ตอนที่ 6 เสน่ห์แรง
เมื่อใกล้ครบกำหนดหนึ่งสัปดาห์ ชุติมนต์ พยาบาลสาวหน้าห้องตรวจ ก็ได้โทรศัพท์มาแจ้งเตือนภควดีและสามีของเธอตามนัดหมาย ว่าในวันพรุ่งนี้มีคิวต้องเดินทางมาเก็บน้ำเชื้ออสุจิที่โรงพยาบาล กระทั่งเช้าวันรุ่งขึ้น ทั้งสองสามีภรรยาก็เดินทางมาถึงโรงพยาบาลเอกชนตามใบสั่งของแพทย์
เมื่อมาถึง ทั้งคู่ก็นำใบนัดไปยื่นที่เคาน์เตอร์หน้าห้องตรวจ จากนั้นชุติมนต์พยาบาลสาวจึงรับหน้าที่ประคองเดินนำอติรุจตรงไปยังห้องเก็บน้ำเชื้อเป็นการเฉพาะ พอไปถึงภายในห้องอันมิดชิด เธอก็ได้แนะนำอุปกรณ์อำนวยความสะดวกทุกอย่างภายในห้อง พร้อมกับผายมือชี้ไปที่จอมอนิเตอร์
“คุณอติรุจสามารถใช้วิดีโอและหนังสือพวกนี้ดูเพื่อสร้างอารมณ์ได้ค่ะ แล้วนี่ก็เป็นกระป๋องเก็บน้ำเชื้อนะคะ”
อติรุจรับกระป๋องเก็บเชื้อพลาสติกปลอดเชื้อมาถือไว้ในมือ ก่อนจะส่งสายตาลังเลแล้วรีบเอ่ยบอกกับชุติมนต์พยาบาลสาว
“เอ่อ..คุณพยาบาลครับ คืองี้นะครับ...คือผมชินกับการที่ภรรยาเป็นคนทำให้เสร็จ ถ้ายังไงผมจะรบกวนคุณพยาบาลช่วยไปตามภรรยาผมให้เข้ามาอยู่ในห้องนี้ได้มั้ยครับ”
“อ๋อได้ค่ะ แต่การทำให้อสุจิออกมาจะต้องใช้ได้แค่มือเท่านั้นนะคะ” พยาบาลสาวรีบเอ่ยเตือนถึงข้อกำหนดทางวิทยาศาสตร์ทันที
“อย่างอื่น..นี่ไม่ได้เลยใช่มั้ยครับ”
“ไม่ได้เลยค่ะ แล้วคุณก็อย่าลืมบอกให้ภรรยาล้างมือให้สะอาดก่อนทำด้วยนะคะ”
“เอ่อ...แล้วมันต้องระวัง..แบบไหนอีกบ้างมั้ยครับ ผมจะได้บอกกับภรรยา กลัวจะทำไม่ถูกวิธีเข้าน่ะครับ”
“ก็ใช้มืออย่างเดียวค่ะ ห้ามใช้ปากเด็ดขาด”
พยาบาลสาวตัดสินใจเอ่ยบอกออกมาตรงๆ ด้วยความตรงไปตรงมา ทำเอาอติรุจคลี่ยิ้มออกมาอย่างเข้าใจในที่สุด
“อ๋อ..ขอบคุณครับ เข้าใจแล้วครับ”
“ค่ะ..งั้นตามสบายนะคะ เดี๋ยวดิฉันจะไปบอกภรรยาคุณให้”
พยาบาลสาวไม่อาจทราบได้ว่าชายตรงหน้าแกล้งทำเป็นไร้เดียงสาเพื่อลองเชิงถามเธอ หรือเขาไม่ทราบขั้นตอนจริงๆ กันแน่ แต่ทว่าเธอกลับไม่กล้าสบสายตากับอติรุจตรงๆ อีก จึงรีบเดินออกจากห้องเพื่อไปตามภรรยาของเขาตามที่รับปาก
ในเวลานั้น ภควดีกำลังนั่งอมยิ้มคุยอยู่กับหมออชิรวิชญ์ภายในห้องตรวจสองต่อสอง โดยคุณหมอหนุ่มกำลังอธิบายรายละเอียดขั้นตอนการฉีดน้ำเชื้อเข้าสู่โพรงมดลูกให้เธอฟังด้วยน้ำเสียงนุ่มทุ้ม
“แล้วตอนสอดเข้าไปมันจะเจ็บมากมั้ยคะ..คุณหมอ” หญิงสาวเอียงคอถามด้วยสายตาหวานเชื่อม
“ไม่เจ็บครับ มันเป็นแค่ท่อเล็ก ๆ แล้วถ้าพังผืดไม่ใหญ่ก็ไม่เจ็บเลยครับ”
“คุณหมออย่าโกหกวดีนะคะ ถ้าทำไปแล้วเป็นอะไรขึ้นมาวดีไม่ยอมจริง ๆ ด้วย” เธอเอ่ยเย้าแง่งอนชวนให้หัวใจหมอหนุ่มกระตุกไหว
“รับรองเลยครับ คุณวดี”
จังหวะนั้นเอง ชุติมนต์พยาบาลสาวก็ก้าวเดินเข้ามาในห้องตรวจ ก่อนจะเอ่ยแจ้งแก่ภควดี
“คุณภควดีคะ พอดีสามีคุณให้ไปหาที่ห้องเก็บน้ำเชื้อค่ะ”
“อ๋อ!! เค้าโทรมาแล้วค่ะ แต่เผอิญว่าดิฉันคุยกับคุณหมออยู่ ขอบคุณนะคะ”
ภควดีตอบกลับอย่างอ่อนหวาน ก่อนจะลุกขึ้นส่งสายตาละมุนทิ้งท้ายให้คุณหมอสุดหล่อแล้วเดินออกจากห้องไป เมื่อภควดีคล้อยหลังออกไป พยาบาลสาวจึงหันมาถามแพทย์หนุ่ม
“แอ้มต้องเตรียมอะไรอีกมั้ยคะคุณหมอ”
“น่าจะครบหมดแล้วครับ ถ้ายังไงผมฝากคุณแอ้มโทรนัดรายต่อไปของวันพรุ่งนี้เลยก็ได้ครับ”
อชิรวิชญ์เอ่ยอธิบายด้วยน้ำเสียงเป็นการเป็นงาน ขณะที่มือหนากำลังจัดเตรียมอุปกรณ์การแพทย์บนโต๊ะให้พร้อมสำหรับการตรวจและหัตถการ
บรรยากาศภายในห้องตรวจเงียบสงบลง พยาบาลสาวจึงถือโอกาสเอ่ยถามคุณหมอหนุ่มขึ้นมาด้วยน้ำเสียงเอียงอาย ระหว่างที่อยู่ด้วยกันตามลำพังสองคน
“เลิกงานเย็นนี้คุณหมอ ไปฟิสเนสหรือเปล่าคะ”
“ก็ถ้าไม่มีอะไร ก็ไปครับ” หมอหนุ่มตอบเรียบๆ โดยไม่ได้คิดอะไร
“เย็นนี้แอ้มอยากชวนคุณหมอไปวิ่งด้วยกันแทนการไปเล่นฟิสเนสสักวัน”
“วิ่งที่ไหนหรือครับ เพราะถ้าไกลจากคอนโด ผมน่าจะไม่สะดวก”
“ไม่ไกลเลยค่ะ ใกล้ ๆ กับคอนโดของคุณหมอเลย แอ้มเตรียมชุดมาเปลี่ยนด้วย ยังไงขอไปเปลี่ยนที่ห้องคุณหมอได้มั้ยคะ”
“อ๋อ ก็ได้ครับ”
อชิรวิชญ์เกิดอาการเกรงใจและไม่รู้ว่าจะหาเหตุผลใดมาปฏิเสธพยาบาลสาวตรงหน้า จึงตอบตกปากรับคำไปในที่สุด
“พอดีกลุ่มเพื่อนชวนกันไปวิ่งการกุศลน่ะค่ะ แอ้มก็เลยอยากซ้อมเอาไว้สักหน่อย ยังไงคุณหมอช่วยแนะนำแอ้มบ้างนะคะ” ชุติมนต์ส่งยิ้มหวานแฝงความนัยให้ชายหนุ่มอย่างเปิดเผย
“ครับ” อชิรวิชญ์พยักหน้ารับคำสั้นๆ โดยไม่รู้เลยว่าการตอบตกลงในครั้งนี้ กำลังจะนำพาความสัมพันธ์และไฟปรารถนารูปแบบใหม่เข้ามาในชีวิตของเขา
