ทะลุมิติมาจัดระเบียบในจวนแม่ทัพ

44.0K · จบแล้ว
ภัสสพิชชา
29
บท
2.0K
ยอดวิว
9.0
การให้คะแนน

บทย่อ

“กล้ามองข้ามข้า เช่นนั้น…ข้ามองข้ามท่านบ้างผิดแปลกอะไร” นางยืนจ้องหน้าคนเป็นสามี ”จวนแม่ทัพเหลียงนี้ ข้าไม่ได้เป็นใหญ่รองจากท่านหรือ!!บ่าวไม่รู้จักนายเช่นนี้…ข้าแค่สั่งสอนดูบ้างท่านมีปัญหาอะไร!!“ “คุณหนูที่นี่บ่าวตรวจสอบดีแล้ว ไม่ผิดแน่นอน แต่ว่า…” สาวใช้กลืนน้ำลายลงคอ มองคุณหนูของนางด้วยความสงสาร “แต่ว่าไร้คนต้อนรับสินะ” นางยกยิ้มยันบนใบหน้า ชาติที่แล้วนางเป็นถึงนางเอกเบอร์หนึ่ง แล้วเหตุใดต้องถูกชายป่าเถื่อนมองข้ามนางถึงเพียงนี้!! “ถ้าอย่างนั้น อย่ามาหาว่าข้าใจร้ายก็แล้วกัน!!”

นิยายจีนโบราณพลิกชีวิตแต่งงานสายฟ้าแลบหมอนางเอกเก่งข้ามมิติเศรษฐีจีนโบราณพระเอกเก่งเทพสงคราม

ตัวประกัน

“เพราะสมองขาดอ็อกซิเจนนานเกินไป ตอนนี้ทุกอย่างอยู่ที่ญาติตัดสินใจคับ” ร่างโปร่งแสงมองดูร่างผอมแห้งของตัวเองที่นอนหลับอยู่บนเตียงคนป่วย ด้วยความรู้สึกอ่านไม่ออก มองดูย่าที่ร้องไห้เพราะขาดเสาหลักอย่างเธอ

“ยื้อไว้เราก็จะมีค่าใช้จ่ายเยอะนะคะคุณแม่” ป้าสะใภ้พูดด้วยความรำคาญ

“ฉันไม่ได้เสียใจที่มันจะตาย แต่มันจะไม่ดีกว่าเหรอ หากเราเปิดรับบริจาค ดาราดังแบบนี้นายทุนก็ต้องอยากช่วยบ้าง” เห้อออ หากวิญญานที่ยืนอยู่นี่ถอนหายใจหรือหากร่างโปร่งแสงอาละวาดได้ เธอก็อยากลองทำมันดูอีกสักครั้ง เอาให้เหมือนตอนมีชีวิตอยู่ โมโหแล้วกรี๊ดให้คนพวกนี้ถอยหนีให้หมด!!

”คนอย่างซินซินหรือใครจะอยากช่วย ตอนมีชีวิตอยู่เหวี่ยงวีนจนญาติเรายังถอยหนี“ ลุงที่พูดออกมาพร้อมความเบื่อหน่าย

”ชิส์ ฉันดีกับทุกคนที่ดีกับฉันยกเว้นพวกแกหย่ะ“ ร่างโปร่งแสงยังยืนเถียงไม่ลดละ จนเริ่มเบื่อ

”สาธุ หากเทพเจ้าชั้นเซียนมีจริง ช่วยปลดล็อคชีวิตลูกทีเถิด จะตายทั้งทีผัวก็ยังไม่มีแถมยังไม่ได้จัดการญาติมหาปะลัยเลย ช่วยทำให้ลูกสมหวังทีเถิดดด“ วูบบบ ร่างบางถูกดูดกลืนหายไปพร้อมเส้นชีพจรที่วิ่งเป็นเส้นตรงยาว ติ๊ดดดด

แน่นอนทุกอย่างที่เธอพูดเธอจำมันได้ดี แม้แต่ตอนนี้ที่เข้ามาอยู่ในร่างผอมแห้งแรงน้อย ของบุตรสาวอนุผู้ไม่แข็งแรงก็ยังจำทุกอย่างได้

“คุณหนูเอ่อ…จู่ๆท่านก็หยุดหายใจไปจนข้าเป็นกังวล แล้วตอนนี้นั่งนิ่งมี3ชั่วยามแล้วนะเจ้าคะ” ท่าทางที่ตัดสินใจไม่ได้ว่าจะขยับเข้ามา หรือควรนั้งห่างๆออกไปของสาวใช้ทำเธอปวดหัว

ใช่แล้ว!!เธอนอนนิ่งๆมาตั้งแต่เมื่อคืนจะเช้าแล้วก็ยังประมวลผลอยู่เงียบๆ

ไป๋หยางซินที่รู้สึกตัวจากการหลับไหลมานับปี ตื่นมาพบกับความจริงอันโหดร้าย เธอทะลุมมิติมาเป็นบุตรสาวอนุของอ๋องไป๋ผู้แพ้สงคราม ต้องยอมส่งมอบบุตรสาวไปเป็นเจ้าสาวให้แม่ทัพใหญ่แห่งแคว้นหางโจว ตามคำบัญชาของฮ่องเต้ ที่อยากให้ทั้งสองแคว้นสมัครรักใคร่กัน แต่ใครเลยจะรู้เธอคือผู้ถูกเลือกเพราะครอบครัวเห็นถึงความโหดเหี้ยมของเขา!!

“ตายแล้วงั้นเหรอ”ในโลกก่อนเธอมีอาชีพเป็นนักแสดงเจ้าบทบาท แต่อุบัติเหตุกลางกองถ่ายทำเธอหลับไหลไม่ได้สตินับปี แต่จู่ๆก็ถูกดูดเข้ามาในห้วงมิติ

มาอยู่ในร่างของหญิงสาวขี้โรคที่กำลังถูกส่งตัวไปแต่งงานเพื่อสร้างสัมพันธ์อันดีต่ออีกแคว้น ท่ามกลางเสียงร้องไห้ของสาวใช้ที่ทำอะไรไม่ถูก เมื่อคุณหนูสามผู้อ่อนแอนอนแน่นิ่งไประหว่างเคลื่อนขบวนส่งตัวเจ้าสาว

“เจ้าชื่ออะไร เป็นสาวใช้ที่แม่ส่งมาใช่หรือไม่” นางใช้อารมณ์ปรับตัวสักพักก่อนหันมามองสาวใช้ที่นั่งตาแดงอยู่บนรถม้าข้างนาง

“คุณหนูเหตุใดจึงจำบ่าวไม่ได้เลยเจ้าค่ะ” ค่อนข้างแปลกใจ แม้คุณหนูของนางจะมีร่างกายที่อ่อนแอ แต่ก็ใช่ว่าจะถึงขั้นหลงลืมคนใกล้ตัวเช่นนี้

“เฮ้อ…ข้าจะพูดอย่างไรดี ตอนนี้สมองข้าเหมือนคิดอะไรไม่ออก เจ้าเองก็ตอบๆมาเถอะน่า…ว่าอย่างไร…เจ้าชื่ออะไร หวังดีกับข้าหรือไม่ เป็นคนของท่านแม่ข้าหรือไม่ แล้วตอนนี้เรากำลังจะไปที่ไหนกัน” แม้จะงงงวยแต่เหมียวเหมียวก็ยินดีตอบ

“ข้าชื่อเหมียวเหมียว เป็นคนดูแลคุณหนูมาตั้งแต่เด็ก ฮูหยินรองสั่งการให้ตามคุณหนูมา ตอนนี้เรากำลังจะไปที่หางโจวเจ้าค่ะ” ได้ยินเช่นนั้นนางใช้ฝ่ามือบางรูปบนใบหน้าด้วยความทุกข์ใจ ก่อนจะหยิบจดหมายขึ้นมาอ่าน ยังดีที่พอได้ร่ำเรียนอักษรจีนโบราณมาบ้าง เพราะต้องแสดงหนังย้อนยุคบ่อยๆ ถือว่าไม่ยาก

“ผูกสัมพันธ์แบบใดกัน ข้าที่เป็นเจ้าสาวกลับเดินทางมาพร้อมสินเดิม ไร้คนคุ้มกันจากว่าที่สามี หึ!! แม้แต่หัวยังไม่โผล่มา!!” นางเปิดม่านมองดูขบวนของนางที่มีกันราวๆ20ชีวิต

“ทางนั้นไม่ยอมส่งคนมารับ เรากลับไปที่จวนดีหรือไม่เจ้าคะ” เมื่อสาวใช้พูดเช่นนั้น นางจึงคิดทบทวนอีกที

“เจ้าอยากกลับไปตกนรกหรือ บ้านใหญ่คงทำทุกวิถีทางให้ข้าออกจากจวน เจ้าเปิดสินเดิมให้ข้าดูหน่อย” สาวใช้พยักหน้ารับก่อนยกหีบขนาดใหญ่ที่วางอยู่มุมรถม้าออกมา

“นี่อะไร” แก้วแหวนเงินทองแม้จะมากมายก็จริง แต่ว่าก็ยังดูน้อยอยู่ดีหากเที่ยบกับการเป็นบุตรสาวท่านอ๋องไป๋

“สิ่งนั้นคือป้ายหยกของสกุลเหวินเจ้าค่ะ ฮูหยินรองมอบให้ หากภายหน้าคุณหนูมีภัยให้ขอความช่วยเหลือจากท่านตาท่านยายได้” นางพยักหน้าพร้อมใช้ความคิด เช่นนั้นแสดงว่าแม่นางก็พอมีดีอยู่บ้าง

“ท่านตาข้า…รวยหรือไม่” มีแค่เรื่องนี้ที่นางอยากรู้

“เป็นท่านอาจารย์ขององร์รัชทายาทและเหล่าองค์หญิง องค์ชายเจ้าค่ะ!!” นางยกยิ้มในใจ

“นอกจากข้าจะเข้ามาอยู่ในที่ไม่คุ้นชิน ข้ายังต้องมาเจอเรื่องการเป็นตัวประกันของฝ่ายไหนก็ไม่รู้ ดีหรือไม่ก็ไม่รู้ เช่นนั้นชีวิตภายหน้าต่อไปคงลำบากแน่นอน“ เสียงบ่นพึมพำแม้สาวใช้จะจับใจความไม่ได้ แต่ก็ดีใจไม่น้อยที่คุณหนูของนางลุกขึ้นมาพูดคุยได้ โดยปกติจะนอนเป็นผักมากกว่า น้อยครั้งที่จะเอื้อนเอ่ยสิ่งใด

”เจ้า…รู้จักนิสัยใจคอคนที่หางโจวหรือไม่“ บ่าวรับใช้ทำหน้าคิดสักพัก ก่อนจะค่อยๆเรียบเรียงเรื่องที่เป็นประโยชน์ที่สุด

”เท่าที่ฟังเหล่าแม่ทัพพูดคุยกัน เอ่อ เป็นคนเด็ดขาด เลือดเย็น และที่สำคัญ ไม่สามัคคีกับตระกูลฝั่งบิดาเจ้าค่ะ เพราะท่านแม่ทัพใช้แซ่เหลียง สกุลเดิมของมารดา“ นางพยักหน้ารับ

”ก็คงเป็นพวก…เติบโตมาด้วยปมในใจ เติบโตแบบสุกๆดิบๆสินะ เช่นนั้น เราก็เตรียมตัวเอาไว้หน่อย การต้อนรับเราอาจจะไม่ดีเท่าที่ควร“