บทที่ 2 กลับบ้าน
"ป้าชลลี่สวัสดีครับ"
"สวัสดีค่ะ"
ชลลี่อ้าแขนโอบรับเด็กน้อยทั้งสองคนมาไว้ในอ้อมแขน กอดแน่นด้วยความคิดถึง สองปีแล้วที่เธอไม่ได้ไปเยี่ยมเยือนเพื่อนสาวที่อเมริกา
"ตัวโตขึ้นเยอะเลย จากลูกหมาเป็นลูกหมูแล้วเจ้าพวกเด็กแสบ"
"แต่ป้าชลลี่สวยขึ้นนะคะ"
เด็กน้อยช่างพูดจนชลลี่นึกขำ เธอลุกขึ้นสวมกอดเจนิวาเพื่อนสาวเพียงคนเดียวแน่น
"ไปกินข้าวกันเถอะ เด็กๆจ้ะขนของขึ้นไปข้างบนเร็วเข้า"
เหล่าสาวใช้รีบยกกระเป๋าของแขกไปบนบ้าน ทั้งหมดจึงไปกินข้าวในห้องอาหาร
"วันนี้ป้าให้คนทำกับข้าวไทยไว้ ฝึกกินไว้นะจ้ะ มัมมี๊จะได้ไม่เหนื่อย เพราะเด็กดีของน้าไม่เลือกกิน"
เด็กน้อยสองคนตักข้าวเข้าปากอย่างเอร็ดอร่อย จนผู้เป็นแม่และป้านึกเอ็นดู
"ว่าแต่ แกจะกลับบ้านวันไหน ป่านนี้คงเตรียมต้อนรับกันใหญ่โตแล้วมั้ง"
ยิ่งเพื่อนสนิทถามถึงบ้านที่เธอจากมาหลายปี ความทรงจำเมื่อครั้งอดีตก็ผุดขึ้นมาราวกับดอกเห็ด
"พรุ่งนี้ อาจจะอยู่หลายเดือน"
"นี่ นานไปไหมยะ นานขนาดนั้นเดี๋ยวก็โดนพวกนั้นจับฉีกเป็นชิ้นๆกันพอดี"
ชลลี่เบะปาก ยิ่งคิดไปถึงบ้านของเพื่อนสาวขนเธอก็ตั้งแล้ว
"ยังไงคุณปู่ก็ดีกับฉัน ท่านอาการแย่ลงทุกวัน ถือว่าอยู่ปรนนิบัติท่านทดแทนบุญคุณก็แล้วกัน"
ใจจริงเธอไม่อยากกลับมาที่ไทยด้วยซ้ำ ความสนิทชิดเชื้อกับครอบครัวก็ไม่มีเหลือ มีแค่อาการของปู่ที่ร่วงโรบไปตามอายุ จนขยับตัวแทบไม่ได้ เธอจึงอยากจะพาหลานๆมาให้ท่านได้เจอก่อนวาระสุดท้ายของชีวิต และปรนนิบัติให้สมกับที่ท่านเอ็นดู
"คนดีก็ดีอยู่หรอก แต่ไอ้คนชั่วๆนี่สิ"
เธอได้แต่ยิ้มบางๆให้ชลลี่ เข้าใจถึงความเป็นห่วงของเพื่อน แต่ก็ไม่มีทางเลือก ยังไงซะเธอก็ไม่ใช่เด็กสาวผู้อ่อนต่อโลก ที่ยอมให้ใครๆมารังแกได้ง่ายๆอีกต่อไปแล้ว
"ไอ้ที่ผ่านมาแล้วฉันไม่ติดใจเอาความหรอก"
นัยน์ตาสวยหันมองลูกชายและลูกสาวด้วยรอยยิ้มบางๆ แม้จะเคยเสียใจ เคียดแค้น เหมือนชีวิตพังไม่เป็นท่า แต่พอได้เป็นแม่คน หัวใจของเธอก็เหมือนถูกเย็บด้วยหมอมือดี ไม่มีร่องรอยอะไร มีเพียงความรักที่ต้องการมอบให้ลูกๆเท่านั้น
"ทำไมต้องทำตัวเป็นแม่พระด้วยวะ แล้วถ้าเกิดกลับไปครั้งนี้พวกมันทำสันดานเดิมๆอีก แกจะทำยังไง ครั้งนี้ไม่เหมือนกันนะเว้ย เพราะตอนนี้แกมีไอ้แสบพวกนี้แล้ว"
"ก็เพราะว่ามีเจย์กับเจนนี่แหละ กล้าแตะลูกฉันหรือแตะฉันก็ลองดู"
สีหน้าที่เปลี่ยนไปของเพื่อนสนิทเล่นเอาชลลี่อ้าปากค้าง หัวใจเต้นตุบตับ เพื่อนสาวที่พยายามเข็นให้สู้คน เอาคืนคนมาหลายปีจนปากจะฉีกถึงรูหู น้ำลายจะกลายเป็นบ่อน้ำมัน วันนี้กลับแข็งแกร่งไม่ยอมใครด้วยสัญชาติญาณของคำว่า 'แม่'
"ต้องแบบนี้ดิเพื่อนฉัน"
@บ้านวัฒณพานิช
"คุณหนู!"
เสียงมีอายุของแม่บ้านอย่างประภาดังขึ้นด้วยความดีใจ เพราะคนทีี่พึ่งเดินเข้ามาคือคุณหนูสาวที่ห่างหายจากบ้านไปนานราวห้าปีกว่า
"ป้าภา"
ทั้งสองสวมกอดกันแน่น ประภาถึงกับน้ำตาคลอเบ้า ยิ่งมองใบหน้าผ่องที่มีน้ำมีนวล มีชีวิตชีวา ต่างจากครั้งสุดท้ายที่ออกจากบ้านไปราวกับคนละคน
"คุณหนู"
ประภามองเด็กแฝดชายหญิงที่เคยได้ทักทายในโทรศัพท์บ่อยๆอย่างดีใจ ไม่คิดว่าจากในท้องแบนราบที่เธอเคยได้สัมผัส บัดนี้จะเติบใหญ่จนเดินคล่องเตาะแตะ หน้าตาจิ้มลิ้มน่ารักได้ขนาดนี้แล้ว
"สวัสดีครับคุณยายภา!"/สวัสดีค่ะคุณยายภา!"
เด็กน้อยไหว้้อย่างนอบน้อม และสวมกอดประภาแน่น
"มัวแต่ใส่ใจขี้ข้า เห็นรึเปล่าเถอะว่าพ่อนั่งหัวโด่อยู่นี่!"
เสียงกระแทกแดกดันอันคุ้นหูไม่ต่างจากห้าปีก่อน แทบไม่ต้องเดาก็รู้ว่าเป็นใคร 'น้ำตาล' น้องสาวต่างแม่ที่นิสัยชอบจิกกัด หาเรื่องแกล้งเธอสารพัด
"ขี้ข้ากับขี้ข้าก็ต้องผูกพันธ์กันอยู่แล้ว"
'นาธาน' พี่ชายต่างแม่ จะให้อธิบายง่ายๆก็คือ แม่ของนาธานและน้ำตาล เป็นผู้หญิงนอกสมรส ส่วนแม่เธอคือภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมาย นาธานคือลูกชายคนแรก ตามด้วยเธอ และน้ำตาล ทั้งสองคนที่เกิดจากท้องเดียวกัน เลยมักจะมีปัญหากับเจนิวาไม่เว้นวัน
"สวัสดีค่ะคุณพ่อ"
พ่อของเธอคือปรีชา ผู้นำคนปัจจุบันของตระกูลวัฒณพานิช ที่สืบทอดมาจากปู่ ตระกูลมหาอำนาจ ร่ำรวยเป็นอันดับที่ 7 ในประเทศไทย
"สวัสดีค่ะคุณตา/สวัสดีครับคุณตา"
เด็กน้อยทั้งสองคนยกมือไหว้ หากแต่ไม่มีเสียงตอบรับจากปรีชา เขาเพียงมองลูกสาวและหลานฝาแฝดนิ่งๆและยกยิ้มเยาะ
"ไม่น่าเชื่อว่าขนาดฉันเฉดหัวแกออกไปไม่ให้เงินแม้แต่บาทเดียว แกก็ยังเลี้ยงไอ้เด็กพวกนี้จนโตได้ขนาดนี้"
ริมฝีปากสวยยกยิ้ม จะพูดง่ายๆก็คือ บ้านหลังนี้นอกจากแม่ที่ตายไปตั้งแต่ยังเด็กเพราะตรอมใจที่พ่อให้ความรักเมียน้อยมากกว่า ก็มีเพียงปู่และประภาแม่บ้าน ที่ให้ความรักเอาใจใส่เธอเท่านั้น
"หนูจะอยู่นี่ไปสักพักนะคะ จะได้ดูแลคุณปู่ด้วย"
"เหอะ โดนไล่ไปแล้วยังจะหน้าด้านกลับมาอยู่ที่นี่อีก ด้านทั้งแม่ทั้งลูก"
นัยน์ตาสวยตวัดสายตามองน้ำตาล เจนิวาเลือกจะจูงมือลูกชายและลูกสาวขึ้นไปห้องข้างบนที่มีสิิระอยู่ ดูท่าว่าคนบ้านหลังนี้จะไม่เปลี่ยนไปเลยจากเมื่อห้าปีก่อน ทั้งๆที่เธออุตส่าห์ใจดีจะไม่ท้าวความเดิมแล้วแท้ๆ
"คุณปู่คะ"
ภาพของสิระผู้เป็นปู่ ที่นอนอยู่บนเตียงโรยราตามอายุขัย ยิ้มให้กับเธอบางๆอย่างอ่อนแรง น้ำตาเธอพาลจะไหล ทำไมคนดีๆถึงต้องหายไปจากชีวิตเธอตลอดเลยนะ
"นั่นหลานหรอ"
สิระยกมือขึ้นเล็กน้อย จนเธอต้องกุมมือท่านไว้แน่น
"ฮึก....คุณปู่"
ใบหน้าววยแนบไปกับมือเหี่ยวย่นทั้งน้ำตา หากไม่มีเรื่องราวมากมายขนาดนั้นเกิดขึ้น คงได้มีโอกาสดูแลคุณปู่ ผู้ใหญ่ที่เธอรักเพียงคนเดียวให้มากกว่านี้
"หลานปู่สวยขึ้นทั้งครั้งที่ได้เจอเลย"
สิระลูบพวงแก้มของหลานสาว ก่อนจะหันไปมองเด็กน้อยสองคนที่หน้าตาเหมือนกันราวกับแกะ พาลน้ำตาก็จะไหล ตลอดหลายปีที่ผ่านมาทำเพียงได้ยินเสียงเจื้อยแจ้วพอให้ได้คลายเหงา มาวันนี้ได้เห็นเด็กน้อยหน้าตาจิ้มลิ้มกับตา หัวใจของปู่ทวดอย่างสิระก็อุ่นใจอย่างบอกไม่ถูก
"เจย์เดน เจนนี่ มาหาคุณปู่ทวดสิลูก"
เด็กน้อยเดินเตาะแตะมาใกล้ ยกมือขึ้นไหว้อย่างนอบน้อม โผเข้ากอดปู่ทวดแน่น แม้จะเคยได้ฟังเเต่เสียงอบอุ่น แต่ความผูกพันธ์ทางสายเลือดนั้นเข้มข้นเกินบรรยาย
"น่ารักน่าชังจริงๆ"
สิระลูบหัวเด็กแฝดสองคนอย่างเอ็นดู
"คุณปู่ทวดหายเร็วๆนะคะ เดี๋ยวเจนจะเป็นนางฟ้ามาเป่าเพี้ยงๆให้ทุกวันเลยค่ะ"
"ส่วนเจย์จะเป็นคุณหมอ จะได้มารักษาคุณปู่ทวดทุกวันเหมือนกันครับ"
เด็กน้อยทั้งสองพูดเสียงแจ้วด้วยยิ้มตาหยี จนสิระอดไม่ได้ที่จะขำออกมา ลูบแก้มเล็กของเหลนทั้งสองด้วยความหมั่นเขี้ยว
"มารักษาปู่ทุกวันเลยนะเด็กดี ปู่จะได้หาย พาไปเที่ยวเล่นได้"
"เย้!/เย้~"
