ตอนที่2
ตอนที่ 2 เราหย่ากันเถิด
รถม้าค่อย ๆ เคลื่อนที่มาหยุดนิ่งอยู่หน้าจวน เจิ้นเป่ยโหว เผยฉางอันประคองหนิงหว่านชิงลงมาจากรถม้าอย่างระมัดระวัง เขาประคองนางเดินมาส่งถึงห้อง
“ชิงชิง เจ้าพักอยู่ที่นี่ ไว้ข้าเสร็จจากงานแล้วจะมาอยู่เป็นเพื่อนเจ้า”
เสียงของเผยฉางอันดังขึ้น ทว่ายังไม่ทันจบเสียงหนึ่งก็พลันดังขึ้นทันที
“ท่านโหว”
องครักษ์มู่หวัง องครักษ์คนสนิทของเผยฉางอันปรากฏตัวอยู่เบื้องหน้าประตู ก่อนจะรีบเร่งก้าวพรวดเข้ามามองเผยฉางอันด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
เผยฉางอันเมื่อเห็นคนผู้นั้นก็ปล่อยมือของหนิงหว่านชิงผู้เป็นภรรยาทันทีแล้วก้าวไปหามู่หวังอย่างรวดเร็ว ทว่าในตอนนั้นบ่าวรับใช้ผู้หนึ่งกระพลันวิ่งเข้ามาด้วยความร้อนรนแล้วคุกเข่าลงเบื้องหน้าเผยฉางอันเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงสั่น
“ท่านโหว ตอนนี้นางเป็นลมหมดสติอยู่กลางหิมะแล้วขอรับ”
ยังไม่ทันที่บ่าวรับใช้คนนั้นจะกล่าวจบ ร่างสูงโปร่งของเผยฉางอันก็ก้าวออกไปอย่างรวดเร็ว ไม่แม้แต่จะหันมามองหนิงหว่านชิงเลยด้วยช้ำ ราวกับในยามนี้นางไม่มีตัวตนในสายตาเขาอีกแล้ว
หนิงหว่านชิงมองตามแผ่นหลังของสามีด้วยดวงตาร้อนผ่าว ความจุกอกแล่นขึ้นมาจนรู้สึกอ่อนแรงร่างบางเซเล็กน้อย
“คุณหนู!”
ว่านเจียงอุทานด้วยความตกใจ พร้อมกับพยุงร่างบอบบางของหนิงหว่านชิงไว้แน่น แล้วพยุงนางมานั่งลงบนเตียงเมื่อเห็นสีหน้าของคุณหนูของนาง นางก็รู้สึกอดด่า เจิ้นเป่ยโหวในใจไม่ได้
ตอนนี้เขากลับทิ้งคุณหนูของนางแล้ววิ่งออกไปอย่างร้อนรนเช่นนี้ คงต้องไปหานางเป็นแน่
ดูหน้าซื่อ ๆ ไม่คิดว่าจะกลายเป็นยัยจิ้งจอกที่คิดจะแย่งสามีคนอื่น
“ว่านเจียง… เจ้าไปสืบมา ว่านางคือ ไป๋ซูเหยาใช่หรือไม่”
“เจ้าค่ะ คุณหนู”
กล่าวจบ ร่างบางของสาวใช้ก็ก้าวออกจากห้องไป ภายในห้องที่เงียบสงบ หนิงหว่านชิงหันไปมองหมอนของสามี เขากับนางอยู่ด้วยกันมาหลายปีแล้ว ในทุกคืนไม่ว่างานจะยุ่งแค่ไหนเขาก็จะกลับมานอน กับนางเสมอ
ครานี้นางได้แต่หวังว่าครั้งนี้ก็เช่นกัน ทว่าพอนึกถึงท่าทางกระวนกระวายของเขาที่อยู่ในรถม้าเมื่อครู่ หัวใจนางก็พลันเจ็บปวด น้ำตาไหลรินออกมาอย่างไม่รู้ตัว
“นี่เมื่อเช้านี้ข้าพบเหล่าหวง เขาเล่าว่าเขาพบคุณหนูไป๋ที่วัดไห่ซื่อด้วย ท่านโหวและนางนัดพบกันที่นั้น”
“คุณหนูไป๋ซูเหยาที่เป็นคนรักเก่าของท่านโหวในวัยเยาว์หรือ”
“คนรักเก่าอะไรกัน ท่านโหวมีใจรักมั่นคงต่อคุณหนูไป๋ แต่เพียงยังโกรธเคืองนางที่ทิ้งเขาไปเท่านั้น ท่านโหวทำเป็นไม่สนใจให้นางคุกเข่าสำนักผิดอยู่รอเขาที่วัดไห่ซื้อ”
“ใช่ เมื่อครู่ยังมีบ่าวรับใช้วิ่งมารายงานท่านโหวด้วยว่านางทนหนาวไม่ไหวเป็นลมไปแล้ว”
“จริงหรือ”
“จริงสิ ไม่งั้นท่านโหวจะวิ่งออกไปอย่างงั้นหรือ ใคร ๆ ก็รู้ว่าคุณหนูไป๋นั้นเป็นรักวัยเยาว์ที่ท่านโหวรักมาก”
“พอ ๆ พูดมากรีบนำน้ำชาไปให้ฮูหยินผู้เฒ่าเร็วเข้า”
เสียงสาวใช้ดังมาจากนอกห้อง แม้จะแผ่วเบา ทว่ากลับดังชัดเจนในหูของหนิงหว่านชิง
มือเรียวของหนิงหว่านชิงกำแน่น นางรู้สึกถึงของเหลวที่ไหลออกมาตามขาเรียว นางก้มลงดูเห็นเลือดสดไหลออกมาหยดลงพื้นที่เย็นเฉียบ
พลันรู้สึกปวดท้องอย่างรุนแรง ร่างกายพลันไร้เรี่ยวแรง ก่อนสติจะดับไปนางได้ยินเสียงของว่าเจียงร้องตะโกนด้วยความตกใจ
“คุณหนู! คุณหนู! ตามหมอเร็ว!!”
เวลาผ่านไปนานเท่าไรนางเองก็ไม่อาจรู้
หนิงหว่านชิงลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง ก็พบว่าตนเองนอนอยู่บนเตียงแล้ว
“คุณหนู ท่านฟื้นแล้วหรือเจ้าคะ”
ว่านเจียงเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ นางที่ใบหน้าเต็มไปด้วยหยาดน้ำตา แล้วเอ่ยขึ้น
“คุณหนู ท่านหมอบอกว่าท่านอารมณ์แปรปรวน จึงทำให้เลือดออกโชคดีที่เด็กไม่ได้เป็นอะไร”
….
