บท
ตั้งค่า

ตอนที่ 1: ราชโองการสายฟ้าแลบ และหนังสือตัดขาด

ท้องฟ้าเหนือจวนตระกูลหลี่มืดครึ้มราวกับถูกสาดทับด้วยน้ำหมึก กลิ่นอายแห่งความตายและคาวเลือดลอยคละคลุ้งมากับสายลมหนาว ทหารองครักษ์เสื้อแพรนับร้อยนายยืนล้อมรอบจวนเอาไว้แน่นหนา ดาบยาวที่สะท้อนแสงเย็นเยียบถูกชักออกจากฝักรอรับคำสั่งฆ่าล้างโคตร

ภายในโถงใหญ่ของจวน ทุกคนในตระกูลหลี่ต่างคุกเข่าตัวสั่นงันงก เสียงร้องไห้คร่ำครวญดังระงม ความรุ่งเรืองที่เคยมีพังทลายลงในพริบตา เมื่อใต้เท้าหลี่ผู้เป็นบิดา ถูกจับได้พร้อมหลักฐานคาหนังคาเขาว่ากระทำความผิดฐานยักยอกเสบียงกองทัพและรับสินบน ฝ่าบาททรงพิโรธหนัก โทษทัณฑ์ที่ลงมาคือประหารเจ็ดชั่วโคตร

ฮูหยินรองตระกูลหลี่ แม่เลี้ยงผู้มีใบหน้าซูบซีดด้วยความหวาดกลัว หันไปถลึงตาใส่ร่างบอบบางที่คุกเข่าอยู่มุมสุดของโถง นางกัดฟันกรอดพลางสบถด่า “เป็นเพราะความโลภของบิดาเจ้าแท้ๆ ตระกูลหลี่ถึงต้องมาพบจุดจบเช่นนี้ หลี่ซินเยว่ นังตัวกาลกิณี ข้าไม่น่าแต่งเข้ามาในจวนอัปมงคลนี่เลย”

หลี่อวี้หรง น้องสาวต่างมารดาที่คุกเข่าอยู่ข้างๆ ฮูหยินรองก็รีบผสมโรงด้วยน้ำเสียงสั่นเครือแต่แฝงด้วยความเคียดแค้น “ท่านพ่อ ข้าไม่อยากตาย ท่านทำผิดเองแท้ๆ เหตุใดข้าต้องมารับเคราะห์ด้วย”

ท่ามกลางเสียงก่นด่าและสายตาชิงชัง หลี่ซินเยว่ เพียงแค่ก้มหน้า นัยน์ตาดอกท้อที่งดงามราวกับภาพวาดมีหยาดน้ำตาไหลรินไม่ขาดสาย นางไม่ได้เสแสร้ง แต่ความหวาดกลัวต่อความตายและความเสียใจกำลังเกาะกินหัวใจจนแตกสลาย นางเพิ่งรู้ความจริงว่าบิดาที่นางเคารพรัก กระทำเรื่องเลวร้ายถึงเพียงนี้ ร่างกายบอบบางสั่นสะท้านราวกับนกน้อยในฤดูเหมันต์ นางอ่อนแอเกินกว่าจะเอ่ยปากโต้เถียง ได้แต่สะอื้นไห้อย่างไร้ทางสู้

เสี่ยวชุ่ย สาวใช้ประจำตัวที่คุกเข่าอยู่ข้างๆ กอดแขนนายหญิงแน่น ร้องไห้ฟูมฟายเสียงดังอย่างคนขวัญอ่อน “แงๆๆ คุณหนูเจ้าขา พวกเราจะถูกตัดหัวจริงๆ หรือเจ้าคะ ข้ายังไม่อยากหัวขาด ฮือๆๆ”

ในขณะที่ความสิ้นหวังกำลังกลืนกินทุกคนในโถงใหญ่ จู่ๆ เสียงฝีเท้าม้าควบตะบึงก็ดังขึ้นจากหน้าประตูจวน ตามมาด้วยเสียงฝีเท้าหนักหน่วงที่ก้าวเข้ามาอย่างองอาจ อุณหภูมิในโถงใหญ่ลดฮวบลงกะทันหัน รังสีอำมหิตเข้มข้นแผ่ซ่านเข้ามาจนทหารองครักษ์เสื้อแพรที่ล้อมอยู่ยังต้องแหวกทางให้ด้วยความหวาดกลัว

ร่างสูงใหญ่ในชุดเกราะสีดำสนิทก้าวข้ามธรณีประตูเข้ามา ผ้าคลุมสีแดงเพลิงสะบัดพลิ้วตามแรงลม ใบหน้าหล่อเหลาคมคายทว่าเย็นเยียบราวกับน้ำแข็งหมื่นปี ดวงตาคมกริบดุจพยัคฆ์ร้ายกวาดมองไปทั่วโถง เพียงแค่สบตาผู้คนก็แทบจะหยุดหายใจ

ชินอ๋อง จ้าวหยางเจี้ยน เทพสงครามผู้โหดเหี้ยมที่สุดแห่งแคว้น บุรุษผู้ถูกขนานนามว่า พญายมเดินดิน

“ทะ... ท่านอ๋อง...” ใต้เท้าหลี่เสียงสั่นเครือ ศีรษะโขกพื้นจนเลือดซึม “ตระกูลหลี่ยอมรับผิดแล้ว ขอมหาอุปราชทรงประทานความตายที่เจ็บปวดน้อยที่สุดให้พวกเราด้วยเถิด”

จ้าวหยางเจี้ยนไม่แม้แต่จะปรายตามองตาเฒ่าหลี่ สายตาของเขาหยุดลงที่ร่างบอบบางซึ่งคุกเข่าตัวสั่นอยู่มุมห้อง ดวงตาที่เคยเย็นชาพลันเกิดคลื่นอารมณ์บางอย่างวูบไหว ทว่าเขาต้องแสร้งทำเป็นดุดัน

“ความตายที่เจ็บปวดน้อยที่สุดงั้นหรือ” น้ำเสียงทุ้มต่ำและแหบพร่าดังขึ้น “คนทำผิดกฎหมายบ้านเมือง สมควรตายหมื่นครั้ง ทว่า วันนี้ข้ามีราชโองการพิเศษจากฝ่าบาท”

มู่ไป๋ องครักษ์เงาคนสนิทที่เดินตามหลังมา ก้าวออกมากางม้วนราชโองการสีเหลืองทองออกด้วยสีหน้าเรียบเฉย

“รับราชโองการ ด้วยความดีความชอบของชินอ๋องที่สละความดีความชอบทั้งหมดในศึกที่ผ่านมา ฝ่าบาทจึงทรงอนุโลมเปลี่ยนโทษประหารของตระกูลหลี่ เป็นเนรเทศไปใช้แรงงานที่ชายแดนใต้ตลอดชีวิต ทว่า มีข้อแลกเปลี่ยน บุตรีสายตรงของตระกูลหลี่ หลี่ซินเยว่ จะต้องสมรสเข้าจวนชินอ๋องในฐานะพระชายาเพื่อเป็นหลักประกัน และต้องออกเดินทางในบัดนี้”

สิ้นเสียงคำประกาศ คนตระกูลหลี่แทบจะกอดคอกันร้องไห้ด้วยความยินดี แม้จะถูกเนรเทศไปชายแดนที่ทุรกันดาร แต่อย่างน้อยก็ยังมีชีวิตรอด

ในขณะที่หลี่ซินเยว่เบิกตากว้าง หัวใจกระตุกวูบ

ใครในเมืองหลวงบ้างที่ไม่รู้กิตติศัพท์ของชินอ๋อง สตรีที่ถูกส่งเข้าจวนอ๋อง หากไม่ถูกทรมานจนเสียสติ ก็มีอันต้องจบชีวิตอย่างอนาถภายในไม่กี่เดือน การสมรสครั้งนี้ก็ไม่ต่างอะไรกับการส่งนางไปตายแทนทุกคนในตระกูล

“ซินเยว่” บิดาของนางรีบคลานเข้ามาจับแขนนาง แววตาที่เคยมองด้วยความเมตตาบัดนี้มีเพียงความเห็นแก่ตัว “เจ้าได้ยินหรือไม่ เจ้าต้องทดแทนคุณบิดามารดาที่เลี้ยงดูเจ้ามา แต่งเข้าจวนอ๋องไปซะ เพื่อให้พวกเราทุกคนรอดตาย”

ฮูหยินรองรีบผลักหลังนาง “ใช่ เป็นความโชคดีของเจ้าแล้วที่ชินอ๋องทรงเมตตา รีบไปสิจะรอให้พวกเราตายหมดหรืออย่างไร”

หลี่อวี้หรงยิ้มเยาะ “พี่หญิง ท่านเป็นบุตรสาวคนโต ความกตัญญูนี้ท่านสมควรแบกรับไว้แต่เพียงผู้เดียว”

ซินเยว่เบิกตากว้างมองบิดาและคนในครอบครัวทีละคน หยาดน้ำตาร่วงหล่นราวกับไข่มุกขาดสาย นางกลัวจนก้าวขาไม่ออก แต่สิ่งที่ทำให้เจ็บปวดลึกไปถึงกระดูกดำ ไม่ใช่ความตายที่รออยู่เบื้องหน้า แต่คือท่าทีของคนในครอบครัว

ความกตัญญูที่นางเพียรพยายามรักษามาตลอดชีวิตกลายเป็นเพียงเศษกระดาษที่ไม่มีค่า พวกเขาพร้อมจะผลักนางเข้าสู่กองไฟอย่างไม่ลังเลและไม่คิดเสียดายแม้แต่น้อย ไม่มีใครถามนางสักคำว่าหวาดกลัวหรือไม่ ไม่มีใครห่วงใยว่านางจะต้องไปเจอกับความโหดร้ายเพียงใดในจวนอ๋อง

นางสะอื้นฮัก หัวใจแหลกสลายไม่มีชิ้นดี ถ้านางต้องอยู่กับครอบครัวที่ไร้น้ำใจเช่นนี้ หรือต้องไปตกระกำลำบากที่ชายแดนกับคนที่พร้อมจะหักหลังนางตลอดเวลา นางยอมตายอยู่ข้างนอกจวนเสียดีกว่า อย่างน้อยตายในจวนชินอ๋องก็ยังไม่ต้องทนเห็นหน้าคนพวกนี้อีก

“ข้า... ข้าจะแต่ง” เสียงหวานสั่นเครือเอ่ยขึ้นอย่างยากลำบาก

ใต้เท้าหลี่ยิ้มกว้างอย่างโล่งอก “ดีมาก ลูกพ่อกตัญญูยิ่งนัก”

“แต่ข้ามีข้อแม้” ซินเยว่เงยหน้าขึ้น แม้ใบหน้าจะเปรอะเปื้อนคราบน้ำตาและตัวสั่นเทา แต่นางก็กัดฟันรวบรวมความกล้าเฮือกสุดท้าย “ในเมื่อพวกท่านใช้ข้าแลกกับชีวิตของพวกท่านแล้ว บุญคุณความแค้นระหว่างข้ากับตระกูลหลี่ ถือว่าสิ้นสุดลงตรงนี้ เขียนหนังสือตัดขาดมาให้ข้าเดี๋ยวนี้”

“เจ้าว่าอย่างไรนะ” ใต้เท้าหลี่ชะงัก

“เขียนหนังสือตัดขาด” นางตวาดเสียงสั่น “ตัดชื่อข้าออกจากผังตระกูล นับจากวินาทีนี้ ข้าไม่ใช่คนของตระกูลหลี่อีกต่อไป หากข้าต้องตายในจวนอ๋อง ข้าก็จะไม่ขอเป็นผีผูกพันกับพวกท่าน เขียนมาเดี๋ยวนี้ ไม่อย่างนั้นข้าจะยอมกัดลิ้นตายตรงนี้ แล้วพวกท่านก็รอกอดคอกันไปลานประหารได้เลย”

ใต้เท้าหลี่หน้าถอดสี เมื่อเห็นแววตาเด็ดเดี่ยวของลูกสาว เขาหันไปมองชินอ๋องที่ยืนนิ่งแผ่รังสีอำมหิตอยู่ ด้วยความกลัวว่าจะตาย เขาจึงรีบสั่งให้คนนำพู่กันและกระดาษมา เขียนหนังสือตัดขาดลงนามและประทับลายนิ้วมืออย่างรวดเร็ว ก่อนจะยัดใส่มือนางราวกับผลักไสไล่ส่ง

ซินเยว่รับกระดาษแผ่นนั้นมากำไว้แน่นในมือที่สั่นเทา น้ำตาหยดสุดท้ายร่วงหล่น นางหลับตาลง ยอมรับชะตากรรมของตนเอง

จ้าวหยางเจี้ยนมองภาพตรงหน้าด้วยความรู้สึกที่อธิบายไม่ถูก เขาก้าวเดินเข้ามาหยุดอยู่เบื้องหน้าหลี่ซินเยว่ เงาร่างสูงใหญ่บดบังแสงสว่างจนหมดสิ้น เขาก้มมองร่างเล็ก มือหนาที่หุ้มด้วยเกราะเหล็กยื่นออกไปเชยคางนางให้เงยหน้าขึ้นอย่างหยาบกระด้าง

“ร้องไห้หาอันใด” จ้าวหยางเจี้ยนเค้นเสียงลอดไรฟัน น้ำเสียงดุดัน “ดี ในเมื่อเจ้าตัดขาดจากพวกสวะนี่แล้ว นับจากวินาทีนี้ไป เจ้าคือคนของข้า ชีวิตเจ้าเป็นของข้า ข้าจะลงทัณฑ์เจ้าเช่นไรก็ได้”

คำพูดนั้นทำเอาซินเยว่ยิ่งหวาดผวา นางสะดุ้งสุดตัว หลับตาปี๋ไม่กล้าแม้แต่จะมองหน้าพญายมเบื้องหน้า

“ขะ... ข้ากลัวแล้ว... ท่านอ๋องโปรดเมตตาด้วย...” นางกระซิบเสียงสั่นเครือราวกับลูกนกปีกหัก

ในขณะที่ทุกคนกำลังหวาดกลัวรังสีอำมหิตของชินอ๋อง มีเพียงมู่ไป๋ที่ยืนอยู่ด้านหลัง แอบกลอกตาบนอย่างเหลืออด

ลงทัณฑ์อันใดกันเล่า ทันทีที่ท่านอ๋องรู้ข่าวว่าตระกูลหลี่จะถูกประหาร ก็แทบจะพังประตูวังหลวง ยอมเอาความดีความชอบจากการปราบกบฏที่เอาชีวิตไปเสี่ยงมาทั้งหมด เพื่อแลกกับการไว้ชีวิตครอบครัวนาง แถมยังควบม้ามารับด้วยความร้อนใจ พอมาถึงกลับมายืนปั้นหน้ายักษ์ขู่ตะคอกใส่เขาเสียนี่... ปากแข็งเช่นนี้ ดูสิ พระชายากลัวจนวิญญาณจะหลุดออกจากร่างอยู่แล้ว เมื่อไหร่พระชายาจะรู้ความจริงพ่ะย่ะค่ะท่านอ๋อง มู่ไป๋ได้แต่บ่นในใจ

“ลุกขึ้น” จ้าวหยางเจี้ยนสั่งเสียงเฉียบขาดเพื่อกลบเกลื่อนความรู้สึก “ไปขึ้นรถม้า”

ซินเยว่พยุงตัวลุกขึ้นอย่างยากลำบาก ขาของนางอ่อนแรงจนแทบยืนไม่อยู่ เสี่ยวชุ่ยที่ยังคงร้องไห้ขี้มูกโป่งต้องคอยประคองร่างที่สั่นเทาเดินออกไป

หน้าประตูจวน รถม้าคันใหญ่ที่ถูกเตรียมไว้จอดรออยู่ ภายนอกดูเรียบง่ายสีทึมทึบ เมื่อถูกดันให้ก้าวขึ้นไปด้านใน ซินเยว่ทรุดตัวลงนั่งขดตัวอยู่ที่มุมหนึ่งของรถม้า แขนเล็กๆ กอดตัวเองแน่น ปล่อยให้น้ำตาไหลรินอย่างเงียบเชียบ นางหวาดกลัวจนไม่ทันสังเกตเห็นพรมขนจิ้งจอกหิมะที่ปูรองพื้น หรือเตาผิงทองเหลืองที่ให้ความอบอุ่น

เสี่ยวชุ่ยที่คลานตามขึ้นมาก็ไม่ได้สนใจความหรูหราภายในรถม้าเช่นกัน สาวใช้ตาบวมเป่งกอดขานายหญิงแน่น “แงๆๆ คุณหนูเจ้าขา พวกเราต้องถูกพาไปถลกหนังแน่ๆ เลยเจ้าค่ะ ฮือๆๆ ข้ายังไม่อยากถูกโยนลงบ่องูนะเจ้าคะ”

มู่ไป๋ที่ยืนคุมอยู่ข้างรถม้า ป้องปากกระซิบสั่งทหารบังคับม้า “ขี่ช้าๆ ระวังอย่าให้สะเทือนมาก หากพระชายาเวียนหัว ข้าจะตัดหัวพวกเจ้า... นี่คือคำสั่งของท่านอ๋อง เข้าใจหรือไม่”

จ้าวหยางเจี้ยนกระโดดขึ้นหลังม้าศึก เขากระตุกบังเหียน นำขบวนรถเดินทางมุ่งหน้าสู่จวนชินอ๋อง

ภายในรถม้า เสียงสะอื้นไห้ของหลี่ซินเยว่ดังก้องเบาๆ นางกำหนังสือตัดขาดในมือแน่น ชะตากรรมนับจากนี้ นางไม่อาจคาดเดาได้เลยว่า พยัคฆ์ร้ายที่ขี่ม้าอยู่เบื้องหน้า จะฉีกกระชากนางเป็นชิ้นๆ เมื่อใด นางหลับตาลงอย่างสิ้นหวัง

หารู้ไม่ว่าบุรุษบนหลังม้าที่นำขบวนอยู่นั้น กำลังเงี่ยหูฟังเสียงสะอื้นของนางด้วยหัวใจที่ร้อนรน เขาได้แต่สาบานกับตัวเองอย่างเงียบๆ

ร้องไห้เสียให้พอเถิดนกน้อยของข้า เมื่อเจ้าก้าวเข้าสู่จวนของข้าแล้ว ข้าจะไม่มีวันยอมให้ผู้ใดทำให้น้ำตาของเจ้าต้องหลั่งรินอีก แม้แต่หยดเดียว

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel