไม่”
“วันนี้ข้าพอว่างอยู่ เจ้าจะขึ้นไปหาอะไรกินบนเขาเล่า บนนั้นไม่มีอะไรหรอก”
“ข้าเพียงอยากลองเสี่ยงดวงดู เผื่อว่าจะพบของกินบ้าง”
“ก็ได้ เจ้าตัวเล็กนี่ข้าจะช่วยเลี้ยงให้เจ้าก่อน”
“ในถ้วยนี้มีน้ำนมของข้า หากเขาตื่นขึ้นมาก็ให้กินได้เลย ส่วนไข่สองฟองนี้ ข้าให้ท่านเจ้าค่ะ”
“เจ้าจะเอามาให้ข้าทำไมกัน อาหารหายากนัก เจ้าเก็บเอาไว้กินเถิด”
“ข้าแบ่งเอาไว้แล้ว ถือเป็นการขอบคุณจากข้า ท่านรับเอาไว้เถิด หากไม่รับ ข้าคงไม่กล้าฝากอิงเอ๋อร์ไว้กับท่านแล้วเจ้าค่ะ”
ฉู่หลิงซีก้มหน้าลงเล็กน้อย น้ำเสียงเต็มไปด้วยความเกรงใจ พยายามโน้มน้าวให้ป้ากุ้ยเซียงยอมรับของจากตน
“ก็ได้ แต่เจ้าไม่ต้องเอาสิ่งใดมาให้ข้าอีก เจ้าก็รู้ว่าตอนนี้แม้แต่ผักสักต้นยังหายาก แต่เจ้ากลับเอาไข่มาให้ข้าตั้งสองใบ ไข่พวกนี้มีค่ามากนะ”
“ข้าทราบแล้ว ข้าไปก่อนนะเจ้าคะ อิงเอ๋อร์ฝากท่านด้วย”
ฉู่หลิงซีกระชับตะกร้าซึ่งสะพายอยู่ด้านหลัง ก่อนจัดผ้าปิดใบหน้าให้แน่นขึ้น การเดินทางท่ามกลางอากาศร้อนเช่นนี้ เรื่องความงามนางก็ยังไม่ลืมใส่ใจ
สองเท้าค่อย ๆ ก้าวขึ้นไปบนเขาอย่างไม่เร่งรีบนัก ทว่าด้วยความแห้งแล้งของผืนดิน ทำให้แทบมองไม่เห็นแม้แต่หญ้าสีเขียวสักต้น
ฉู่หลิงซีเดินลึกเข้าไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งเสียงของระบบดังขึ้นภายในหัว
‘มันเทศ ราคาสี่อีแปะ…’
