ตอนที่ 4 - 2
หมับ!
ฟางซินเยว่ยกมือซ้ายที่ดูผอมแห้งขึ้นคว้าข้อมือหนาของลุงใหญ่ไว้กลางอากาศอย่างแม่นยำ แม้ร่างกายจะอ่อนแอ แต่ทักษะการจับจุดชีพจรและข้อต่อของศัลยแพทย์กระดูกยังคงอยู่ เธอใช้นิ้วหัวแม่มือกดลงบนจุดเส้นประสาทที่ข้อมือของลุงใหญ่อย่างแรง
"โอ๊ยยยยยยย!" ลุงใหญ่ฟางแหกปากร้องลั่น ร่างกายทรุดฮวบลงกับพื้น ข้อมือชาหนึบราวกับถูกกระแสไฟฟ้าช็อต
"ทำร้ายร่างกายพยานสำคัญในคดีอาญา โทษบวกเพิ่มไปอีกสองปีนะคะลุงใหญ่" ฟางซินเยว่สะบัดมือเขาทิ้งอย่างรังเกียจ ก่อนจะล้วงเอากระดาษและพู่กันที่เตรียมไว้ล่วงหน้าออกมาจากกระเป๋าเสื้อ วางกระแทกลงบนโต๊ะไม้หน้ากระท่อม
"ในเมื่ออยากจะตัดขาดกันนัก ก็ทำให้มันถูกต้องตามกฎหมาย!" เสียงของศัลยแพทย์สาวเด็ดขาดและเฉียบคม
"นี่คือ หนังสือตัดขาดความสัมพันธ์ ฉันเขียนระบุไว้ชัดเจนว่า ฟางซินเยว่ ขอตัดขาดจากตระกูลฟาง จะไม่มีการพึ่งพาเกี่ยวข้องกันอีก ไม่ว่าฉันจะรวยหรือจน เป็นตายร้ายดีอย่างไร ตระกูลฟางจะไม่มีสิทธิ์มาเรียกร้องเงินทองหรืออ้างสิทธิ์ความเป็นญาติกับฉันอีกต่อไป!"
ฟางซินเยว่เลื่อนกระดาษไปตรงหน้าปู่สาม "เซ็นซะ! แล้วประทับตราของผู้นำตระกูลและหัวหน้าหมู่บ้านลงไปให้ครบ ถ้ายอมเซ็นดีๆ ฉันจะลืมเรื่องที่พวกคุณรับสินบนจากสวี่เมิ่งเจียว แต่ถ้าไม่เซ็น เราจะได้ไปคุยกันต่อที่ห้องสอบสวนของผู้กองหลี่!"
ปู่สามและป้าสะใภ้ฟางมองกระดาษแผ่นนั้นราวกับมันเป็นยันต์เรียกผี พวกเขาไม่เคยเห็นฟางซินเยว่ที่แข็งกร้าว เด็ดขาด และมีไหวพริบรู้ข้อกฎหมายน่ากลัวแบบนี้มาก่อน เด็กสาวตรงหน้าไม่ใช่ฟางซินเยว่คนเดิมที่เอาแต่ก้มหน้าร้องไห้อีกต่อไป แต่เป็นตัวอันตรายที่พร้อมจะลากพวกเขาทุกคนลงนรก!
ความหวาดกลัวต่อเครื่องแบบตำรวจและคุก คุกคามจิตใจของชาวบ้านธรรมดาได้ชะงัดนัก ปู่สามมือสั่นเทา เขามองหน้าลุงใหญ่ที่ยังคงกุมข้อมือร้องโอดโอย ก่อนจะตัดสินใจหยิบพู่กันขึ้นมาเซ็นชื่อและประทับลายนิ้วมือลงไปอย่างรวดเร็ว
"เซ็นแล้ว! ฉันเซ็นแล้ว! นังเด็กเนรคุณ! นับแต่นี้ไปแกไม่ใช่คนของตระกูลฟางอีก ไสหัวไปให้พ้นจากหมู่บ้านของเราเลยนะ แล้วอย่าซมซานกลับมาขอข้าวกินก็แล้วกัน!" ปู่สามตะคอกด่าเพื่อรักษาหน้า ก่อนจะรีบพยุงลุงใหญ่ฟางและลากป้าสะใภ้เดินหนีกลับไปราวกับหนีโรคระบาด
ฟางซินเยว่หยิบหนังสือตัดขาดความสัมพันธ์ขึ้นมาเป่าหมึกให้แห้ง รอยยิ้มพึงพอใจปรากฏขึ้นบนใบหน้า ในที่สุดเธอก็ตัดก้อนเนื้อร้ายที่คอยกัดกินชีวิตของร่างเดิมออกไปได้อย่างหมดจด ต่อจากนี้ไป เธอคือฟางซินเยว่ที่เป็นอิสระอย่างแท้จริง ไม่ใช่หมากให้สวี่เมิ่งเจียวใช้ญาติพี่น้องมาบีบบังคับได้อีก
ศัลยแพทย์สาวเดินกลับเข้าไปในกระท่อม สิ่งที่เรียกว่าสมบัติติดตัวมีเพียงเสื้อผ้าเก่าๆ สองชุด เข็มเงินสำหรับฝังเข็มชุดหนึ่งที่ถูกซ่อนไว้ใต้แผ่นไม้ปูเตียง ซึ่งเป็นของดูต่างหน้าชิ้นเดียวที่พ่อแม่ร่างเดิมทิ้งไว้ให้ และเงินอีกเพียงห้าหยวนที่ซ่อนไว้ในรอยต่อของผนังดิน
ฟางซินเยว่จัดการห่อข้าวของทั้งหมดลงในย่ามผ้าใบเก่าๆ สะพายขึ้นพาดบ่า เธอไม่ได้อาลัยอาวรณ์กระท่อมซ่อมซ่อหลังนี้เลยแม้แต่น้อย ร่างบางก้าวเดินออกจากประตู มุ่งหน้าสู่ถนนดินลูกรังที่ทอดยาวออกไปนอกหมู่บ้าน
เป้าหมายของเธอคืออำเภอชิงเหอ ในยุค 80 ที่นโยบายการค้าเสรีเพิ่งจะเริ่มเบ่งบาน ตัวเมืองชิงเหอคือศูนย์กลางของความเจริญ โอกาส และเม็ดเงิน ที่นั่นไม่มีใครรู้จักอดีตที่ถูกใส่ร้ายของเธอ ที่นั่นเธอสามารถใช้ความรู้ด้านการแพทย์ทั้งแผนจีนโบราณและนิติเวชศาสตร์แผนปัจจุบัน สร้างอาณาจักรของตนเองขึ้นมาใหม่ได้
ระหว่างทางที่เดินผ่านแปลงนา ฟางซินเยว่เหลือบไปเห็นเงาร่างที่คุ้นเคยยืนซุ่มอยู่ใต้ต้นหลิวไกลๆ สวี่เมิ่งเจียวหญิงสาวผู้ทะลุมิติกำลังยืนกัดริมฝีปากจนห้อเลือด สองมือกำแน่นด้วยความเคียดแค้น สวี่เมิ่งเจียวคงได้ยินข่าวเรื่องที่เธอตัดขาดจากตระกูลและกำลังจะออกจากหมู่บ้านแล้ว ดอกบัวขาวคงคิดว่านี่คือชัยชนะที่ไล่นางเอกต้นฉบับออกไปได้สำเร็จ
ฟางซินเยว่เพียงแค่ปรายตามองและส่งยิ้มเย็นเยียบไปให้หนึ่งครั้ง เป็นรอยยิ้มที่ทำให้สวี่เมิ่งเจียวถึงกับชาวาบไปทั้งแผ่นหลัง
'ดีใจให้พอเถอะ สวี่เมิ่งเจียว' ฟางซินเยว่คิดในใจ
'เก็บวาสนาปลอมๆ ของเธอไว้ให้ดี เพราะเมื่อใดที่ฉันปักหลักในเมืองชิงเหอได้สำเร็จ ฉันจะกลับมาทวงคืนทุกสิ่งทุกอย่าง แล้วกระชากหน้ากากของเธอลงมาเหยียบให้จมดินด้วยสองมือของฉันเอง'
แสงตะวันยามเช้าทอประกายเจิดจ้า ฟางซินเยว่กระชับย่ามบนบ่า ก้าวเดินไปข้างหน้าด้วยความมั่นใจ ทุกย่างก้าวของเธอเต็มเปี่ยมไปด้วยพลังชีวิตใหม่
