ตอนที่ 1.2 กระทั่งตายถึงได้รู้
ที่แท้เขาดึงดันจะลงโทษครอบครัวนางเพราะเหตุนี้สินะ เพียงเพราะต้องการให้ตนรู้สึกเจ็บปวดทรมานจากการสูญเสียคนรักเหมือนที่อีกฝ่ายรู้สึก
ถึงจะรู้อย่างนั้นเยว่ซินหลานก็คิดว่ามันไม่ยุติธรรมสำหรับนางอยู่ดี คนที่หลิวซือถวิลหายังไม่ชีวิตอยู่ แต่นางกลับบ้านแตกสาแหรกขาดครอบครัวสูญสิ้น
พ่อ แม่ พี่ใหญ่ บ่าวคนสนิท ทุกคนในบ้านล้วนถูกประหารสิ้น กระทั่งญาตินับขึ้นลงเก้าชั่วโคตรทุกคนล้วนต้องโทษถูกกล่าวหา
“ฮ่า ฮ่า!”
จู่ ๆ คนที่นิ่งเงียบไปเสมือนวิญญาณหลุดออกจากร่างก็หัวเราะลั่นขึ้นมา
หลิวซือขมวดคิ้ว “เป็นบ้าไปแล้วหรือ เจ็บปวดจนสติฟั่นเฟือนไปแล้วสินะถึงหัวเราะออกมาราวกับคนบ้าเยี่ยงนี้”
“นั่นสินะ บางทีข้าอาจจะเป็นบ้าไปแล้วก็ได้ ไม่น่าเลย ข้าไม่น่าหลงรักท่านเลยจริง ๆ” ดวงตาหม่นแสงมองสบตาเขา กระตุกยิ้มหัวเราะเย้ยหยันออกมา “หากข้าไม่หลงใหลในความรักจนไม่ลืมหูลืมตา หลงคิดไปว่าท่านเป็นคนดีคนหนึ่ง ครอบครัวข้าคงไม่กลายเป็นเช่นนี้ ขอแค่ข้าไม่รักท่านชีวิตข้าคงจะดีมากกว่านี้”
ดวงตาเลื่อนลอย ท่าทางไม่ต่างจากคนไร้วิญญาณ
ดวงตาไร้ประกายของเยว่ซินหลานหันมองหลิวซือ
ชายหนุ่มสบนัยน์ตาเรียบเฉยคู่นั้น ชั่วขณะหนึ่งหัวใจพลันกระตุกแปลก ๆ ราวกับว่าตนได้กระทำสิ่งไม่ควรลงไป ทว่าความรู้สึกนี้กลับอยู่ไม่นานนัก เขาสลัดความรู้สึกผิดเพียงเล็กน้อยในใจทิ้ง เอ่ยปากขึ้นมาว่า
“เยว่ซินหลานที่ทุกอย่างกลายเป็นเช่นนี้ล้วนเป็นความผิดของเจ้า”
“ใช่ ทุกอย่างเป็นความผิดของข้า เพราะข้ารักบุรุษใจจืดใจดำเช่นท่าน ไว้ใจเชื่อใจ ให้ใจท่านไปจนหมด หาไม่แล้วข้าและครอบครัวจะมาถึงได้นี้ได้จุดนี้ได้เช่นไร”
สิ้นสุดเสียงศีรษะของเยว่ซินหลานพลันกลิ้งหลุน ๆ ลงบนพื้น ตายตาไม่หลับ
.
.
“หลังได้อ่านแล้วรู้สึกเช่นไรบ้าง”
“...” เยว่ซินหลานปิดตำราเรื่องเล่าในมือเงยหน้ามองสตรีในชุดสีขาวตรงหน้า
สมองยังคงมึนงงไม่เข้าใจเรื่องราว
“เหตุใดเรื่องราวที่ผ่านมาของข้าถึงถูกบันทึกไว้ในตำรา”
“ไม่ได้ถูกบันทึก แต่ทุกคนในตำราเล่มนี้ล้วนถูกสร้างขึ้น”
“ถูกสร้างขึ้น?”
อีกฝ่ายพยักหน้า นั่งไขว้ขาทิ้งตัวไปด้านหลังด้วยท่าทางสบาย ๆ ก่อนจะยื่นหน้าเข้ามาใกล้ ดวงตาเป็นประกายสามารถสะกดทุกคนที่จ้องมองให้หลงใหล รอยยิ้มประดับมุมปาก “ใช่ พวกเจ้าถูกสร้างขึ้นจากพระเจ้าของโลกนี้ ทุกการกระทำของเจ้าล้วนเป็นผลมาจากความต้องการของพระเจ้า”
เยว่ซินหลานหัวเราะหึในลำคอ ไม่อยากทำใจยอมรับในสิ่งที่ได้ยิน “พระเจ้าต้องการให้ครอบครัวข้าตาย ครอบครัวข้าถึงต้องตายอย่างนั้นหรือ เหลวไหลสิ้นดี !” เยว่ซินหลานลุกขึ้นยืนตะโกนก้อง “เหตุใดถึงต้องเป็นครอบครัวข้าด้วย พระเจ้าโกรธแค้นอันใดถึงได้ต้องการทำลายครอบครัวของข้า แค่ข้าคนเดียวไม่พอหรือ! ไม่เห็นจำเป็นต้องดึงพวกเขาเข้ามายุ่งเกี่ยวด้วยเลย...แค่คนผิดอย่างข้าคนเดียวก็พอแล้ว” ร่างบอบบางทรุดนั่งบนพื้น ไหล่บางตกลงอย่างห่อเหี่ยว
เสียงหัวเราะเยาะดังขึ้นจากริมฝีปากเรียวสวย หญิงสาวหัวเราะเย้ยหยันชะตากรรมชีวิตของตนซึ่งเกิดขึ้นจากความต้องการเล่นสนุกของคนที่ถูกเรียกว่าพระเจ้า
“แค่เพราะถูกสร้างขึ้นมาให้เป็นตัวร้ายถึงได้ไม่มีสิทธิ์ใช้ชีวิตให้ดีอย่างนั้นหรือ”
“ในเมื่อชีวิตหาใช่ของเจ้า จึงไม่มีสิทธิ์เลือกเส้นทางที่จะเดิน”
คำพูดประหนึ่งไม่ใช่เรื่องของตนตอกย้ำให้หัวใจของเยว่ซินหลานสั่นสะท้าน
เพราะเลือกไม่ได้ถึงต้องพบเจอเรื่องอัปยศเช่นนี้อย่างนั้นหรือ? แล้วต้องทำอย่างไรนางถึงจะสามารถเลือกเส้นทางเดินของตนได้เล่า...
ไม่สิจะมานั่งนึกตอนนี้ให้ได้ประโยชน์ใดในเมื่อเรื่องราวชีวิตของนางเดินทางมาใกล้เกินกว่าจะหวนคืน
“หยุดทำหน้าเศร้าได้แล้ว ข้าให้เจ้าอ่านตำราย่อมไม่ปล่อยให้เสียเปล่า”
มองรอยยิ้มมีเลศนัยบนใบหน้า หัวคิ้วเรียวสวยจึงขมวดเข้าหากันขบคิดนัยลึกซึ้งในคำพูดอีกฝ่าย
“เจ้าตั้งใจจะทำอะไร”
“เจ้าถามว่าต้องทำอย่างไรถึงจะสามารถเลือกเส้นทางเดินได้ด้วยตนเองไม่ใช่หรือ ตอนนี้ถึงเวลานั้นของเจ้าแล้ว”
“หมายความเช่นไร”
“แค่หลับตา เมื่อลืมตาขึ้นมาอีกครั้งเจ้าก็จะรู้เอง”
สตรีในชุดสีขาวยิ้มอ่อนโยนให้เยว่ซินหลานปลายนิ้วแตะเบา ๆ บนไหล่เล็กแคบ
ทันใดนั้นร่างกายของทั้งสองก็ผละห่างออกจากกัน หญิงสาวจ้องมองคนที่นั่งบนเก้าอี้ด้วยแววตาตะลึง จ้องมองริมฝีปากงดงามขยับเป็นคำพูดไม่ได้ยิน
ฝากเด็กคนนั้นของข้าด้วยนะ ชาตินี้ข้าไม่อยากให้เขาต้องเจ็บปวดอีกแล้ว
