บท
ตั้งค่า

ข้าผู้นี้จะรอดชีวิต

หลายวันถัดมา

เยว่ซีเดินออกไปที่ศาลากลางสวนตั้งอยู่ริมสระน้ำเล็ก ๆ รายล้อมด้วยไม้ดอกนานาพันธุ์ที่กำลังผลิบานตามฤดูกาล กลิ่นดอกเหมย ดอกอวี้หลาน และเก๊กฮวยปะปนกันในสายลมฤดูวสันต์อันแผ่วเบา กลิ่นหอมอ่อน ๆ ลอยเข้าปลายจมูกเยว่ซี ขับให้หัวใจที่พึ่งโดนเมินเฉยมาอย่างเจ็บแสบ ค่อย ๆ สงบลง

นางทรุดตัวนั่งลงบนม้านั่งหินอ่อนเย็นเฉียบใต้ร่มเงาของซุ้มไม้เลื้อย สายตาเหม่อมองผืนน้ำเบื้องหน้า ก่อนจะหลับตาลงช้า ๆ สูดลมหายใจลึกเข้าเต็มปอด

“นานแค่ไหนแล้วนะ... ที่ไม่ได้สูดอากาศบริสุทธิ์แบบนี้” เยว่ซีพึมพำเบา ๆ ราวกับพูดกับสายลม

ภาพชีวิตเดิมผุดขึ้นมาในห้วงความคิด โต๊ะทำงานรกไปด้วยเอกสารสูตรน้ำหอม กลิ่นวัตถุดิบสารพัดชนิด เครื่องกลั่นกลิ่นที่นางทุ่มทั้งเงิน เวลา และชีวิตลงไปจนแบรนด์น้ำหอมของนางกลายเป็นที่รู้จักติดตลาด

แสงแดดไล้ผ่านใบหน้างามของเยว่ซีอย่างแผ่วเบา นางเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้าที่ไกลสุดขอบฟ้า รอยยิ้มบาง ๆ จางหายไปจากริมฝีปาก คงเหลือเพียงเงาแห่งความคิดถึงและความโดดเดี่ยวที่สะท้อนอยู่ในดวงตาคู่นั้น

“คิดถึงที่นั่นจัง…” นางพึมพำกับตัวเองเบา ๆ ปลายนิ้วเรียวค่อย ๆ ลูบลงบนไม้เบาๆ

“แต่ถ้าจะกลับไป…ก็คงไม่ได้แล้วล่ะ” เสียงของนางแผ่วเบาเจือความเศร้าเล็กน้อย

เยว่ซีหลับตาลงถอนหายใจหนึ่งครั้ง ก่อนจะเปิดเปลือกตาขึ้นอีกครั้ง

“อย่างไรเสีย... เมื่อได้มีชีวิตอีกครั้ง ก็ต้องสู้กันสักตั้ง”

เยว่ซีเหม่อมองดอกไม้ที่บานสะพรั่งรอบศาลา สายตาคู่งามทอดยาวออกไปไกลเหมือนกำลังมองบางสิ่งที่ไม่มีตัวตนอยู่ตรงหน้า ในขณะที่ภายนอกดูนิ่งสงบ แต่ในหัวกลับเต็มไปด้วยความคิดนับร้อยพัน เธอกำลังประเมินสถานการณ์อย่างรอบคอบ วางแผนอนาคตของตัวเองอย่างระมัดระวัง

“จะเอาชีวิตไปผูกไว้กับบุรุษอารมณ์ขึ้นๆ ลงๆ แบบนั้น คงไม่ต่างอะไรจากการวางไข่บนหิน...” นางพึมพำในใจ

เฉินอ๋อง บุรุษที่ทั้งแข็งกระด้าง เย็นชา และคาดเดาอารมณ์ไม่ได้แม้แต่น้อย

ดวงตาเยว่ซีค่อยๆ หรี่ลง ความแน่วแน่ฉายชัดขึ้นแทนความลังเล “ต้องหาทางรอดไว้... ต้องมีทางหนีทีไล่ ต้องมีที่พึ่งพิง หากวันหนึ่งถูกเทขึ้นมา ข้าจะได้ไม่ต้องเร่ร่อนไปอย่างไร้ที่ซุกหัวนอน” เยว่ซีพูดกับตัวเองเสียงเบา

"จะให้กลับไปจวนสกุลซินงั้นหรือ...ไม่มีทาง" นางพึมพำพลางหัวเราะเย็นเยียบ

"กลับไปที่นั่น...เอาชีวิตไปทิ้งน่ะสิไม่ว่า"

เพียงแค่คิดถึงบิดาผู้เจ้าเล่ห์ เยว่ซีก็รู้สึกหนาวเยือกไปทั้งสันหลัง ชายผู้ไม่เคยมีคำว่าครอบครัวอยู่ในหัวใจ ไม่เคยมองผู้ใดในสายตา แม้แต่ลูกแท้ ๆ อย่างนางก็เป็นเพียงเบี้ยตัวหนึ่งที่พร้อมจะสละเมื่อหมดความจำเป็น ใบหน้าท่าทางสุขุมสงบที่ใครต่อใครยกย่องว่าเป็นเสนาบดีผู้ทรงปัญญา สำหรับเยว่ซีแล้ว มันคือใบหน้าของอสรพิษที่แฝงไว้ด้วยเล่ห์กลและความกระหายอำนาจ

ความร่วมมือของเขากับเฉินอ๋องในการสังหารองค์รัชทายาท หาใช่เพื่ออุดมการณ์หรือความยุติธรรมไม่ หากแต่เป็นเพียงเกมอำนาจที่ไม่มีศีลธรรมใดเกี่ยวข้อง บิดาของนางพร้อมจะเดินข้ามกองเลือดของใครก็ตามที่ขวางทางเขา แม้แต่เลือดของลูกตัวเอง

“อย่างน้อย...เฉินอ๋องยังมีเหตุผลของตัวเอง” เยว่ซีคิดในใจ พลางเม้มริมฝีปากแน่น

ตัววายร้ายผู้ถูกตราหน้าว่าโหดเหี้ยม แม้จะใช้วิธีรุนแรงและเต็มไปด้วยความเย็นชา แต่เขาก็มีต้นตอของความแค้น มีบาดแผล มีหัวใจที่ถูกทำลายจนแปรเปลี่ยน ไม่เหมือนกับบิดาของนาง...ผู้ซึ่งเลือกจะไร้หัวใจตั้งแต่ต้นอย่างสมัครใจ

“บิดาเช่นนั้น...ห่างได้เท่าไหร่ยิ่งดี” เยว่ซีพึมพำกับตัวเองในลำคอ ดวงตาเต็มไปด้วยความเด็ดขาด

เมื่อกลับถึงห้อง เยว่ซีเดินไปยังตู้ไม้ทรงโบราณ เปิดมันออกอย่างระมัดระวัง ดวงตาเปล่งประกายขึ้นทันทีที่เห็นหีบผ้าไหมลายเมฆาเก่าแก่ที่วางอยู่ด้านใน นางลากมันออกมาเปิดช้า ๆ ภายในเต็มไปด้วยเครื่องประดับ ทองคำแท่ง เหรียญเงิน และผ้าไหมล้ำค่าจำนวนหนึ่ง

"โอ้โห… ดูท่าตัวละครนี้จะไม่ใช่แค่เบี้ยหมาก แต่เป็นเบี้ยทองเสียด้วย" เยว่ซียิ้มบาง ๆ อย่างพึงพอใจ

นางหยิบหยกชิ้นงามขึ้นมาดูด้วยแววตาชื่นชม ก่อนจะหัวเราะเบา ๆ

“เกิดเป็นคน เงินนี่ล่ะสำคัญที่สุด” นางพูดขึ้น พลางปิดฝากล่องลงอย่างระมัดระวัง

เมื่อจัดการห่อหุ้มทรัพย์สินทั้งหมดอย่างดี เยว่ซีก็กระซิบกับตนเอง

"พรุ่งนี้..ต้องเริ่มหาที่อยู่ของตัวเอง ข้าไม่ยอมตายเปล่าในโลกนิยายแน่"

ผ่านไปหลายวัน

ในที่สุดเยว่ซีก็หาเรือนที่ถูกใจได้ นางทำสัญญาเช่าไปสามปี เรือนหลังนั้นตั้งอยู่ในตรอกเล็ก ๆ ไม่ห่างจากย่านชุมชนมากนัก แม้จะไม่ได้ใหญ่โตโอ่อ่า ทว่าก็สงบ ร่มรื่น และมีรั้วรอบขอบชิดพอให้รู้สึกปลอดภัย เสียงลมพัดผ่านแนวไม้ไผ่ที่ปลูกอยู่ด้านข้างให้ความรู้สึกเย็นสบาย พร้อมกับกลิ่นหอมอ่อน ๆ ของไม้หอมที่ลอยมาแตะจมูกในทุกย่างก้าว

เยว่ซีเดินสำรวจไปรอบ ๆ สายตาพินิจพิจารณาอย่างถี่ถ้วน ด้านในเรือนมีห้องน้อยใหญ่พอสมควร มีห้องหลักหนึ่งห้อง ห้องเก็บของเล็ก ๆ และพื้นที่ลานสำหรับปลูกผักหรือดอกไม้หากต้องการ ความเรียบง่ายแต่ครบครันของเรือนหลังนี้ทำให้นางรู้สึกว่าหากต้องเริ่มต้นชีวิตใหม่เพียงลำพัง...ที่แห่งนี้ก็อาจเป็นจุดเริ่มต้นที่เหมาะสม

"ไม่เลวเลย" เยว่ซีพึมพำเบา ๆ

นางพยักหน้ากับตนเองอย่างพึงพอใจ ดวงตาเป็นประกายอย่างที่ไม่ได้เห็นมานาน หลังจากได้เรือนแล้ว แผนการถัดไปคือค่อย ๆ ขนของจำเป็นบางส่วน รวมถึงเงินทองที่เป็นสินเดิม มาเก็บไว้ที่นี่

“อย่างน้อย ถ้าฟ้าผ่าจวนอ๋องเมื่อใด... ข้าก็ยังเหลือที่ให้หลบพายุ” นางหัวเราะในลำคออย่างภาคภูมิใจ

ในที่สุด เยว่ซีก็มีที่ของตนเอง แม้จะเล็ก แม้จะเงียบงัน แต่ก็เป็นที่ที่ปลอดภัย ที่ที่เธอเป็นนายของชีวิต ไม่ใช่เพียงตัวประกอบในชีวิตของใคร

"เอาล่ะ..." นางพึมพำกับตัวเอง "ได้ที่อยู่แล้ว ต่อไปก็ต้องหาคนไว้ใจได้มาทำห้องลับเก็บสมบัติ"

รอยยิ้มบางผุดขึ้นที่มุมปาก ใบหน้างามที่เคยดูอ่อนหวาน บัดนี้มีแววแกร่งกร้าวและเฉียบคมขึ้นอย่างเห็นได้ชัด นางกำลังวางหมากเพื่ออยู่รอดในกระดานชีวิตใหม่ในโลกของนิยาย

"ไม่ว่าสุดท้ายใครจะรอด ใครจะตาย… ข้าซินเยว่ซีผู้นี้ล่ะจะเป็นคนรอดชีวิต"

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel