Chapter 03 นอนกอด
“กูขอโทษนะ กูขอโทษ หยุดร้องได้แล้ว”
“ฮึก”
ร่างโปร่งยังคงสะอื้นไห้ในอ้อมกอดของคนรักที่ประคองกอด นะคิดถึงและโหยหากอดของภาคินมานานมากแค่ไหนแล้ว ทำไมอีกฝ่ายถึงเพิ่งมายืนอยู่ตรงนี้ นะตอนนี้ก็ไม่ได้ต่างอะไรไปจากนะสามขวบเลยสักนิด แต่ภาคินกลับไม่ได้มองว่าอีกคนงี่เง่าเหมือนที่เคยมองและเขากำลังรู้สึกผิดที่ตัวเองทำตามสัญญาไม่ได้
คนที่เคยบอกว่านะจะไม่ต้องร้องไห้อีกหลังจากนี้ มันหายไปไหน
“หิวหรือเปล่า กินอะไรมาหรือยัง?”
นะส่ายหน้าแทนการตอบกลับ เพราะหากพูดอะไรออกไปตอนนี้จากที่กำลังจะหยุดร้องไห้แล้วอาจจะร้องไห้หนักกว่าเดิมได้อีกรอบ ทั้งคู่ละกอดออกจากกันในที่สุด ภาคินยังมองหน้านะเหมือนเดิมก่อนยกมือขึ้นเช็ดน้ำตาที่ไหลออกให้
“ขอโทษครับ ดีกันนะ”
“...”
ภาคินเริ่มไปไม่เป็นเพราะนะกำลังเริ่มเบะปากออกอีกครั้ง นี่คงเป็นหนึ่งในไม่กี่ครั้งที่ภาคินเป็นคนเอ่ยปากขอโทษคนแรก จากที่เคยรู้สึกไม่ดีก่อนหน้านี้ มันกลับหายไปทั้งหมด นะต้องการเพียงเท่านี้จริง ๆ
“ไม่ต้องร้องแล้ว เก็บแรงไว้ครางชื่อกูบนเตียงดีกว่า”
“ไม่ต้องเลย ยังไม่หายโกรธดี”
ถึงจะพูดบอกไปแบบนั้นแต่ก็ไม่ได้โกรธอะไรแล้วด้วยซ้ำ นะตีลงที่ไหล่แกร่งของคนรักไม่เบาและไม่แรงมากเกินไประหว่างที่เขากำลังเข้ามาจู่โจมตัวเองในแง่เซ็กซ์อีกแล้ว ถึงแม้จะรู้ว่าภาคินตั้งใจหยอกเท่านั้น
สุดท้ายแล้ว ภาคินเลยเสนอว่าจะทำอาหารให้นะทานสำหรับเย็นนี้ แต่เพราะว่าที่ห้องของนะแทบไม่มีของสดอะไรที่พอจะเอามาทำเมนูวันนี้ได้เลย พวกเขาเลยต้องไปซูเปอร์มาร์เก็ตกันก่อน
“อยู่ห้องยังไง ทำไมไม่หาซื้ออะไรมาติดตู้”
“...”
“กลางค่ำกลางคืนหิวขึ้นมาจะได้ทำกินเลย ไม่ต้องขับรถออกไปคนเดียวมืด ๆ แบบนั้น รู้ไหมว่ามันเสี่ยงมากแค่ไหน”
“พี่เลิกบ่นได้แล้ว ดูของในรถเข็นเสียก่อน”
ภาคินที่เดินบ่นมาตลอดพลางหยิบเอาของใส่ลงรถเข็นที่ตนเข็นมาไม่พักจนคนน้องต้องทักขึ้นเพราะตอนนี้มันเต็มจนไม่มีที่จะวางแล้วมากกว่า นอกจากแฟนหนุ่มของนะจะทำตัวเปลี่ยนไปจากเดิมมากแล้วก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าช่วงหลังมาภาคินพูดบ่นเหมือนคนแก่เข้าทุกวัน
ทั้งคู่ยืนนิ่งมองรถเข็นที่เต็มไปด้วยของอื่น ๆ ที่จำเป็นต่อการเข้าครัว ไม่รู้ว่านะที่อยู่คนเดียวในห้องคอนโดแบบนี้จะทานหมดเมื่อไร
“ทั้งหมดหนึ่งหมื่นสามพันบาทค่ะ”
“...”
ใครมันจะไปคิดว่าการออกมาหาของสดเข้าตู้ในมื้อเย็นธรรมดา ๆ แบบนี้จะทำให้ภาคินหมดเงินไปร่วมหมื่นได้ เจ้าตัวยื่นบัตรเครดิตให้แทน ท่ามกลางนะที่ยืนแอบขำกับความหน้าเสียของคนรัก ภาคินไม่ได้อะไรกับจำนวนเงินอยู่แล้ว เพียงแค่ยังคิดไม่ตกว่าตัวเองเดินบ่นไปตลอดทางแล้วได้ของเยอะมากขนาดนี้ได้อย่างไร
มื้อเย็นที่จบลงอย่างง่ายดาย นะเข้ามาเป็นลูกมือช่วยภาคินได้เพียงแค่เมนูเดียวเพราะเอาเวลาไปจัดของใส่ตู้เย็นเสียหมด ส่วนเมนูอื่น ๆ ก็ล้วนเป็นฝีมือของเขาคนเดียวทั้งนั้น
กว่าเวลาทั้งหมดของพวกเขาจะผ่านไปก็จบวันไปแล้ว ช่วงเวลาสองทุ่มที่นะกำลังเข้าไปอาบน้ำ ภาคินยังคงยืนคุยโทรศัพท์เรื่องงานรอแฟนเด็กออกมาเพื่ออาบน้ำต่อ
“ช่วยจัดการให้ด้วย ขอบใจมาก”
“...”
นะที่เดินออกมาจากห้องน้ำภายใต้ชุดนอนที่ถูกสวมเข้าร่างกายทั้งหมดแล้ว ผมเปียกยังคงถูกเช็ดให้แห้งด้วยผ้าผืนเล็ก ภาคินบอกนะว่าวันนี้จะค้างคืนด้วย นะก็ไม่ได้ติดอะไรอยู่แล้ว แต่มันก็ไม่ชินเท่าไร
“พี่จะนอนที่นี่จริง ๆ เหรอ?”
“ทำไม ไม่อยากให้กูนอนด้วยเหรอ?”
หลังจากที่ภาคินวางสายจากบอดีการ์ดที่ถูกสั่งให้ไปหาห้องพักแถวนี้นอนก่อน นะก็เอ่ยถามประโยคนั้นออกมาในทันทีพลางเดินไปหย่อนตัวนั่งลงบนเตียงนุ่มควีนไซซ์ของตัวเอง
“ไม่ใช่แบบนั้นซะหน่อย ตลอดสองเดือนที่กูย้ายมาที่นี่ พี่เคยนอนค้างด้วยที่ไหน”
“พูดจาไร้สาระอีกแล้ว”
“...!”
นอกจากจะพูดทิ้งท้ายไว้แบบนั้นแล้วร่างหนายังเดินเข้ามายีผมเปียกของแฟนเด็กจนยุ่งอีก ภาคินไม่ได้รอให้นะต้องแหวใส่ตนและรีบเดินเข้าไปในห้องน้ำในทันที
ใช้เวลาอยู่ไม่นานที่ภาคินเข้าไปอาบน้ำ ออกมาอีกทีนะก็เป่าผมที่เปียกจนแห้งหมดแล้วเหมือนกัน ทั้งคู่ตัดสินใจมานอนกอดกันอยู่บนที่นอนนุ่ม มีอยู่หลายเรื่องที่นะอยากพูดด้วยกับเขา ภายในใจมีแต่ความตื่นเต้นที่คืนนี้นะได้นอนกอดภาคินแล้วจริง ๆ
“ที่ทำงานมีแต่เรื่องสนุก ไม่เหมือนที่ทำงานเลยสักนิด ถ้าที่นี่เป็นบริษัทของพี่ พี่คงดีใจที่พนักงานทุกคนทำงานอย่างมีความสุขแน่ ๆ”
“อย่าบอกนะว่าเรียนจบแล้วจะไม่กลับไปช่วยงานกู แต่จะมาสมัครงานที่นี่แทน”
“ไม่ใช่แบบนั้นซะหน่อย ถ้าพี่บอกว่าอยากให้ไปช่วยงาน ทำไมจะไม่ไปล่ะจริงไหม?”
หัวข้อของบทสนทนาบนเตียงนุ่มยังคงมีเพียงเรื่องงานเท่านั้นระหว่างพวกเขาทั้งคู่ ร่างหนากระชับกอดคนตัวเล็กกว่าไว้ไม่ปล่อย จะว่าไปภาคินก็รู้สึกสบายใจขึ้นมากที่ได้นอนกอดคนรักและพูดคุยกันไปเรื่อย ๆ แบบนี้ รอบสองเดือนกว่าที่ผ่านมาตนยุ่งมากแค่ไหนทำไมจะไม่รู้
“ต่อให้มึงไม่ทำงาน กูก็เลี้ยงมึงได้อยู่แล้ว”
“รู้แล้วครับว่ารวย แต่คงทำแบบนั้นไม่ได้หรอก”
นะไม่ใช่คนที่จะนอนรอเงินจากคนรักเสียหน่อย อีกอย่างภาคินก็รู้นิสัยอีกฝ่ายดีอยู่แล้ว แต่ที่พูดไปก็เป็นความจริง ถึงแม้ว่านะจะไม่ทำงาน อยากจะขี้เกียจตัวเป็นขน ยังไงเขาก็ไม่ว่าอะไรอยู่ดี
แม้นะจะเป็นแฟนคนแรก แต่เขาก็รู้สึกรักและไม่ได้อยากจะเริ่มต้นใหม่กับใครอีก นะนี่แหละแค่คนเดียวก็พอแล้ว
“พรุ่งนี้ไปเที่ยวกันไหม?”
“...”
นะผละออกจากกอดหันไปมองหน้าภาคินในทันที ไม่รู้ว่ามีผีห่าซาตานอะไรหรือเปล่ามาเข้าสิงคนรักที่มองจ้องหน้าตัวเองอยู่เหมือนกัน ปกติแล้วแม้แต่นอนค้างด้วยกันยังไม่เคยมี แต่รอบนี้กลับถามหาที่เที่ยวแบบนี้ มันไม่รู้สึกแปลกไปหน่อยหรืออย่างไร
“มองอะไร?”
“คุณเป็นใคร? มาเข้าสิงแฟนผมทำไม?”
“โอ๊ยย!!!”
ว่าจบก็ถูกมะเหงกของภาคินเข้าให้ นะหน้ามู่ทู่ไปตามประสาก่อนถูกรั้งเข้าไปโอบกอดนอนทับอกแกร่งเปลือยท่อนบนของแฟนหนุ่มอีกครั้ง ภาคินได้แต่นึกเอ็นดูนะอยู่ในใจคนเดียว ไม่คิดว่าเด็กนี่จะรู้สึกว่าเขาโดนผีเข้าจริง ๆ
“อยากพาไปเที่ยวจริง ๆ มึงอยากไปที่ไหนก็ไปได้ แต่พรุ่งนี้คงนอนด้วยไม่ได้แล้วนะ เที่ยวเสร็จช่วงค่ำ ๆ คงต้องกลับเลย”
“...”
นะพยักหน้ารับหงึกอย่างเข้าใจ แค่นี้ก็ดีใจมาก ๆ แล้ว ส่วนที่เที่ยวเดี๋ยวคงจะต้องดูอีกที เพราะแม้ว่านะจะเดินทางมาอยู่ที่นี่สักพักใหญ่แล้ว แต่ก็ไม่ได้มีที่เที่ยวไหนที่รู้จัก นอกจากไปทำงานและนอนพักอยู่ที่ห้องเท่านั้น
“ต่อไปถ้าวันไหนกูได้หยุดงานเยอะ ๆ กูจะเดินทางไปหาพี่บ้างแล้วกันนะ พี่จะได้ไม่ต้องเหนื่อยเดินทางมาหากูอย่างเดียว”
“ไม่ได้เหนื่อยอะไรเลย”
นะเงยหน้าขึ้นมองแฟนหนุ่มหน้าหล่อของตัวเองอีกครั้ง คิดถึงใบหน้าใกล้ ๆ มุมนี้ของภาคินมาก ๆ ต่อให้นอนมองตลอดทั้งคืนก็ยังไม่รู้เลยว่าจะหายคิดถึงได้หรือเปล่า ถ้าถามว่าคืนไหนจะนอนหลับได้อย่างสบายใจที่สุดตั้งแต่เดินทางมาอยู่คอนโดนี้ ก็คงเป็นคืนนี้แหละ
“จุ๊บ~”
“...”
ภาคินนิ่งไปหลังจากที่จ้องหน้ากันอีกครั้งคนน้องก็ขยับขึ้นมาจุ๊บริมฝีปากหยักของตนอย่างไม่ทันได้ตั้งตัวอะไร นะไม่ได้ตั้งใจให้อีกฝ่ายต้องตกใจแต่ที่ทำไปก็เพราะอยากแสดงความรักในทางที่ตนถนัด
“ขอบคุณนะ ที่ยอมอยู่ด้วยกะ...อุ๊บ~”
“อื่ออ”
รอบนี้คนที่กำลังถูกจู่โจมริมฝีปากอุ่นกลับเป็นนะที่เป็นคนเริ่มก่อน ท่าทางการนอนของทั้งคู่ยังเหมือนเดิมไม่ได้เปลี่ยนไปแต่ริมฝีปากหยักที่ขยับเปิดปากของอีกฝ่ายมันกำลังทำหน้าที่อย่างหนักหน่วง
ลิ้นเรียวตวัดเกี่ยวลิ้นร้อนของอีกฝ่ายอย่างเคยชิน นะยอมปล่อยให้เป็นไปตามอารมณ์ที่ตนได้รับของเขา ไม่รู้ตัวแม้กระทั่งว่าตอนนี้ตนกำลังถูกร่างหนาของภาคินคร่อมทับอยู่ด้วยซ้ำ
“อะอื่ออ~”
ซอกคอขาวถูกรุกล้ำต่อหลังจากที่บทจูบได้ผ่านไปร่วมหลายนาที ริมฝีปากฉ่ำแดงจากแรงดูดดุนเมื่อครู่ของภาคินกำลังไล่โลมเลียไปตามลำคอยาวของคนใต้ร่างก่อนไหล่หนาของเจ้าของการกระทำจะถูกมือของนะจับไว้แน่นระบายความเสียวที่ตนได้รับ
“จับแต่งูตรงไหล่ ไม่อยากจับงูกลางกายเหรอ?”
“...”
ภาคินที่พูดถามถึงมือของคนรักที่บีบเคล้นอยู่บนไหล่กับลายสักรูปงูที่ยาวไปถึงติ่งหูของตน ยังไม่ทันได้รับคำตอบอะไร มือของนะก็ถูกภาคินจับเลื่อนลงต่ำล้วงเข้าไปจับเอางูใหญ่ใต้กางเกงเสียแล้ว
แม้ความเขินที่ก็มีอยู่เต็มจนทำเอาหน้าแดง แต่พอคนด้านบนก้มลงพรมจูบไซ้ซอกคอขาวอีกครั้ง มือที่จับเข้ากับลำรักก็รูดรั้งให้อย่างลืมตัว ไม่นานท่อนเอ็นใหญ่ของเขาก็ถูกรั้งออกมาผงาดนอกกางเกงนอน
“อื่ออ”
“อ่า นะ”
ความเสียวตอนนี้แทบไม่มีใครยอมใคร ภาคินที่กำลังเสียวกระสันไปกับฝ่ามืออุ่นของคนรัก ร่างหนาสะดุ้งซี้ดปากเสียวกับทุกครั้งที่ปลายนิ้วสะกิดเข้ากับส่วนปลายที่ชโลมไปด้วยน้ำอยากของตน
นะเชิดหน้าแอ่นกายขึ้นรับริมฝีปากอุ่นของคนรัก ระหว่างที่จุกสีสวยกลางอกกำลังถูกโลมเลียอย่างเอาเป็นเอาตายไม่แพ้กัน ทุกอย่างที่เกิดขึ้นร่วมหลายนาทีจนทั้งคู่เริ่มไม่ไหว กะจะแค่นอนกอดกันผ่านคืนนี้ไปแท้ ๆ หากจะปฏิเสธไม่ทำต่อก็คงไม่ได้อยู่ดี ในเมื่อความอยากมันพุ่งเต็มที่มากขนาดนี้แล้ว
“พี่คิน ไม่ไหวแล้ว อื่ออ ใส่ให้หน่อย”
“ใส่อะไร?”
แม้คำขอของนะจะชัดเจนมากกว่าอะไรแต่ภาคินก็เลือกที่จะถามออกไปอีกครั้งเพื่อให้ได้ยินมันชัด ๆ เขาชอบทุกครั้งที่นะเป็นคนร้องขอก่อน แต่หากอีกฝ่ายเอ่ยขอออกมาช้ากว่านี้สักห้านาที ภาคินก็คงทนไม่ได้แล้วเหมือนกัน
“สอดคว*ของพี่ใส่รูกูที อึก!”
