บท
ตั้งค่า

แผ่นดินที่ไม่เหลือความหวัง 1

เริ่มรัชศกเทียนซื่อ ปีที่ 2 แคว้นต้าเยี่ย

แผ่นดินเปลี่ยนมือดั่งกระดานหมากที่ถูกคว่ำกลางพายุ ราชบัลลังก์ยังไม่ทันอุ่นก็ต้องรับเคราะห์กรรมที่หลงเหลือจากคมดาบและเปลวไฟ สงครามชิงบัลลังก์ที่ขับเคี่ยวกันมายาวนานถึงสามปีเต็มเพิ่งจะสงบลง ทว่ารอยยิ้มของการผลัดเปลี่ยนแผ่นดินใหม่กลับไปไม่ถึงหัวใจของราษฎร เมื่อสวรรค์เบื้องบนดูเหมือนจะพิโรธซ้ำเติมด้วยการส่งภัยแล้งอย่างรุนแรงมาเยือน

สามปีแห่งสงคราม สามปีที่เสียงกลองศึกดังก้องแทนเสียงไก่ขัน สามปีที่เลือดหลั่งรินย้อมผืนดินให้กลายเป็นสีคล้ำ บัดนี้ศึกสงบลงแล้ว แต่ความสงบกลับมิใช่ความสุข ลมร้อนพัดผ่านทุ่งนา ผืนดินที่เคยเขียวขจีแตกระแหงเป็นริ้วรอยราวกับแผลเป็นบนผิวหนัง ลำน้ำสาขาที่เคยหล่อเลี้ยงชีวิตกลับเหือดแห้งจนเห็นเพียงกรวดหินร้อนระอุ รวงข้าวที่เคยโอนเอนตามลมเหลือเพียงตอแห้งกรอบ รอวันปลิวหายไปพร้อมฝุ่นดิน

"ฟ้าไม่เมตตา…คนก็ยิ่งไร้ที่พึ่ง"

เสียงกระซิบแหบพร่าของชาวบ้านลอยคลอไปกับสายลม ท่ามกลางกลุ่มผู้อพยพที่นั่งพิงกำแพงเมืองเก่า บางคนสูญเสียสามีในสนามรบ บางคนฝังลูกไว้ใต้ผืนดินที่ไม่มีแม้แต่น้ำตาจะรินรด บางครัวเรือนเหลือเพียงเงา นั่งเฝ้าบ้านที่ไม่มีเสียงหัวเราะอีกต่อไป

เด็กน้อยผอมโซคนหนึ่ง ดวงตากลวงเปล่าเหมือนบ่อน้ำที่เหือดแห้ง มือเล็ก ๆ กอบดินขึ้นมาหวังเพียงจะพบเมล็ดข้าวหลงเหลือ แต่สิ่งที่ได้มีเพียงฝุ่นผงที่ปลิวผ่านนิ้ว ผู้เป็นแม่ได้แต่โอบกอดร่างที่เหลือเพียงหนังหุ้มกระดูกไว้แนบอก ขณะที่ชายชราข้างกายมองไปยังถนนฝุ่นตลบที่ว่างเปล่าแล้วพึมพำ

"อดทนไว้นะ อีกเดี๋ยวทางการคงส่งเสบียงมาถึง"

ทว่าในความเป็นจริง แม้จะมีราชโองการประกาศความช่วยเหลือจากเมืองหลวง แต่ขบวนเสบียงเหล่านั้นกลับล่าช้าและไม่เคยทั่วถึง เส้นทางที่ทุรกันดารและการทุจริตทำให้เมล็ดข้าวกลายเป็นสิ่งล้ำค่าที่คนนับพันต้องแย่งชิง ข้าวหนึ่งถุงที่ควรเลี้ยงคนสิบกลับเลี้ยงได้เพียงคนเดียว ส่วนอีกเก้าคนต้องใช้ชีวิตเข้าแลก

ทางหลวงเต็มไปด้วยผู้ลี้ภัยในชุดผ้าขาดวิ่น เท้าเปล่าเหยียบย่างไปบนแผ่นดินที่ไม่เหลือความหวัง พวกเขาเดินโดยไม่รู้ว่าปลายทางคือที่ใด เพียงรู้ว่าหากหยุดเมื่อไร ความตายจะตามทัน

ใต้ฟ้าครามที่ไร้เมฆฝน เสียงคร่ำครวญของประชาชนดังก้องยิ่งกว่าเสียงศึกในอดีต บรรยากาศทั่วทั้งแคว้นปกคลุมด้วยความเงียบงันที่น่าสยดสยอง มีเพียงเสียงลมร้อนพัดผ่านซากปรักหักพังที่ว่างเปล่า ความหวังของราษฎรริบหรี่ราวกับเปลวเทียนกลางพายุ

ผู้คนต่างกล่าวกันว่า "สงครามฆ่าคนเพียงชั่วคราว แต่ความอดอยาก…ฆ่าคนได้ทุกลมหายใจ"

และในยุคสมัยเช่นนี้เอง ท่ามกลางความสิ้นหวังที่แผ่ซ่านดั่งหมอกหนา ชะตากรรมของชายผู้หนึ่ง…กำลังจะเริ่มต้นขึ้นอย่างเงียบงัน

โถงเรือนไม้หลังเก่า ครอบครัวสกุลถังทั้งสิบกว่าชีวิตต่างมารวมตัวกันรอบร่างของชายหนุ่มคนหนึ่งที่นอนหายใจรวยรินอยู่บนแคร่ไม้ไผ่

เขาก็คือ ถังต้าเหล่ย ลูกชายคนเล็กของบ้าน สภาพของเขาดูไม่ได้ที่สุดในบรรดาพี่น้อง ร่างกายที่เคยกำยำกลับซูบผอมจนเห็นโครงกระดูก ผิวพรรณซีดเซียวจากการขาดน้ำมาหลายวัน อีกทั้งร่างกายที่สะสมพิษสุรามานานนับปีเนื่องจากความประพฤติไม่เอาถ่าน ยิ่งทำให้พลังชีวิตของเขาริบหรี่ลงเร็วกว่าใครเพื่อน

"ท่านพ่อ... ท่านพ่อตื่นสิเจ้าคะ โต้วโต้วกลัวเหลือเกิน"

เสียงใส ๆ ที่สั่นเครือของ ถังโต้วโต้ว เด็กน้อยวัยเพียงสี่ขวบดังขึ้นขณะที่มือน้อย ๆ เขย่าแขนของผู้เป็นบิดาอย่างสุดกำลัง น้ำตาหยดเล็ก ๆ ไหลอาบแก้มใสที่เปื้อนคราบฝุ่น

"ท่านพี่... ท่านพี่ตื่นขึ้นมามองข้ากับลูกก่อนสิเจ้าคะ ฮึก อย่าทิ้งพวกเราไป"

หมิงจู ภรรยาวัยยี่สิบสองปีสะอื้นไห้ปานจะขาดใจ แม้ที่ผ่านมาสามีคนนี้จะดีแต่ดื่มสุราและสร้างความลำบากใจให้ครอบครัวเพียงใด แต่นางก็ไม่เคยคิดอยากจะเสียเขาไปในสภาพเช่นนี้

ถังต้าไห่ ผู้เป็นพ่อนั่งคอตกอยู่ข้างฝาผนัง ส่วน หลิวฟาง ผู้เป็นแม่ได้แต่เอาแต่สวดอ้อนวอนต่อพระโพธิสัตว์ขอปาฏิหาริย์ทั้งน้ำตา พี่ชายทั้งสามคน ต้าซาน ต้าเหอ และต้าเจียง ต่างยืนล้อมรอบด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความกังวลและสิ้นหวัง

"เจ้าสี่! เจ้าสี่... แข็งใจไว้หน่อย ข้าไปหาน้ำมาให้เจ้าได้แล้วนะ ลุกขึ้นมาจิบสักหน่อยเถอะน้องพี่ แม้จะเพียงครึ่งจอกก็ยังดี"

ต้าซาน พี่ชายใหญ่พยายามกรอกน้ำหยดสุดท้ายลงที่ริมฝีปากแห้งผากของน้องชาย แต่ถังต้าเหล่ยกลับไม่ตอบสนอง ลมหายใจของเขาแผ่วเบาจนแทบสัมผัสไม่ได้

"หรือว่า... เราจะหมดหวังแล้ว เจ้าสี่จะไปไม่รอดแล้วหรือท่านพี่"

โจวฮุ่ย พี่สะใภ้ใหญ่พึมพำเสียงสั่น ขณะที่เหล่าหลานๆ อย่าง จื่อห่าว จื่อเซวียน และจื่อรุ่ย ต่างยืนกอดกันด้วยความหวาดกลัว

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel