ตอนที่1
ตอนที่ 1วัด
วัดไห่ซื่อ
ภายในห้องอุโบสถที่เงียบสงบ กลิ่นธูปหอมอบอวลไปทั่บริเวณ เบื้องหน้าพระพุทธรูปสูงใหญ่มีเงาร่างของสามีภรรยาที่สูงสง่างามยืนเคียงกันอย่างรักใคร่
“ชิงชิง นี้คือยันต์คุ้มครอง เจ้ากำลังตั้งครรภ์รีบกลับไปก่อนเถิด ข้ามีเรื่องต้องไปจัดการเดี๋ยวจะตามไปทีหลัง”
“เจ้าค่ะ ท่านพี่”
หนิงหว่านชิงตอบรับด้วยรอยยิ้ม
ซานเหนียงแม่นมผู้อยู่ข้างกายของฮูหยินเจิ้นเป่ยโหวรีบประคอง หนิงหว่านชิง ก้าวออกไปนอกอารามด้วยความระมัดระวังพร้อมกับว่านเจียงสาวใช้คนสนิท
ด้านหน้าของคนทั้งสามคือรถม้าอันหรูหราของจวนเจิ้นเป่ยโหว หนิงหว่านชิงทอดสายตามองไปยังรถม้านั้นด้วยรอยยิ้ม สามปีแล้วที่นางแต่งงานกับเผยฉางอัน เขาไม่เคยทำให้นางผิดหวัง รักและทะนุถนอมนางอย่างดี
หิมะตก!
หนิงหว่านชิงเงยหน้าเล็กน้อยมองเกร็ดหิมะที่ค่อย ๆ ร่วงหล่นลงมาจากฝากฟ้า ในใจพลันรู้สึกกังวลขึ้นมา เพราะผู้เป็นสามีวันนี้ไม่ได้สวมเสื้อคลุม อาภรณ์ที่สวมอยู่ก็เกรงว่าจะเบาบางเกินไป หากไม่สบายขึ้นมา! จะทำอย่างไร!
หนิงหว่านชิงชะงักฝีเท้าทันที แล้วหันไปสั่งแม่นมซานเหนียงที่ยืนอยู่ข้าง ๆ
“แม่นม ท่านไปหยิบเสื้อคลุมขนสัตว์ของท่านพี่ในรถม้ามา ข้าจะนำไปให้เขา”
แม่นมซานเหนียงที่ยืนอยู่ชะงักไปเล็กน้อย ดวงตานางสั่นไหวทว่ากลับรีบเก็บสีหน้าในทันที ก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยเสียงที่สั่นเล็กน้อย
“ฮูหยิน ท่านไม่ต้องไปหรอกเจ้าค่ะ หิมะกำลังตก ทางลื่นอัตรายยิ่งนัก เดี๋ยวบ่าวเอาไปให้เองเจ้าคะ”
หนิงหว่านชิงพยักหน้ารับ ที่นางพูดมาก็มีเหตุผล มือเรียวยกขึ้นลูบหน้าท้องที่นูนขึ้นมาเล็กน้อย ด้วยรอยยิ้มที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความสุข เพื่อเด็กคนนี้เขาและนางนั้นเฝ้าคอยกันอย่างยาวนาน นางต้องรักษาดวงใจน้อย ๆ ของเขาและนางเอาไว้ให้ดีที่สุด
“ได้เช่นนั้นท่านก็ไปเถิด”
“จะ… เจ้าค่ะ”
แม่นมซานเหนียงตอบด้วยเสียงสั่นเล็กน้อย บนหน้าผากมีเม็ดเหงื่อเย็นผุดขึ้นเล็กน้อย นางรีบก้าวไปหยิบเสื้อคลุมแล้วย่อกายคารวะอย่างเร่งรีบ ก่อนจะก้าวจากไปทันที
“คุณหนู รีบขึ้นรถม้าเถิดเจ้าค่ะเดียวจะเป็นหวัดเอาได้”
ว่านเจียงสาวใช้คนสนิทเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเป็นห่วงพร้อมกับประคองนางอย่างระมัดระวัง ทั้งสองก้าวขึ้นไปบนรถมม้าอย่างช้า ๆ บ่าวที่ขับรถม้าช่วยวางเก้าอี้สำหรับรองเท้าให้อย่างระมัดระวัง
“คุณหนู แม่นมซานเหนียงหยิบเสื้อคลุมผิดไปหรือไม่เจ้าคะ เสื้อคลุมของท่านโหวยังวางอยู่ตรงนี้”
ว่านเจียงสาวใช้เอ่ยขึ้น
หนิงหว่านชิงหันไปมองตามเสียงนั้น เห็นว่าเสื้อคลุมขนสัตว์ของผู้เป็นสามียังคงวางอยู่ที่เดิม ส่วนเสื้อคลุมของตนเองนั้นหายไป แม่นมคนนี้คงแก่จนสายตาฝ้าฟางจึงได้หยิบผิดไป
“เสื้อคลุมของข้าตัวเล็กนัก เขาไม่อาจใส่ได้ ไปกันข้าจะเอาเสื้อคลุมนี้ไปให้ท่านพี่เอง”
“เจ้าค่ะ”
ว่านเจียงตอบรับ
หนิงหว่านชิงหยิบเสื้อคลุมหนาของสามีแล้วก้าวลงจากรถม้าโดยมีว่านเจียงค่อยประคองอย่างระมัดระวัง
ทั้งสองก้าวกลับไปในอารามอย่างช้า ๆ หิมะที่เริ่มโปรยลงมาหนักขึ้น ทำให้บริเวณรอบ ๆ เริ่มขาวแล้ว
หนิงหว่านชิงประคองเสื้อคลุมขนสัตว์ในมือแน่น นางกวาดสายตามองหาผู้เป็นสามีก่อนสายตานางจะไปหยุดอยู่ที่ สตรีคนหนึ่งในอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ทั้งชุด ใบหน้านางซีดเซียวเล็กน้อย ร่างกายผอมบางดูแล้วน่าสงสารยิ่งนัก
นางกำลังคุกเข่าอยู่เบื้องหน้าเผยฉางอัน เจิ้นเป่ยโหว ผู้เป็นสามีของตน ใบหน้าของสตรีผู้นั้นมองเขาไม่วางตา มีหยาดน้ำตาไหลรินลงข้างแก้มอย่างน่าสงสาร ส่วนสามีนางนั้นยืนนิ่งใบหน้าเย็นชา
ทว่าสิ่งที่ทำให้หนิงหว่านชิงชะงักหัวใจกระตุกวูบคือกำไลหยกในข้อมือนาง กำไลหยกพยัคฆ์พิทักษ์ กำไลหยกประจำตระกูลเผยจะถูกส่งมอบให้เพียงผู้ที่เป็นฮูหยินหรือ สตรีที่เขารัก!
ในวันแต่งงานฮูหยินผู้เฒ่าเผยได้พูดถึงเรื่องนี้ออกมา ทว่าในตอนนั้น เผยฉางอันกลับบอกว่าเขาทำมันหายไป หายไป?
“ชิงชิง เหตุใดเจ้ามาอยู่ที่นี่”
เสียงของเผยฉางอันดังขึ้น น้ำเสียงราบเรียบ แล้วหันไปมองแม่นมซานเหนียงด้วยสายตาคมกริบแวบหนึ่ง
เหอหว่านชิงยกสายตามองสามีที่กำลังก้าวมาหานางด้วยท่าทางสงบนิ่ง ใบหน้าเรียบเฉย นางจึงเผยรอยยิ้มบางแล้วเอ่ยขึ้น
“หิมะตกแล้ว ท่านพี่ลืมเสื้อคลุม ข้าเลยเอามาให้เจ้าค่ะ”
เผยฉางอันก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่เบื้องหน้าหนิงหว่านชิงผู้เป็นภรรยาแล้วยื่นมือไปรับ เสื้อคลุมหนาในมือนาง ก่อนจะกางออกแล้วขยับเข้าไปสวมให้หนิงหว่านชิงผู้เป็นภรรยาอย่างอ่อนโยน
“หิมะตกแล้ว เรากลับกันเถิด”
น้ำเสียงอ่อนโยนที่คุ้นเคยดังขึ้น
หนิงหว่านชิงพยักหน้าตอบอย่างช้า ๆ เผยฉางอันก้าวเข้ามาประคองนางอย่างระมัดระวัง ทั้งสองหมุนกายแล้วก้าวเดินไปได้สองก้าวน้ำเสียงของสตรีผู้น่าสงสารนั้นก็ดังขึ้น
“พี่ฉางอัน…”
น้ำเสียงนั้นสั่นเครือ ฟังแล้วน่าสงสารยิ่งนัก หนิงหว่านชิงหันไปมองผู้เป็นสามีที่ยังคงเดินต่อไป ทว่าในตอนนั้นนางกลับเห็นแววตาที่สั่นไหวของเขาอยู่ครู่หนึ่ง มือของเขาก็กำมือนางแน่นโดยไม่รู้ตัว
“ท่านพี่ นาง…”
หนิงหว่านชิงชะงักฝีเท้าแล้วเอ่ยถามเขาด้วยใบหน้าสงสัย เผยฉางอันหยุดยืนแล้วเอ่ยขึ้น
“คนรู้จักเก่า ไม่ได้สำคัญอะไร เราไปกันเถิด”
เผยฉางอันกล่าวจบก็ประคองหนิงหว่านชิงขึ้นรถม้าอย่างระมัดระวัง เมื่อรถม้าออกตัว สายลมพัดผ่านวูบหนึ่งจนม่านปลิวไหว ร่างบางของสตรีผู้น่าสงสารนั้นยังคงเงยหน้ามองตามไม่วางตา ร่างบอบบางท่ามกลางหิมะนั้นดูน่าสงสารยิ่งนัก
ในรถม้าที่เงียบสงบ ทว่าในยามนี้ในหัวของหนิงหว่านชิงยังคงปรากฏภาพกำไลในข้อมือของสตรีผู้นั้นอยู่ ความคิดไหลย้อนไปเมื่อหลายปีก่อน
ตระกูลเผยถูกใส่ร้ายว่าแม่ทัพเผยสือจิ้งผู้เป็นบิดาของเผยฉางอันโกงเสบียงจนทำให้แพ้ศึก ทว่าในตอนนั้นเผยสือจิ้งก็ได้จากไปในสนามรบด้วย
ทำให้ตระกูลเผยที่ควรได้รับยศตำแหน่งกลับถูกริบทรัพย์และกลายเป็นตระกูลตกอับ
ในตอนนั้นเผยฉางอันมีคู่หมั้นวัยเยาว์คือ ไป๋ซูเหยา บุตรสาวเจ้ากรม ทั้งคู่เป็นรักวัยเยาว์เติบโตมาด้วยกันทว่า ไป๋ซูเหยากลับถอนหมั้นเขาทันทีที่รู้ว่า ตระกูลเผยถูกริบทรัพย์และมีคดีติดตัว
ในตอนนั้นคนเขาลือกันทั่วเมืองหลวงว่าเผยฉางอันคุกเข่าขอร้องนางอยู่ท่ามกลางสายฝนอยู่สามวันสามคืน ทว่า ไป๋ซูเหยากลับไม่ยอมออกมาพบเขาเลย
ที่แท้ กำไลนั้นก็ไม่ได้หายไป เพียงแต่มีคนกำลังสวมใส่มันอยู่
…..
ฝากติดตามเรื่องใหม่ด้วยนะคะ
