ตอนที่ 21 ข้ามีเรื่องจะสารภาพ
เช้าวันถัดมา
เจียงซือหนิงรีบลุกมาที่เรือนหลานฮวาตั้งแต่ต้นยามเหมา ถึงแม้ว่านางเพิ่งจะกลับไปยามอิ๋นก็ตาม ร่างกายเพิ่งได้ล้มตัวนอนแค่หนึ่งชั่วยาม แม้กระทั้งน้ำก็ยังมิได้อาบ อาภรณ์ที่สวมตอนนี้ยังเป็นตัวเดิมกับเมื่อวานอยู่เลย หญิงสาวไม่สนสภาพตนเองแล้ว วันนี้จะมีชีวิตรอดได้ใช้ต่อไปอีกหรือเปล่าก็ยังมิรู้
เอี๊ยด~
มือเรียวเปิดประตูเข้าไปท่ามกลางความเงียบ หญิงสาวถือตะเกียงในมือไปจุดตามที่ต่างๆเพื่อให้ทั่วเรือนสว่างขึ้น ตะวันยังไม่โผล่พ้นเส้นขอบฟ้าไม่ว่าที่ใดก็มืดไปหมด อีกทั้งเมฆหนายังทำท่าจะตกในอีกไม่นาน
แต่ทันทีที่ห้องสว่างนางก็ต้องแปลกใจ ตำรามากมายที่อยู่บนพื้นเกือบครึ่งหนึ่ง ตอนนี้มันถูกจัดวางอยู่บนชั้นจนเรียบร้อยเหมือนวันแรกที่นางมา
"นี่ข้าเหนื่อยจนตาฟาดไปแล้วหรือ"
หญิงสาวไม่เอ่ยเปล่ายังยกมือสองข้างขยี้ตาตนเองอีกด้วย แต่ภาพตรงหน้าก็ยังเหมือนเดิม เจียงซือหนิงวิ่งไปทั่ว หยิบตำราเข้าออกเพื่อให้แน่ใจว่าถูกจัดหมวดหมู่ถูกต้อง แต่ทุกอย่างกลับเรียบร้อยแม้กระทั่งพื้นก็ยังถูกเช็ดถูอย่างดี
"ผู้ใดกัน"
หญิงสาวพึมพำออกมาก่อนจะเดินไปที่ริมหน้าต่าง มันมีจดหมายแผ่นเล็กเสียบเอาไว้
"รักษาตนเองให้ดีเสวียนเหยียน ไว้ข้าจะกลับมา"
ข้อความในจดหมายเพียงสั้นๆ หญิงสาวอ่านมันซ้ำนับสิบครั้ง มันเจาะจงว่าเป็นฝีมือของบุรุษผู้นั้นที่ช่วยนาง แต่คนที่คิดมากเช่นนางแล้ว กลับรู้สึกว่าข้อความในจดหมายดูแปลกไป ถึงนางจะบอกชื่อเขาไปแล้วแต่เขากลับมิได้เรียก เสวียนเหยียนเลยสักครา
"เสวียนเหยียน! เสวียนเหยียน~ เจ้าอยู่ที่นี่หรือเปล่า"
เสียงของไฉรั่วที่คุ้นเคยตะโกนมาจากหน้าเรือน
"ข้าอยู่นี่"
หญิงสาวตะโกนตอบกลับไป ก่อนจะซ่อนจดหมายไว้ในมือและเดินออกไปด้านหน้า
“ข้าคิดไว้แล้วว่าเจ้าต้องอยู่ที่นี่ เห็นไฟตะเกียงสว่างมาแต่ไกล จึงนำข้าวปั้นมาให้เจ้าก่อนที่ในครัวจะเก็บ"
ชายหนุ่มเอ่ยด้วยสีหน้ายิ้มแย้มเหมือนทุกครา เจียงซือหนิงรับมาด้วยรอยยิ้ม ไฉรั่วเดินเข้าไปในเรือนก่อนจะอ้าปากกว้างด้วยความดีใจ
"เจ้าเก็บเสร็จแล้วหรือ ไวกว่าที่ข้าคิดไว้เชียว เมื่อวานเย็นข้านึกว่าจะเสร็จไม่ทันเสียแล้ว จึงมาให้กำลังใจ"
"อื้ม"
เจียงซือหนิงเอ่ยรับในลำคอ พร้อมยิ้มเจื่อกลับไป ไม่รู้ว่าจะเอ่ยตอบเรื่องนี้เช่นไร ชินอ๋องมิให้ผู้ใดในที่นี่ช่วยนาง แต่คนที่ช่วยผู้นั้นดูเหมือนว่าจะไม่ใช่คนในตำหนักแห่งนี้ อีกทั้งไม่รู้ที่มาที่ไป
"เช่นนั้นเจ้าก็ไปนั่งกินดีๆเถิด งานเจ้าเสร็จแล้วจะมานั่งกินข้าวปั้นด้วยเหตุใด กินแล้วเจ้าก็นอนพักอีกหน่อย เรือนเรียบร้อยและสะอาดถึงเพียงนี้ วันนี้ก็มิต้องทำอันใดแล้ว พ่อบ้านฉางตงกับแม่นมมั่วหลานไม่ว่าอันใดเจ้าเป็นแน่"
ไฉรั่วไม่เอ่ยเปล่ายังถือวิสาสะเอื้อมมือมาจับข้อแขนเรียวให้เดินตามตนไปอีกด้วย เจียงซือหนิงสะบัดแขนออกจากการจับกุมทันที
"ขออภัยข้าลืมตัว"
"มิโทษเจ้า พอเจ้าจับถูกข้างที่ข้าเจ็บน่ะ"
หญิงสาวกลัวชายหนุ่มจะรู้สึกไม่ดีจึงรีบหาเหตุผลอธิบาย
"ข้ามิทันระวัง เช่นนั้นก็รีบไปเถิด"
ไฉรั่วยิ้มกว้างตอบ ตอนแรกคิดว่าเขาจะรังเกียจตนเสียอีก แต่บุรุษก็กอดคอกันเดินเช่นนี้อยู่แล้ว เขาเลยชินเผลอทำกับเสวียนเหยียนก็เท่านั้น
ยามเซิน (ณ เรือนหลานฮวา)
ตอนนี้ครบกำหนดเวลาตามที่โจวเทียนหลานให้กับหญิงสาวเอาไว้ รถเข็นไม้เคลื่อนตัวมาในเรือนเรียบร้อย นอกจากหญิงสาวและชายหนุ่มแล้ว ยังมีผู้ช่วยของเขา แม่นมมั่วหลาน และพ่อบ้านฉางตงอีกด้วย เจียงซือหนิงยืนตัวเกร็ง เนื่องด้วยทั้งหมดในเรือนนี้ถ้าพูดตามตรง นางเก็บกวาดเพียงสี่ในสิบส่วนเท่านั้น ที่เหลือคงเป็นบุรุษผู้นั้นช่วย
"ชินอ๋อง"
ทุกคนเอ่ยขึ้นพร้อมกันพลางทำท่าคารวะ เมื่อผู้เป็นนายเข้ามาในเรือน ชายหนุ่มเพียงพยักหน้าเท่านั้น
"ข้าวของทุกอย่างถูกต้องและเรียบร้อย อีกทั้งสะอาดสะอ้านดีขอรับชินอ๋อง"
พ่อบ้านฉางตงที่เข้ามาตรวจสอบก่อนรายงานผู้เป็นนาย
"แม่นมมั่วหลาน"
โจวเทียนหลานเอ่ยขึ้น
"ชั้นวาง ตำราทุกเล่ม ถูกจัดเข้าที่ถูกต้องเจ้าค่ะ"
แม่นมมั่วหลานเอ่ยขึ้นด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความใจดี โจวเทียนหลานมองคนตัวเล็กที่ยืนก้มหน้าอย่างนอบน้อม พลางใช้พลังภายในเคลื่อนรถเข็นไม้ดูรอบๆ
"เวลาเพียงสามวันอีกทั้งบาดเจ็บสาหัส ทุกอย่างกลับเรียบร้อยดีและเสร็จทันเวลา ฝีมือการทำงานของเจ้าเร็วมิธรรมดา "
ชายหนุ่มเอ่ยขึ้นพลางมองหญิงสาว เจียงซือหนิงไม่กล้าสบตา เนื่องด้วยรู็้แก่ใจดีว่าทั้งหมดไม่ใช่ฝีมือตนเอง มันมีความรู้สึกผิดอยู่ในใจ
"เช่นนั้นเรื่องที่จะลงโทษประหารเจ้าก็แล้วไป"
"......."
ชายหนุ่มเอ่ยจบแล้ว แต่หญิงสาวยังคงยืนนิ่งอยู่กับที่
"มั่วยืนนิ่งทำอันใดอยู่ ยังไม่รีบขอบคุณชินอ๋องอีก"
พ่อบ้านฉางตงเตือนคนตัวเล็ก
"ขอบคุณชินอ๋องขอรับ"
เจียงซือหนิงเอ่ยพลางทำท่าคารวะ โจวเทียนหลานมิได้เอ่ยตอบสิ่งใด เพียงส่งสัญญาณให้จื่อซ่งมาเข็นตนเองออกไปจากเรือน
คนตัวเล็กมีท่าทีประหม่ามองตามแผ่นใหญ่กว้างที่กำลังเดินออกไป ในใจรู้สึกไม่ดีอย่างบอกไม่ถูก เพราะตอนนี้เหมือนกับว่าตนเองกำลังโกหกอยู่อย่างนั้น หากกับตนเองแล้วยังไม่ซื่อสัตย์ เช่นนั้นการมีชีวิตรอดที่ได้อยากการโกหกแบบนี้จะใช้ชีวิตได้มีความสุขเช่นไร
"เอ่อ....ชินอ๋องขอรับ ข้ามีเรื่องจะสารภาพ"
