ตอนที่ 1 คุณผู้หญิงตายไปแล้วนะคะ
"ขอบคุณนะเจ๊" เวฟร้อยสีเทาดำจอดลงหน้าบ้านสองชั้นเป็นปูนสีขาวหลังหนึ่ง ซึ่งหญิงสาวคุ้นเคยมันเป็นอย่างดี รีบบอกขอบคุณพี่สาวที่อาสามาส่งทันที
เจ๊นกเป็นสาวประเภทสองที่เธอเคารพนับถือเสมือนพี่สาวแท้ๆ ไม่ว่าจะเดือดเนื้อร้อนใจ หรืออยากได้ใครสักคนช่วยเธอนึกถึงเจ๊นกคนนี้เป็นคนแรก และหนุ่มร่างชายแต่ใจเป็นหญิงก็เต็มใจช่วยเป็นอย่างดี
"เออๆ ไม่เป็นไร ว่าแต่..แกมาดึกขนาดนี้ใครจะมาเปิดประตูให้ ดูท่าคนบ้านนี้นอนหมดกันแล้วมั้ง" ถามอย่างเป็นห่วงน้องสาว มองลอดช่องประตูรั้วเหล็กสูงท่วมหัวเข้าไปยังตัวบ้านซึ่งห่างจากตรงนี้สักสามสิบเมตรได้
ตอนนี้เป็นเวลาสี่ทุ่ม ช่วงหน้าหนาวแต่ละบ้านในละแวกนี้ต่างพากันเข้านอนหมดแล้ว บรรยากาศเงียบเชียบทำเอาเธอนึกกลัว ที่เห็นชอบออกมาเดินเพ่นพ่านคงจะมีแต่พวกวัยรุ่นเมายา
"เดี๋ยวลองเรียกดู ขอบใจเจ๊มากนะที่มาส่ง" ช่วงเวลาหนึ่งปีที่จากไปไม่เคยมีความสุข แต่เพราะมีเหตุผลจำเป็นถึงต้องไป
มาวันนี้แม่ผัวตาย ถึงเวลาของเธอกลับมาหาสามีสุดที่รัก เธอจะได้มีความสุขกับเขาสักที
ปัญหาแม่ผัวลูกสะใภ้มันมีมานานแสนนานจากที่เคยฟัง แต่ใครจะคิดล่ะว่าเธอเองก็เป็นหนึ่งในนั้นที่ต้องมาเป็นประสาทเพราะแม่ผัวทุกวี่ทุกวัน
ต่อหน้าลูกชายน้ำหนึ่งอย่างนั้น น้ำหนึ่งอย่างนี้ แต่พอลับหลังลูกชายท่านก็ด่าเธอเสียๆ หายๆ
ว่ามาเกาะลูกชายท่านกินบ้างล่ะ ว่าเธอเป็นผู้หญิงอย่างว่าที่มีผู้ชายเข้าหาเยอะ
อันแรกเธอเถียงขาดใจเพราะรักสามีด้วยใจ แต่อันหลังยอมรับว่ามีใครเข้าหาเธอเยอะมากเพราะเธอเป็นคนสวย หน้าตาดี ด้วยความที่เป็นแม่ค้าใครมาอุดหนุนก็ยินดีทั้งนั้น
คำพูดแทะโลมบ้าง สายตาโลมเลีย แต่ก็ไม่เคยเทใจให้ใครยกเว้นสามีตัวเอง
แม่ค้าขายข้าวเหนียวหมูปิ้งในตลาดสดสวยแซ่บมีหนุ่มๆ มาขายขนมจีบไม่เว้นแต่ละวัน ต้องพ่ายแพ้ให้กับลูกชายเถ้าแก่ร้านค้าวัสดุก่อสร้างในตัวอำเภอ
ใครเห็นจะไม่หลงรักเขากันล่ะ รูปหล่อซะขนาดนั้น เป็นคนนิ่งๆ แต่มีเสน่ห์มาก เขาเป็นคนแรกที่ไม่ได้เข้าหาเธอ แต่เป็นเธอต่างหากที่ไล่ตามเขาจนอีกฝ่ายจนมุม ยอมสยบแล้วยกขบวนขันหมากมาสู่ขอเธอกับพ่อแม่
ตั้งแต่นั้นมาใครต่างก็อิจฉาแม่ค้าข้าวเหนียวหมูปิ้ง วันดีคืนดีได้ลงเอยกับเศรษฐีติดหนึ่งในสิบของอำเภอ
ภาพที่คนภายนอกมองเข้ามา วาสนาอีน้ำหนึ่งมันจริงๆ ได้ผัวหล่อรวย
เธอไม่เถียง วาสนาเธอจริงๆ แต่นั่นมันเป็นแค่เปลือกนอก ก็บอกแล้วว่าเธอรักเขาที่ใจ
หากเป็นในละคร พระเอกนางเอกหลุมรักแล้วลงเอยแต่งงานกันมันคือจุดจบแฮปปี้เอ็นดิ้ง แต่สำหรับคู่เธอมันคือการเริ่มต้นเท่านั้น เมื่อแต่ละวันต้องมาคอยรับมือกับแม่ผัวประสาทจนจะเป็นประสาทเสียเอง
เธอพยายามปลอบใจตัวเองว่าท่านอายุเยอะแล้ว เยอะไม่เยอะก็เจ็ดสิบปีแล้วล่ะ ดูท่าหลงๆ ลืมๆ แต่ที่ไม่ลืมเห็นจะเป็นเรื่องกระแนะกระแหนลูกสะใภ้
'ฉันไม่อยากให้ลูกชายแต่งงานกับเธอ ฉันไม่อยากให้ภาคินมีเมีย ถ้าฉันอยากให้ลูกชายมีเมียจริงๆ ฉันหาได้ดีกว่านี้เป็นร้อยเท่า!'
อกข้างซ้ายของคนฟังเจ็บจี๊ด ทำไมไม่บอกตั้งแต่วันแรกที่เจอ แถมตอนไปสู่ขอยังทำหน้าตายิ้มระรื่น เธอก็คิดว่าเออ..แม่ผัวกูดีว่ะ!
บุญของอีน้ำหนึ่งได้ผัวหล่อรวย ทั้งแม่ผัวก็ดี สุดขนาดนี้ให้หาอีกสามชาติก็ไม่เจอ
แต่ก็นะ ถ้าท่านพูดแบบนั้นลูกชายคงหาว่าแม่ไม่ชอบด้วย ปล่อยให้เป็นไปตามคนหนุ่มสาวที่ต้องอยู่ด้วยกันเป็นฝ่ายเลือก ลับหลังเวลาลูกชายท่านออกไปทำงานค่อยมารบราฆ่าฟันกับเธอ
การรบราของท่านไม่ใช่การลงไม้ลงมือ แต่มักใช้คำพูดดูถูกถากถาง ทำอะไรก็ไม่ดีสักอย่าง พูดกรอกหูอยู่ทุกวันจนเธออึดอัดแล้วเป็นฝ่ายยอมถอยออกมาเอง
"ถ้ามีอะไรโทรหาเจ๊นะหนึ่ง"
น้ำหนึ่งพยักหน้า พลางยัดเงินที่แอบเตรียมเอาไว้เพื่อให้คนพี่ที่มีน้ำใจมาส่ง แต่เจ๊นกรีบดันมือเรียวกลับคืน
"แกอย่าทำแบบนี้ ฉันเป็นพี่แกนะ"
"เจ๊..รับไปเถอะ มันไม่ได้เยอะอะไร" แบงก์ร้อยสองใบ ค่าน้ำใจที่พี่สาวขับรถมอเตอร์ไซค์จากหมู่บ้านหนึ่งมาส่งหมู่บ้านนี้ แค่นี้มันยังน้อยไปด้วยซ้ำกับช่วงเวลากลางคืนไร้คนพลุกพล่าน แถมอากาศยังหนาวเย็น
"ไม่เอา ถ้าแกไม่เลิกยัดเยียดก็ตัดพี่ตัดน้องกันไปเลย"
"เจ๊น่ะ!" น้ำหนึ่งหน้าง้ำหน้างอ ก่อนจะยัดเงินกลับคืนในกระเป๋าสะพายตัวเอง
"ไป หาทางเข้าบ้านได้แล้วเจ๊จะรอ"
"จ้ะ"
น้ำหนึ่งหิ้วกระเป๋าเสื้อผ้าที่มีชุดอยู่ในนั้นประมาณสิบชุด ของใช้อีกนิดหน่อยพอให้ไม่ลำบากตัวเองในการเดินทางแล้วไปกดออด
ปิ๊งป่อง
"หืม..ใครมามืดค่ำ" เสียงแม่บ้านอายุน้อยจากประเทศเพื่อนบ้านนอนอยู่บนเตียงบ่นพึมพำออกมา อาบน้ำเสร็จพอกหน้าเรียบร้อยทาด้วยผงทานาคานอนดูทีวีเพลินๆ
ปิ๊งป่องๆๆๆ
พยูรีบลุกเดินออกจากห้องไปดูเมื่อคิดว่ามีคนมากดออดเล่นที่หน้าบ้าน ดึกดื่นค่ำคืนขนาดนี้เดี๋ยวเจ้านายเธอตื่นมาด่าเอา
เดินฝ่ามุมมืดไปกดสวิตช์ไฟหน้าบ้านให้เปิด ออกไปยืนอยู่หน้าบ้านแล้วเพ่งสายตามองผ่านความมืดไปยังหน้าประตูรั้วของบ้าน เตรียมจะด่าเต็มที่เมื่อเห็นเงาตะคุ่มๆ
"พยู!"
คนโดนเรียกสะดุ้ง ก่อนจะเขยิบเข้าไปใกล้เมื่อได้ยินเสียงผู้หญิง แถมการเรียกราวกับว่าสนิทสนมคุ้นเคยกับเธออย่างนั้น
"ใครคะ" ถามกลับด้วยความระแวงระวัง หรือจะเป็นขโมยที่กะมาทำตัวสนิทสนม แต่ขโมยคงไม่บอกให้เธอรู้ตัวก่อนอยู่แล้ว
หรือจะเป็น..
"ผะ..ผี!"
ร่างเล็กเตรียมจะวิ่งเข้าบ้านเพราะกลัว
"ดะ..เดี๋ยวพยูอย่าเพิ่งไป! ฉันไม่ใช่ผี น้ำหนึ่งเอง"
"ห๋า?" คนโดนเรียกหันกลับมาอย่างไวจนคอแทบเคล็ด เมื่ออีกฝ่ายรายงานตัวเองว่าอย่างนั้น พิจารณาดีๆ น้ำเสียงนี่มัน..
"คุณน้ำหนึ่ง!" ตะโกนออกไปด้วยภาษาไทยที่ไม่ค่อยแข็งแรงนัก แต่คนฟังพอจับใจความได้
"ใช่ๆ ฉันเอง" น้ำหนึ่งทำท่าดี๊ด๊าออกมา ก็ใครจะไม่ดีใจล่ะ จากไปตั้งเป็นปี ได้กลับมาสักที แค่ยืนมองจากข้างนอกยังไม่ได้เข้าไปความสุขก็เอ่อล้นดวงตาจนจะทะลักออกมาอยู่แล้ว
คนที่มาส่งกลับไปแล้ว เมื่อเห็นดวงไฟหน้าบ้านเปิดน้ำหนึ่งก็รีบบอกลาพี่สาวให้รีบกลับทันที หากเกิดเป็นเจ้าของบ้านมาไล่เธอจะได้มีข้ออ้างไม่มีรถกลับ
พยูรีบวิ่งไปใกล้ประตู มองพิจารณาอีกฝ่ายตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยความตื่นเต้น
ใบหน้าสวยเซ็กซี่พอให้เห็นจากไฟตรงรั้วบ้าน ผมยาวดัดลอนสีคาราเมลลงมาถึงกลางอก ถึงจะสวมเสื้อแขนยาวสีเทาตัวโคร่ง แต่ชุดด้านในเป็นผ้าลื่นๆ สีขาวคล้ายชุดนอน
ด้านล่างสวมกางเกงขาสั้นเข้าคู่ ความยาวเพียงครึ่งขาจึงเห็นสัดส่วนความขาวเนียนของขาเรียวโผล่พ้นออกมา ทาเล็บเท้าสีแดงแปร๊ด สวมรองเท้าแตะสีดำ
"คุณน้ำหนึ่ง! คุณน้ำหนึ่งกลับมาแล้วจริงๆ!" พยูรีบปรี่เข้าไปขอจับมืออีกฝ่ายด้วยความคิดถึง ทั้งหอม ทั้งจูบ น้ำตาพานจะไหลลงมา
หนึ่งปีที่อีกฝ่ายจากไปเธอคิดถึงมากๆ นี่เธอยังบ่นกับเจ้าที่อยู่เลยว่าอยากให้คุณน้ำหนึ่งกลับมา เลยบนศาลพระภูมิหน้าบ้านว่าหากคุณน้ำหนึ่งกลับมาจะจัดของไหว้ชุดใหญ่ไฟกะพริบให้
แล้วคุณน้ำหนึ่งก็กลับมาจริงๆ ทั้งที่เธอขอไปยังไม่ถึงเจ็ดวัน สงสัยศาลพระภูมิท่านอยากกินของไหว้ชุดใหญ่
พยูมองไปทางศาลแล้วขยิบตาให้ทีหนึ่ง "เดี๋ยวพรุ่งนี้จัดให้นะเจ้าคะ"
"พยูคุยกับใครเหรอ" น้ำหนึ่งทำหน้างงๆ เมื่อกี้ยังจะทำเหมือนร้องไห้ แล้วตอนนี้หันไปยิ้มให้ใคร
"อ๋อ คุยกับศาลพระภูมิค่ะ พยูบอกว่าหากคุณน้ำหนึ่งกลับมา พยูจะจัดของไหว้ชุดใหญ่ไฟกะพริบให้"
"พะ..พยู!" น้ำหนึ่งมีท่าทางหวาดกลัว "ดึกดื่นขนาดนี้ใครให้พูดถึงสิ่งลี้ลับกันเล่า"
"ฮื่อ..แต่กลับมาแล้วอย่าไปไหนนะคะ พยูคิดถึงคุณน้ำหนึ่งมากๆ เลยค่ะ" ตั้งแต่คุณน้ำหนึ่งจากไป เพื่อนที่เคยกินส้มตำด้วยกันก็หาย นั่งกินคนเดียวเหงามาก
แต่ละวันเราต่างสรรหาอะไรมาทำด้วยกันโคตรสนุก พอถึงตลาดนัดวันพุธก็มักไปเดินซื้อเสื้อผ้าและของกินเล่นด้วยกัน
"ไม่ไปแล้วล่ะ แต่ว่าตอนนี้พยูช่วยเปิดประตูให้ฉันก่อนสิ" ทำยังไงก็ได้ให้เธอเข้าบ้านหลังนี้ได้ก่อน มืดแล้วเธอกลัว ทั้งผีทั้งคน ไม่รู้อะไรจะโผล่หัวมาให้เห็นก่อนกัน
"อ๋อๆ ได้ค่ะ งั้นเดี๋ยวคุณน้ำหนึ่งรอแป๊บนึงนะคะ พยูขอกลับไปเอากุญแจก่อนค่ะ"
"อืม เร็วเลยนะพยู" ฉันกลัว.. น้ำหนึ่งต่อประโยคหลังในใจ
"ได้ๆ ค่ะ" หันหลังเตรียมจะวิ่งเข้าบ้าน แต่นึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้เสียก่อน "พยูลืมบอกไปเลยค่ะคุณน้ำหนึ่ง"
"วะ..ว่าอะไรเหรอ" น้ำหนึ่งพยักหน้ายิ้มๆ อย่างรอฟัง
"คุณผู้หญิงตายไปแล้วนะคะ คุณน้ำหนึ่งไม่ต้องกลัวว่าจะมีเรื่องกับคุณผู้หญิงอีกแล้วค่ะ" ปัญหาแม่ผัวกับลูกสะใภ้ในบ้านหลังนี้เธอรับรู้มาตลอดเพราะอยู่ในเหตุการณ์ แต่ไม่สามารถพูดได้เพราะคุณผู้หญิงขู่เอาไว้ หากคุณภาคินรู้เมื่อไหร่เธอได้กลับบ้านเกิดแน่
"พยู! ฉันรู้แล้ว อย่าพูดสิ" ถ้าไม่ตายเธอจะกลับมาทำไม แม่ผัวตายไปนี่แหละทางสะดวก จะได้อยู่อย่างมีความสุขกับสามีสุดที่รักสักที
"เอ่อค่ะๆ งั้นรอพยูแป๊บนึงนะคะ"
"วิ่งเลยนะพยู"
"ค่าๆ" เสียงดังลอยมาตามหลังขณะที่ผู้เป็นเจ้าของเสียงวิ่งเร็วจนจะถึงบ้านอยู่แล้ว
น้ำหนึ่งมองซ้ายมองขวาด้วยความระแวงระวัง ก่อนสายตาจะไปหยุดลงตรงห้องนอนที่เคยหลับนอนในอ้อมกอดของสามีสุดที่รักช่วงเวลาหนึ่ง ป่านนี้เขาคงหลับไปแล้ว
ไม่รู้ว่าการตัดสินใจกลับมาของเธอมันจะทันไหม แต่เธอจะไม่มีทางยอมให้ใครได้ใจของเขาเด็ดขาด
ตำแหน่งเมียลูกชายเถ้าแก่ร้านค้าวัสดุก่อสร้าง ต้องเป็นของเธอเท่านั้น!
