บทที่ 1 แฝดตัวแสบ
"มัมมี๊ พวกเราออกไปเดินเล่นได้ไหมคะ"
เสียงเจื้อยแจ้วแปล่งๆของเด็กสาววัยสี่ขวบออดอ้อนผู้เป็นแม่ตาแป๋ว ไม่ต่างจากแฝดผู้พี่ที่เดินเตาะแตะ วางน้ำส้มลงบนโต๊ะ หวังเอาใจให้แม่อนุญาต
"นะครับมัมมี๊"
จนผู้เป็นแม่ถอนหายใจ พยักหน้าอย่างไร้ข้อแม้ เพราะพลังลูกฝาแฝดชายหญิงของเธอ แม้แต่เธอที่เป็นแม่ยังเอาไม่อยู่
"เย้ ขอบคุณค่ะมัมมี๊"
ฟอด! ฟอด!
เด็กทั้งสองรู้งาน เอาใจแม่ด้วยการหอมคนละข้าง วิ่งออกไปจากห้องหรูของโรงแรมด้วยแสงหัวเราะ
'เจนิวา' แม่เลี้ยงเดี่ยวลูกแฝดชายหญิง เจย์เดน-เจนนี่ อายุ 4 ขวบ ปีนี้เธออายุได้ 25 จึงถือโอกาสพาลูกๆที่เติบโตต่างประเทศตั้งแต่เกิดมาเที่ยวที่ไทยเป็นครั้งแรก วันนี้เป็นวันที่สองที่เธอพักอยู่ในโรงแรมหรู ใจกลางเมืองใหญ่
เสียงโทรศัพท์สั่นเบาๆ ทำให้เธอกดรับ กรอกเสียงทักทายปลายสายอย่างอารมณ์ดี
"ว่าไงชลลี่"
'แหม นึกว่าจะจำเพื่อนคนนี้ไม่ได้แล้วนะยะ'
"ธุระพึ่งเสร็จ ว่าจะโทรหาพอดี"
'ดีเลย พรุ่งนี้พาเจ้าเจย์เดนเจ้าเจนนี่มากินข้าวที่นี่สิ ฉันล่ะเหง๊าเหงา อยากแกล้งเด็กจะแย่'
"พูดไป ระวังจะโดนเด็กแกล้ง ยิ่งโตพลังก็ยิ่งเยอะ ฉันแทบจะไม่ไหว"
'ขนของมานอนนี่เลยนะยะ เดี๋ยวป้าชลลี่คนสวยจะช่วยเลี้ยงเอง หึๆ'
"งั้นไว้เจอกันนะ"
"โอเค๊ะ"
วางสายเสร็จก็เดินลงไปชั้นล่าง มือก็ยกโทรศัพท์ขึ้นดูพิกัดจากสมาร์ทวอชของลูกชายและลูกสาวทั้งสอง แม้โรงแรมจะหรูหรา และกว้างขาง แต่ระบบความปลอดภัยนั้นรัดกุมและปลอดภัย การปล่อยให้เด็กๆลงมาทำกิจกรรมบ้าง เลยไม่น่าเป็นห่วง
"เจย์เจน มานี่มาลูกมา"
เด็กแฝดเตาะแตะยิ้มร่ามาสวมกอดผู้เป็นแม่แน่น จนคนที่อยู่แถวนั้นพลอยเอ็นดูไปด้วย เนื่องจากร่างกายที่แน่นขนัดตามวัยเด็กน้อย และหน้าตาจิ้มลิ้มน่ารัก แนวลูกครึ่ง
"ไปกินข้าวกันป้ะ เที่ยงแล้วค่ะ"
"ได้ครับมัมมี๊"
ภาพคุณแม่ยังสาวสวยสะพรั่ง จูงมือเด็กแฝดหน้าตาจิ้มลิ้มคนละข้างเดินเข้าไปในโซนอาหารอย่างรู้ความพาลให้มีแต่คนเอ็นดูและมองตาม โดยเฉพาะแขกโต๊ะวีวีไอพีที่นั่งอยู่ไม่ไกลโต๊ะของสามแม่ลูก
"สวัสดีครับคุณผู้หญิง เมนูครับ"
เจนิวาหันมามองลูกชายและลูกสาวสลับกัน วางเมนูให้เด็กทั้งสองคนเลือกได้อย่างตามใจเหม่อนทุกครั้ง
"เจนเอาแซลมอลสเต๊ก แล้วก็น้ำส้มคั้นค่ะ"
เด็กหญิงว่าเจื้อยเเจ้ว พลางหันไปกอดแขนผู้เป็นแม่อย่างออดอ้อน
"ส่วนเจย์เอาสปาเกตตี้กุ้ง กับน้ำเปล่าครับ"
พนักงานจดออเดอร์ลงด้วยรอยยิ้ม เจนิวาจึงสั่งต่อ
"ขอเป็นพะแนงเนื้อ ปลากระพงทอด ข้าวสวย น้ำเปล่าค่ะ ขอบคุณค่ะ"
"รอสักครู่นะครับ"
ตั้งแต่กลับมา ความอยากอาหารไทยของเธอก็ไม่ลดลงเลย ถึงแม้จะกินอยู่ทุกมื้อก็ตาม
"มัมมี๊ ดูสิครับ มีคนให้เจย์กับเจนตอนไปวิ่งเล่นสวนหย่อมมาด้วยล่ะครับ"
เด็กน้อยเจย์เดนยกข้อมือเล็ก ที่มีสร้อยข้อมือสีทอง สลับกับเพชร และยังมีจี้สวยฟ้าอมน้ำเงินเม็ดสวยรูปพระจันทร์เสี้ยว ที่มีเพชรสลักรอบๆอย่างเรียบหรู
sds
"เจนก็มีอันนึงเหมือนกันค่ะมัมมี๊"
เจนนี่ยกข้อมือของตัวเองขึ้นเหมือนพี่ชายฝาแฝด ข้อมือของเด็กน้อยก็มีสร้อยข้อมือแบบเกียวกันคล้องอยู่เช่นกัน
"แม่บอกแล้วหนิคะ ห้ามรับของจากคนแปลกหน้า ใครให้มาจำได้ไหมคะ"
ของราคาแพงแบบนี้ อาจจะสร้างปัญหาตามมาก็ได้ เธอจะต้องหาทางเอาสร้อยข้อมือพวกนี้ไปคืนให้เร็วที่สุด
"มัมมี๊ แต่คุณปู่ใจดีบอกว่าเหมาะกับเจย์แล้วก็เจนครับ"
เจย์เดนพูดหน้าเศร้า เพราะรู้สึกชอบมันมาก รวมถึงขอบคุณตาใจดีที่ได้ให้ไว้พร้อมกำชับว่าห้ามเอาไปคืนด้วย
"ใช่ค่ะมัมมี๊ พวกเราเก็บไว้ได้ไหมคะ"
เด็กน้อยทั้งสองทำหน้าเศร้า แต่แน่นอนว่าแม่อย่างเจนิวา ไม่มีทางให้เรื่องแบบนี้ผ่านไปเฉยๆ เธอเลี้ยงเด็กทั้งสองมาอย่างยากลำบากด้วยตัวคนเดียว ไม่ว่าเรื่องอะไรจึงต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ ไม่มีคำว่าปบ่อยผ่าน หรือหยวนทั้งนั้น
"ไม่ได้ค่ะ มากับแม่เดี๋ยวนี้"
เสียงดุๆทำให้เด็กทั้งสองยิ่งหน้าเสีย ค่อยๆลุกเดินก้มหน้าไปหาผู้เป็นแม่อย่างเศร้าสร้อย เธอต้องไปตรวจกล้องวงจรปิดของโรงแรม และส่งคืนของมีราคาทั้งสองเส้นให้ถึงมือพวกเขา
"ถอดค่ะ"
โหมดดุและมือที่แบมารอรับสร้อยข้อมือ ทำให้เด็กน้อยทั้งสองจำใจ ค่อยๆถอดออก
"เหมาะดีนะ ให้เด็กๆใส่เถอะ"
ทั้งสามคนหันมองคนด้านหลัง ชายสูงวัยอายุราวๆเจ็ดสิบกว่า ยั่งในรถวรลแชร์พร้อมกับผู้ติดตามอีกสองคนมองมาทางเธอและลูก ยิ้มใจดีจนเจนิวาเลิกคิ้ว
"เอ่อ ท่านรู้จักพวกเราหรอคะ"
จากการสแกนคร่าวๆ แม้อายุขนาดนี้แต่ยังคงแต่งตัวอย่างเนี๊ยบเรียบหรู นาฬิกาและแหวนเพชรเม็ดใหญ่จนแสบตาก็เป็นของราคาแพงหูฉี่ ไม่ต้องพูดถึงเท้าเงาวาวที่ทำจากไม้หายาก และลูกน้องผู้ติดตาม ชายสูงวัยตรงหน้าเธอไม่ใช่คนธรรมดาอย่างแน่นอน
"เปล่าหรอก ฉันแค่เห็นว่าน่าเอ็นดู เลยให้ของขวัญเล็กๆน้อย"
"อ้อท่านนี่เองผู้ใหญ่ใจดีที่ลูกฉันพูดถึง ขอบคุณมากๆนะคะที่เอ็นดูพวกแก แต่ไม่จำเป็นต้องให้ของราคาแพงแบบนี้หรอกค่ะ เจย์เจน เอาคืนคุณตาไปสิลูก"
เจนิวาว่าด้วยรอยยิ้ม ซึ่งคนบนวีลแชร์ก็พินิจเธอเล็กน้อย ก่อนจะเหลือบตามองสองเด็กตัวแสบที่หน้าเศร้า ไม่เหมือนเมื่อตอนคุยกับเขาเจื้อยแจ้ว
"ไม่เป็นไร ฉันไม่ลำบากอะไร ถือสะว่าเป็นของตอบแทนน้ำใจก็แล้วกัน ที่เด็กสองคนนี้ทำให้ชายแก่ๆคนนี้คลายเหงาไปได้บ้าง"
แม้จะรู้สึกไม่สบายใจและเกรงใจอยู่มาก แต่ก็ไม่ได้อยากจะต่อล้อต่อเถียงกับผู้ใหญ่ที่ดูมีอำนาจตรงหน้านัก
"เจย์เจน ขอบคุณคุณท่านสิลูก"
เด็กสองคนยิ้มกว้าง โผเข้ากอดชายวูงวัยแน่น จนบอดี้การ์ดผงะ มือมีอายุยกขึ้นกอดเด็กทั้งสองด้วยรอยยิ้มกว้างอย่างนึกเอ็นดูจับใจ ไม่รู้นานเท่าไหร่แล้วที่ไม่ได้รู้สคกอิ่มเอมขนาดนี้มาก่อน
"ขอบคุณครับคุณปู่"
"ขอบคุณค่ะคุณปู่ใจดี"
ว่าจบก็ก้มหัวลงไหว้้อย่างนอบน้อม จนมือมีอายุต้องลูบหัวเด็กทั้งสองเบาๆ
"ถ้าฉันมีหลายแบบพวกหนูคงดี"
"พวกเราเป็นหลานให้ได้นะคะคุณปู่ แต่คุณปู่ต้องซื้อแบบนั้ให้เจนอีกนะคะ"
"ใช่ครับ คุณปู่จะได้ซื้อของเล่นกับของสวยๆให้พวกเราได้เยอะๆเลย"
เจนิวาตาโตกับคำพูดเจื้อยแจ้วของลูกสาวและลูกชาย น่าอายอะไรแบบนี้พวกตัวแสบ
"ตายแล้ว ขอโทษคุณปู่เกี๋ยวนี้นะเจย์เดน เจนนี่"
"ฮ่า!ๆๆๆ"
เสียงหัวเราะชอบใจดังลั่นไปทั่วโซนอาหาร น่ารักอะไรอย่างนี้ ช่างพูดช่างจา ถ้าได้มาเป็นหลานจริงๆ คงจะตายตาหลับอย่างมีความสุขแน่นอน
"เอาไว้เจอกันใหม่นะเจย์เดน เจนนี่"
"บ๊ายบายนะคะคุณปู่ รักษาสุขภาพด้วยนะคะ"
"เอาไว้เจอกันนะครับ บ๊ายบาย"
เจนิวายกมือไหว้ชายสูงวัยแปลกหน้า ที่พึ่งเจอกันครั้งแรกก็ให้ของมีมูลค่ากับลูกๆของเธอด้วยรอยยิ้มบางๆ เรื่องนี้ถ้าเอาไปเล่าให้เพ่อนสาวคนสนิทอย่างชลลี่ฟัง หล่อนต้องอึ้งมากแน่ๆ
