บท
ตั้งค่า

ตอนที่ 7 คุณนายน้ำหนึ่ง

"พยูไปตลาดกัน" เมื่อมองของสดในตู้เย็นที่จะเอามาทำมื้อเย็นให้สามีกินมีไม่ครบน้ำหนึ่งจึงมาชวนคนที่กำลังรีดผ้า

"พยูขออีกห้านาทีนะคะคุณน้ำหนึ่ง" ซักผ้าเสร็จแต่ละครั้งเธอก็จะรีดแล้วเอาไปใส่ตู้ไว้เลย อาทิตย์ละสองครั้งจะได้ไม่หนักเกินไปทั้งของตัวเองและเจ้านาย ถึงเป็นคนใช้ แต่เธอก็รีดผ้าใส่เลยนะขอบอก

"รอหน้าบ้านนะ" เดินมานั่งที่ม้านั่งตรงหน้าบ้านแล้วดูกระดาษแผ่นเล็กที่มีลายมือตัวเองอยู่ในนั้น เธอจดมาแล้วว่าจะซื้ออะไรบ้าง และค่าใช้จ่ายทั้งหมดเธอจะเป็นคนออกเอง

ตลอดหนึ่งปีที่กลับไปเป็นแม่ค้าก็พอมีเงินเก็บ คงมากพอใช้ขณะง้อผัว กว่าจะถึงคราวเงินหมดผัวคงหายโกรธ จากนั้นค่อยไปเกาะผัวกินอีกที

น้ำหนึ่งมีเงินเก็บมาที่หนึ่งแสนบาท จะเอาอะไรมากกับเศรษฐ์กิจแบบนี้ หักลบทุนแล้วได้กำไรเกือบพันต่อการตื่นไปขายของเช้ามืดหนึ่งวัน

หลังหักค่าใช้จ่ายส่วนตัว ของใช้จิปาถะต่างๆ เธอเก็บหอมรอมริบเรื่อยๆ สิ้นปีมาเปิดกระปุกหมูดูได้มาแสนนิดๆ จึงนำไปเข้าธนาคารกินดอกเบี้ย น่าจะได้กาแฟสักแก้วอยู่ วันนี้แหละจะได้ไปกดเงินเก็บออกมาใช้

เพื่อผู้ชาย เราอดได้แต่ผู้ชายต้องรอด!

เสื้อผ้าเธอไม่ค่อยได้ซื้อใหม่หรอกเพราะใส่อะไรก็ได้ แต่ยอมรับว่าเธอก็คนสวยคนหนึ่งเลยล่ะ ใส่อะไรจึงน่าดูไปหมด

เวลาต้องไปขายของตลาดก็แต่งตัวเรียบร้อย อย่างเช่นเสื้อกล้ามสามตัวร้อย สวมแขนยาวสวมทับด้านนอกแล้วตามด้วยผ้ากันเปื้อน เผยเนินอกนิดๆ พอได้เรียกลูกค้า ตั้งแต่อวดเนื้อหนังมังสาแล้วได้ผัวมาคิดว่าเป็นวิธีที่เวิร์ค

"ไปค่ะคุณน้ำหนึ่ง" พยูเดินออกมาจากบ้าน มีกระเป๋าสะพายข้างสีดำใบเล็กใส่เงินค่ากับข้าวที่ได้รับมาจากคุณภาคินเอาไว้ใช้ตลอดทั้งสัปดาห์

"เรานั่งรถมอเตอร์ไซค์ไปกันนะคะ" เพราะมีรถแค่คันเดียว ปกติเธอก็ขี่เจ้านี่ไปตลาดอยู่แล้ว

"ได้สิ" ไม่มีปัญหา เมื่อก่อนก็ใช้ ตอนนี้ก็ยังเป็นคันเดิม บอกแล้วทุกอย่างเหมือนเดิมหมด ยกเว้นใจคน ไม่รู้ว่าหลงเหลือความรักให้กันบ้างไหม

"คุณน้ำหนึ่งจะขับหรือให้พยูขับคะ" หากเป็นเมื่อก่อนคุณน้ำหนึ่งเป็นคนขับแล้วเธอนั่งซ้อนท้าย อีกฝ่ายตัวสูงกว่าเธออยู่มากจึงคล่องแคล่วกว่า

"ฉันขับก็ได้" ไม่ได้ขับมานานแล้วเหมือนกัน อยากรู้ว่ารถที่เคยคุ้นจะคอแข็งไปแล้วหรือเปล่า แข็งเหมือนใจสามีเธอเลยมั้ย หรืออันไหนแข็งกว่ากันจะได้ปรับตัว

ต้องอยู่อีกนานเลยนะ ก็ต้องทำความคุ้นเคยกับมันสิ

@ตลาดสดในตัวอำเภอ

"ไงจ๊ะคนสวย ยิ้มหวานมาเลยนะจ๊ะ" เสียงทักจากพ่อค้าเขียงหมูหัวล้านตัวอ้วนๆ เรียกคนที่มาอุดหนุนหมูสดเขาอยู่บ่อยๆ เพื่อไปทำหมูปิ้งขาย

ปกติเจอแต่ยามเช้า ทว่าตอนนี้ยามเย็น และไอ้ข่าวแว่วๆ ที่ได้ยินจากปากแม่ค้าหมู่บ้านนั้นบอกว่าน้ำหนึ่งกลับมาอยู่กับผัวแล้วเห็นจะจริง เพราะเมื่อเช้าไม่เห็นมาซื้อหมูสดกับเขา

"ตาอ้วนน่ะ" น้ำหนึ่งอมยิ้ม และรู้ว่าอีกคนกำลังแซวอะไร ข่าวเธอคงดังมาไกลทั่วหมู่บ้านนี้แล้วมั้งว่าเธอกลับมาอยู่กับสามีแล้ว

ก็แบบนี้ หมู่บ้านของเธอไม่ได้ใหญ่มาก ทำให้พ่อค้าแม่ค้าในตลาดค่อนข้างสนิทสนมชิดเชื้อกับคนที่นี่ เพราะต่างมาซื้อของสดที่ตลาดใหญ่ของตัวอำเภอกลับไปวางขายที่ตลาดในหมู่บ้านอีกต่อ

"เอ้าน้ำหนึ่ง กลับมาอยู่กับผัวแล้วเหรอ" คนที่มาซื้อของในตลาดจำได้จึงทักทาย หญิงสาวยกมือไหว้

"กลับมาแล้วจ้ะป้า" น้ำหนึ่งภูมิใจเสนอ เห็นมั้ย ข่าวไวจริงจริ๊ง ประกาศบอกแค่ในตลาดหมู่บ้านตัวเองจะได้ไม่ต้องเอาไปคาดเดาต่างๆ นาๆ ว่าเธอหายไปไหน เลยบอกไปว่าผัวมาง้อแล้ว

"แหม..ผัวไปง้อหน้าบานเลยนะคุณนาย"

"แน่นอนอยู่แล้วสิป้า" ระดับคุณภาคินเลยนะใครจะไม่อิจฉา คราวแต่งงานว่าสุดแล้ว นี่กลับบ้านแล้วผัวยังตามไปง้อสุดกว่า แสดงว่าเธอคงพอตัว มีดีจนผัวไม่ยอมเลิกรา

ส่วนไอ้ที่ว่าปีนเข้าบ้านเขาน่ะให้ใครรู้ไม่ได้นะ จะมาเปิดเผยความจริงว่าวิ่งแจ้นไปหาเขาเองได้ไงเสียราคาหมด

"แล้วนั่นได้อะไรจ๊ะ" น้ำหนึ่งเปลี่ยนเรื่อง มองลงในตะกร้าของป้าที่ถือมาด้วยเห็นแต่สีขาวๆ

"ดอกกะหล่ำ ลูกมันบอกอยากกินผัดใส่หมูก็เลยมาซื้อหมูเนี่ยแหละ"

"เหมือนกันจ้ะ คุณคินอยากกินผัดผักหนึ่งเลยว่าจะมาซื้อหมูสามชั้นไปผัดใส่ข้าวโพดอ่อนให้ ของโปรดคุณเขาเลยแหละป้า"

"แหม..เอาใจผัวเก่งเหมือนกันนะ มิน่าคุณคินถึงได้ตามไปง้อ"

"ธรรมด๊าาา" เอ่ยจบหัวเราะร่วนกับป้า ปล่อยให้ฝั่งนั้นซื้อก่อนแล้วเธอจึงสั่ง

"หนึ่งเอาสามชั้นสองเส้นจ้ะตาอ้วน" สามชั้นสวยๆ หมูสดๆ ก็ร้านนี้แหละ ปกติจะขยับคอเสื้อลงอีกนิดจะได้หมูแถมสองสามขีด ทว่าตอนนี้ยั่วไม่ขึ้นเพราะชื่อสามีค้ำคอ

"จ้า" ตาอ้วนรีบหยิบหมูสามชั้นที่หั่นแบ่งขายเป็นเส้นเอาไว้ขึ้นวางบนตาชั่งแล้วคิดเงิน

พยูทำท่าจะควักตังค์ออกมาจ่ายแต่น้ำหนึ่งรีบห้าม

"ฉันเองพยู จากนี้ฉันจะเป็นคนจ่ายค่าอาหารทั้งหมดเอง"

"จะดีเหรอคะ พยูก็มีตังค์จากคุณภาคินนะคะ"

"ดีสิ" น้ำหนึ่งยื่นตังค์ตัวเองจ่าย รับถุงหมูวางในตะกร้าที่พยูถือ รับเงินทอนกลับคืน ไม่ลืมบอกลาทั้งพ่อค้าขายหมู

"หนึ่งไปซื้อผักก่อนนะจ๊ะ" เธอซื้อของไม่เยอะ เพราะชอบมาตลาดทุกวัน

อย่างว่าแหละ อยู่แต่บ้านฟังแม่ผัวบ่นบ่อยๆ ก็เบื่อ ช่วงเวลายามเย็นเธอจะชวนพยูออกมาเดินตลาดซื้อของกลับไปกินกัน

ที่เล่ามาเป็นเหตุการณ์เมื่อก่อน ว่าเคยอยู่สุขสบายขนาดไหน แต่ได้ไม่นาน ความสุขมันอยู่กับเธอแค่แป๊บเดียว

น้ำหนึ่งแวะร้านขายไก่ และเหมือนเดิม แม่ค้าที่จำเธอได้ทักมา

"เอ้าน้ำหนึ่ง กลับมาแล้วเหร๊อ"

"มาแล้วจ้ะน้า หนึ่งเอาเนื้อไก่ครึ่งโลจ้ะ" เธอจะเอาไปทำแกงเขียวหวานไก่อีกหนึ่งอย่าง เมนูเย็นนี้ก็คือผัดหมูสามชั้นใส่ข้าวโพดอ่อนกับแกงเขียวหวานน้ำข้นๆ

ได้ไก่แล้วเดินไปร้านผักที่มีของครบทุกอย่างทั้งพริกแกง กะทิกล่อง ครบจบในร้านเดียว

"ว๊ายคุณนายน้ำหนึ่ง!" แม่ค้าร้านขายผักทักทาย

"คุณนงคุณนายอะไรกันจ๊ะพี่" เอ่ยอย่างสนิทสนมกับอีกฝ่ายเพราะเคยมาซื้อประจำ แต่ละคนล้วนอายุมากกว่าเธอทั้งนั้น

"ก็คุณนายสิ ได้ข่าวว่าลูกชายเถ้าแก่ไปง้อถึงบ้านเลยเหรอ"

"ก็ใช่น่ะสิจ๊ะ คุณคินมาง้อเอง"

"แล้วทะเลาะอะไรกันล่ะแกถึงกลับบ้านฮะ เขาตีแกเหรอ" ถามเบาๆ เพราะกลัวคนอื่นได้ยิน ตั้งแต่น้ำหนึ่งกลับบ้าน ข่าวก็ว่าเลิกกัน ส่วนสาเหตุผ่านมาเป็นปียังไม่มีใครรู้

"เปล่าหรอกจ้ะ คุณคินไม่เคยทำแบบนั้นกับหนึ่งสักหน่อย" รีบแก้ต่างแทนสามี เพราะเขาไม่เคยทำแบบนั้นจริงๆ

ให้ตบตีเลือดตกยางออกบอกเลยส่ายหัว แต่จับแทงจนเร่าร้อนอันนี้ชัวร์ คิดแล้วเสียดายวันเวลา

"หนึ่งแค่อยากกลับมาขายของจ้ะ แต่คุณคินไม่อยากให้หนึ่งทำกลัวหนึ่งเหนื่อย เราก็เลยทะเลาะกัน แค่นี้เองจ้ะ"

"แกนี่มันจริงๆ เลยนะ ผัวอยากให้อยู่สบายก็ไม่เอา ถ้าเป็นฉันนะ ได้ผัวแบบลูกชายเถ้าแก่ฉันจะนอนกินพุงกางเลยล่ะ"

"นั่นพุงมึงก็กางแล้วอยู่แล้วอีส้มเอ๊ย มึงยังกางไม่พออีกหรือไง"

ใบหน้าอวบหุบยิ้มลงทันทีเมื่อเสียงของสามีแว่วมาดักคอ ทำเอาคนเป็นเมียหันไปถลึงตาใส่

น้ำหนึ่งหันไปขำกับพยู ก่อนจะจัดการเลือกซื้อของอย่างที่เขียนในกระดาษไว้ว่าจะเอาอะไรบ้าง พริก มะนาว น้ำตาล ผงชูรสเธอซื้อหมด

หลังซื้อของเสร็จได้มาเต็มตะกร้า น้ำหนึ่งเอาบางส่วนออกมาถือช่วยน้อง

"กินไข่เต่ากันพยู" ตลาดอำเภอใหญ่กว่าหมู่บ้านของเธอตั้งเยอะ มีของกินเล่นให้เลือกซื้อหลากหลาย

"ค่ะคุณน้ำหนึ่ง"

ทั้งสองคนเดินไปร้านขายไข่เต่า มีน้ำเก๊กฮวยกับลอดช่องสิงคโปร์ขายอยู่ด้วย

"เอาไข่เต่ายี่สิบจ้ะ หนึ่งเอาน้ำลอดช่องด้วยถุงนึง พยูเอาน้ำอะไร" หันกลับไปถามพยู

"น้ำลอดช่องค่ะ" ยืนรอไม่นานก็ได้ไข่เต่ามาถือ ทั้งคู่รีบหยิบกิน จากนั้นน้ำลอดช่องจึงตามมายกขึ้นดูด

"เอาอะไรอีกมั้ยพยู"

"ขนมรังผึ้งค่ะ ร้านนี้เด็ด" เวลามาตลาดเธอชอบแวะประจำ ร้านนี้ขายทั้งขนมดอกบัวทอดกับขนมรังผึ้ง แต่เธอชอบกินขนมรังผึ้งมากกว่า

"เอาขนมดอกบัวยี่สิบกับรังผึ้งยี่สิบจ้ะ"

"ได้จ้า" แม่ค้าตอบรับจัดให้ทันที

พอไม่มีอะไรอยากได้เพิ่มจึงพากันเดินกลับรถ น้ำหนึ่งเป็นฝ่ายขับเช่นเคย

กลับมาถึงบ้านประมาณสี่โมงครึ่ง ส่วนสามีเลิกงานห้าโมงเย็น น้ำหนึ่งจึงเดินเข้าครัว พยูตามมาด้วยนั่งกินขนมกันในนี้

"เดี๋ยวพยูช่วยนะคะ"

"ปาดมะเขือแล้วกัน"

เดินไปหยิบขนมใส่ปากพร้อมปาดมะเขือแช่น้ำเกลือไปด้วย

"คุณน้ำหนึ่งรู้มั้ยคะ ตอนคุณไม่อยู่พยูเหง๊าเหงา" พยูเล่าถึงวันวาน พอเจ้านายสาวไม่อยู่บ้านก็มีแค่สองแม่ลูกอย่างคุณภาคินและแม่ของเขา คนวัยใกล้เคียงไม่มีให้พูดคุย

"ก็กลับมาแล้วนี่ไง สัญญาว่าจะไม่ปล่อยให้พยูเหงาอีกแล้ว" น้ำหนึ่งบอกยิ้มๆ เพราะดูจากท่าทางของน้องที่เจอเธอเมื่อคืนดีใจมากกว่าคนเป็นผัวเสียอีก

"เออนี่พยู"

"ขา..คุณน้ำหนึ่ง"

"หากคุณคินถามว่าใครเป็นคนทำกับข้าวให้บอกว่าพยูเป็นคนทำนะ"

"ทำไมคะ" พยูทำหน้างง เธอแค่ปาดมะเขืออย่างเดียวทำไมต้องยกความดีความชอบให้เธอด้วย สามีควรได้ภูมิใจในฝีมือภรรยาตัวเองสิ

"ถ้าเขารู้ว่าเป็นฝีมือฉันเขาจะไม่กินน่ะสิ เมื่อเช้าพยูก็เห็น"

"เห็นค่ะ" พยูพยักหน้าให้อีกฝ่ายด้วยความเข้าใจ

"แล้ว..นานเท่าไหร่ถึงจะบอกได้คะว่าเป็นฝีมือคุณน้ำหนึ่ง"

"ก็..จนกว่าเขาจะหายโกรธเลยแหละ ตกลงตามนี้นะพยู"

"ตกลงค่ะ"

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel