ตัวประกอบเช่นข้าหาใช่สตรีอ่อนแอ

124.0K · จบแล้ว
หย่งเอ๋อร์
48
บท
4.0K
ยอดวิว
8.0
การให้คะแนน

บทย่อ

....โปรย.... ผิงผิงไม่เคยคิดมาก่อนว่า เพียงแค่หลับตาลงหนึ่งคืน จะทำให้นางตื่นขึ้นมาในโลกของนิยายที่ตัวเองเคยอ่าน โลกที่เต็มไปด้วยตัวเอกแสนสมบูรณ์แบบ นางร้ายมากเล่ห์ และตัวประกอบที่มีชะตากรรมอันน่าเวทนา ซึ่ง…นางดันได้มาอยู่ในร่างนั้นเสียเอง ตัวประกอบที่ถูกเหยียบย่ำ ถูกดูแคลน และมีจุดจบไม่สวยงาม แต่ขอโทษที... ชาตินี้นางไม่ขอเล่นตามบท! ในเมื่อมีสมอง มีสองมือ และมีความสามารถติดตัวมา ผิงผิงจึงขอเลือก 'เขียนชะตาของตัวเองใหม่' จากสตรีไร้ค่า นางลุกขึ้นสร้างร้านอาหารด้วยสองมือ ก้าวขึ้นมาด้วยความสามารถ และเปลี่ยนชีวิตตัวเองทีละก้าว ท่ามกลางการใส่ร้าย การกลั่นแกล้ง และศัตรูที่จ้องเล่นงานไม่เว้นแต่วัน นางกลับมีบุรุษผู้หนึ่ง คอยยืนเคียงข้างไม่ห่าง จวิ้นอ๋องหลิวอวี้เฉิน อ๋องหน้านิ่งผู้ขึ้นชื่อว่าเย็นชา “ใครกล้ารังแกเจ้า ข้าจะจัดการเอง” เมื่อเส้นทางชีวิตไม่เรียบง่าย หัวใจจึงยิ่งแน่นแฟ้น จากตัวประกอบไร้ตัวตน สู่พระชายาแห่งวังอ๋อง เรื่องราวของหญิงแกร่ง กับ(ว่าที่)สามีสายหวง ที่ทั้งหวาน ทั้งฮา และอบอุ่นหัวใจ ตัวประกอบเช่นข้า หาใช่สตรีอ่อนแอ!

เกิดใหม่ในนิยายนิยายจีนโบราณท่านอ๋องนางเอกเก่งข้ามมิติจีนโบราณโรแมนติก18+

บทที่ 1 เจ้าสาวหนีงานแต่ง

ผิงผิงรู้สึกตัวตื่นขึ้นมาพร้อมกับอาการมึนงงที่ศีรษะ สัมผัสได้ว่าทั้งร่างกำลังลอยเคว้งอยู่กลางความว่างเปล่า ก่อนจะค่อยๆดิ่งกลับลงมาอย่างช้าๆ

เสียงกลองดังเป็นจังหวะ ตึง ตึง อย่างสนุกสนาน ขณะที่ร่างกายของนางโยกไหวไปมาเบาๆ คล้ายกำลังถูกยกเคลื่อนอยู่ตลอดเวลา กลิ่นกำยานแปลกๆปะปนกับกลิ่นผ้าไหมใหม่ ทำให้รู้สึกแปลกใจจนต้องขมวดคิ้วเข้าหากันมุ่น ก่อนจะค่อยๆลืมตาขึ้น

สิ่งแรกที่ปรากฏต่อสายตานั่นคือผืนผ้าเนื้อนุ่มบางสีแดงราวกับโลหิตปกคลุมอยู่ตรงหน้า แสงลอดที่ผ่านม่านผืนบางเข้ามาทำให้เห็นทุกอย่างรอบตัวเป็นเงาเลือนราง

หญิงสาวสะดุ้งสุดตัว หัวใจเต้นแรงจนแทบจะหลุดออกมานอกอก ในยามที่ขยับตัว เสียงพู่มงคลกระทบกันดังแผ่วเบา ผิงผิงมองแขนเรียวเสลา ผิวขาวเนียนบอบบางที่สวมใส่กำไลหยกสีอ่อนด้วยความประหลาดใจ

นี่ไม่ใช่แขนของนาง นางไม่เคยมีแขนขาวเรียบเนียนละมุนตาเช่นนี้ ส่วนกำไลหยกรูปร่างราคาแพงอันนี้ นางก็ไม่เคยมีไว้ครอบครองมาก่อน

“นี่มันอะไรกัน!” ผิงผิงกะพริบตาถี่ ความทรงจำสุดท้ายค่อยๆผุดขึ้นมา เมื่อครู่นี้นางยังนั่งพิงหัวเตียง มือถือแท็บเล็ตอ่านอีบุ๊คนิยายจีนโบราณเรื่อง ‘บุปผากลางหิมะ’ จนดึกดื่น เรื่องที่มีนางเอกแสนดี พระเอกแสนหล่อ และนางรองผู้น่าสงสาร ก่อนที่เปลือกตาจะรู้สึกหนักอึ้งและทุกอย่างก็ดับวูบไป

หญิงสาวก้มมองตัวเองอีกครั้ง แลเห็นเสื้อผ้าที่สวมอยู่ไม่ใช่เสื้อยืดตัวโคร่งกับกางเกงนอนลายการ์ตูนที่มักใส่เป็นประจำ แต่กลับเป็นชุดผ้าไหมปักลวดลายละเอียด แขนเสื้อยาวลากพื้น แถมยังหนักจนรู้สึกราวกับกำลังแบกผ้าห่มนวมไว้ทั้งตัว

ผิงผิงหายใจถี่รีบยื่นมือไปดึงม่านผืนบางให้เปิดออก ความตื่นตระหนกแล่นพล่านไปทั้งร่าง เมื่อเห็นบรรยากาศรอบกายที่ไม่คุ้นเคย

“คุณหนูอย่าเจ้าค่ะ!” เสียงสตรีดังขึ้นมาจากนอกเกี้ยว ร้องห้ามเสียงหลงตอนที่ผิงผิงกำลังเอื้อมมือไปจับผ้าคลุมสีแดงหมายจะเปิดออก

“คุณหนู! ยังเปิดผ้าคลุมหน้าไม่ได้เด็ดขาดนะเจ้าคะ! มิฉะนั้นจะเป็นลางร้าย ต้องรอให้เจ้าบ่าวเป็นผู้เปิดเองเจ้าค่ะ”

ผิงผิงชะงัก ตอนนี้นางเริ่มรู้สึกว่ามีอะไรไม่ชอบมาพากลอย่างแรง!

“คุณหนู?” นางพึมพำออกมาเบาๆ คำนี้ไม่เคยใช้กับนางมาตั้งแต่ไหนแต่ไร ไม่คุ้นหูเลยแม้แต่นิดเดียว

“ไม่มั้ง…” หญิงสาวกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ ก่อนจะเอ่ยถามสาวใช้โดยใช้น้ำเสียงที่สุดเท่าที่จะทำได้

“ขอถามหน่อยสิ ตอนนี่เรากำลังจะไปที่ใดหรือ”

สาวใช้ได้ยินเช่นนั้นจึงยกมุมปากส่งยิ้มให้บางๆ กล่าวตอบอย่างไม่ลังเล

“พวกเรากำลังจะไปที่จวนสกุลเถียนเจ้าค่ะ วันนี้เป็นวันแต่งงานของคุณหนูหยวนเจินเจินกับคุณชายเถียนจู่เหยาเจ้าค่ะ”

ชื่อของ ‘หยวนเจินเจิน’ ดังสะท้อนอยู่ในศีรษะ ผิงผิงหน้าซีดเผือด เลือดในกายราวกับหยุดไหลไปชั่วขณะ ชื่อนี้นางจำได้เป็นอย่างดี

‘หยวนเจินเจิน’ ตัวประกอบจากนิยายเรื่องบุปผากลางหิมะ บุตรสาวของหมอหลวงกับฮูหยินรองที่ล่วงลับ เด็กสาวที่เติบโตมาท่ามกลางความเย็นชา และถูกจับให้แต่งงานกับตัวร้ายเถียนจู่เหยาเพื่อใช้เป็นหมากในแผนชั่ว

ตามเส้นเรื่องในนิยาย ตัวประกอบหยวนเจินเจินไม่ได้มีชะตาที่ดี นางเป็นเพียงบันไดให้ตัวร้ายกับนางร้ายใช้ในการบรรลุเป้าหมายของตน ทั้งยังเติบโตมาโดยไม่ต่างจากเงาของสกุลหยวน อีกทั้งในตอนสุดท้ายยังกลายเป็นผู้ถูกทิ้งอย่างไม่มีใครไยดี

และตอนนี้สิ่งที่เกิดขึ้นไม่ใช่ความฝัน ไม่ใช่ภาพลวงตา แต่นางได้ทะลุมิติเข้ามาอยู่ในร่างของหยวนเจินเจินและกำลังถูกส่งให้ไปแต่งงานกับตัวร้ายเถียนจู่เหยาตามพล็อตเดิมของนิยาย

ผิงผิงหลับตาแน่น หัวใจเต้นรัวอย่างไม่เป็นจังหวะ แววตาที่อยู่ภายใต้ผ้าคลุมสีแดงนั้นค่อยๆเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง

หากนี่คือชะตาที่ถูกเขียนไว้ เช่นนั้น… นางจะเป็นผู้ฉีกมันทิ้งเอง เพราะหยวนเจินเจินคนใหม่นี้จะไม่ยอมเป็นตัวประกอบที่ถูกใช้แล้วโยนทิ้งเหมือนกระดาษชำระในห้องน้ำอีกต่อไป

เวลาผ่านไปเกือบหนึ่งเค่อ

ผิงผิงที่อยู่ในร่างของหยวนเจินเจินยังคงนั่งนิ่งอยู่บนเกี้ยวเจ้าสาว มือวางประสานบนตักอย่างเรียบร้อย ในสายตาของผู้คนภายนอกเห็นเพียงเจ้าสาวที่นั่งอย่างสงบเสงี่ยม รอคอยพิธีสำคัญที่กำลังจะมาถึงอย่างสมฐานะ หากแต่ผู้ใดจะไปรู้ว่า ภายใต้ผ้าคลุมสีแดงผืนนั้นมีดวงตาคู่หนึ่งกำลังประเมินสถานการณ์อย่างละเอียด

เสียงกลองยังคงดังขึ้นเป็นจังหวะสม่ำเสมออย่างต่อเนื่อง ขบวนเกี้ยวเจ้าสาวเคลื่อนตัวไปอย่างมั่นคง เสียงฝีเท้าของทหารยาม เสียงพูดคุยของบรรดาสาวใช้และผู้ติดตาม รวมถึงเสียงของชาวเมืองที่ออกมายืนมุงดูเป็นระยะ ทำให้หยวนเจินเจินรู้ว่า การอารักขานั้นแน่นหนาเกินกว่าจะหนีอย่างสะเปะสะปะได้

ทุกอย่างต้องวางแผนความคิดให้รอบคอบเสียก่อน…

ทว่าในตอนที่หยวนเจินเจินขยับปลายนิ้วที่ใต้เสื้อแขนยาว ก็สัมผัสได้ถึงวัตถุชิ้นเล็กบางอย่างที่แข็งและเย็นซ่อนอยู่ภายใน นางไม่แปลกใจนัก เพราะรู้ว่าเจ้าของร่างนี้เคยชินกับการป้องกันตัวเองเวลาที่โดนฮูหยินใหญ่มารดาของนางเอกหยวนเยว่เสียนสั่งให้คนมารังแกนาง

ไม่นาน เวลาที่หยวนเจินเจินรอคอยก็มาถึง เมื่อเกี้ยวชะลอความเร็วลดลง เสียงกลองหยุดก่อนจะเปลี่ยนเป็นจังหวะสั้นๆแทน

“พักขบวน!” เสียงสั่งดังขึ้นด้านหน้าขบวน ทำให้หัวใจของหยวนเจินเจินเต้นแรงขึ้นเล็กน้อยด้วยความตื่นเต้น หากแต่ยังคงเก็บอาการไว้ภายใต้ใบหน้าที่สงบนิ่ง

“คุณหนู อยากดื่มน้ำสักหน่อยหรือไม่เจ้าคะ” สาวใช้ขยับเข้ามาใกล้ เอ่ยถามตามหน้าที่ หยวนเจินเจินเหลือบตามองดรุณีวัยรุ่นราวคราวเดียวกันที่ยืนอยู่ข้างหน้าต่าง รู้ว่าสาวใช้ผู้นี้เป็นคนของฮูหยินใหญ่หม่าโจวอวี้ที่ส่งมาคอยจับตาดูนางไม่ให้คลาดสายตา

“ข้ารู้สึกเวียนศีรษะ” หญิงสาวสูดลมหายใจเข้าเบาๆ แสร้งยกมือขึ้นมาแตะลงไปบนขมับพร้อมเอ่ยเสียงแผ่ว

“คุณหนูเวียนศีรษะหรือเจ้าคะ” สาวใช้ชะงักไปทันที

หยวนเจินเจินพยักหน้ารับเล็กน้อย ก่อนจะแสร้งกล่าวด้วยน้ำเสียงที่ดูอ่อนแรงมากขึ้น ราวกับกำลังจะทนไม่ไหวอยู่รอมร่อ

“ใช่ อาจเป็นเพราะว่านั่งอยู่บนเกี้ยวนานเกินไป หากได้ลงไปยืนรับลมสักครู่คงทำให้อาการดีขึ้น” คำพูดของนางฟังดูสมเหตุสมผล ทำให้สาวใช้ต่างหันมาสบตากันด้วยความลังเล สีหน้าของพวกนางมีความลำบากใจอย่างชัดเจน เพราะตามธรรมเนียม เจ้าสาวไม่ควรลงจากเกี้ยวก่อนถึงจวนเจ้าบ่าว

“แค่เพียงครู่เดียวเท่านั้น หากมีสิ่งใดผิดธรรมเนียม ข้าจะขอรับผิดชอบเอง ไม่ปล่อยให้พวกเจ้าต้องโดนตำหนิหรอก” นางกล่าวเสริม น้ำเสียงยังคงความสุภาพ เลียนแบบฉบับเจ้าของร่างเดิมเป๊ะๆ เพราะหยวนเจินเจินคนเดิมนี้เป็นคนเรียบร้อย พูดจาอ่อนหวาน ไม่สู้คน และเก็บตัว นิสัยของนางตรงตามตำราของคุณหนูในห้องหอทุกประการ

คำว่า ‘รับผิดชอบเอง’ ที่ดังมาจากปากบุตรสาวของหมอหลวงทำให้สาวใช้ไม่กล้าขัด ในที่สุดพวกนางก็พยักหน้ารับเบาๆ อย่างน้อยก็ยังดีกว่าเสี่ยงปล่อยให้เจ้าสาวเป็นลมอยู่บนเกี้ยวก็แล้วกัน

ในตอนที่ผ้าแดงถูกเปิดออก แสงแดดส่องลอดเข้ามาทำให้หยวนเจินเจินจำต้องหยีตา นางก้าวขาลงจากเกี้ยวอย่างช้าๆ และทำท่าเซถลาจนสาวใช้ร้องขึ้นด้วยความตกใจ

“คุณหนู!” สาวใช้รีบปรี่เข้ามาประคอง เสียงอุทานของพวกนาวทำให้ทหารด้านหน้าหันกลับมามอง ความสนใจทั้งหมดถูกดึงมาหยุดอยู่ที่นาง

“ข้าไม่เป็นไร แค่ขาอ่อนแรงเพียงเท่านั้น” หญิงสาวโบกมือไปมาเบาๆ และในจังหวะที่ทุกสายตากำลังจับจ้อง นางก็หยิบเข็มเงินออกมาไว้ในมืออย่างแนบเนียน ใช้ปลายแหลมเกี่ยวชายอาภรณ์ของสาวใช้คนหนึ่งจนได้ยินเสียงผ้าขาดดังแควก!

“อ๊ะ!” สาวใช้สะดุ้ง รีบก้าวถอยออกไปทางด้านหลัง ส่วนอีกคนตกใจเสียงสหายจนเผลอปล่อยมือออกจากแขนของเจ้านายสาว ส่วนทหารยามเบื้องหน้าหันกลับไปสนใจเจ้าของเสียงอุทาน ทำให้หยวนเจินเจินอาศัยจังหวะรีบหมุนตัวหลบ ชายกระโปรงยาวถูกเหยียบอย่างไม่ไยดี เสียงผ้าไหมขาดดังแควก!

“คุณหนู!” บรรดาสาวใช้ต่างร้องขึ้นมาพร้อมกันด้วยความตกใจ

“จับนางไว้!” เสียงตะโกนดังมาจากทางข้างหลังอย่างอลหม่าน แต่ช้าไปเสียแล้ว เพราะยามนี้หยวนเจินเจินกำลังวิ่ง และไม่ใช่วิ่งสะเปะสะปะอย่างคนไม่รู้ทิศ หากแต่เป็นการเดาสุ่มเลือกทิศอย่างรวดเร็ว

นางพุ่งไปยังซอกซอยแคบด้านหลังตลาด เสียงผู้คน เสียงพ่อค้า รวมถึงเสียงของเด็กๆที่กำลังวิ่งเล่นไล่จับกันกลายเป็นม่านกำบังชั้นดี

“เจ้าสาวหนีแล้ว!” เสียงโกลาหลที่ดังขึ้นมาจากทางด้านหลัง ทำให้ผู้คนแตกตื่น บ้างก็ยืนอึ้ง บ้างก็พากันเปล่งเสียงหัวเราะ แต่ไม่มีสิ่งใดที่ทำให้หยวนเจินเจินหันกลับไปมอง ในหัวของนางมีเพียงแค่ความคิดเดียว

หากยังอยู่ในฉากนี้… บทเดิมก็จะดำเนินต่อ

หญิงสาวเลี้ยวเข้าซอยแคบอีกซอย กระโปรงยาวรั้งขาไว้ทุกย่างก้าว

“โอ๊ย! ช่างเป็นชุดที่ไม่เหมาะกับการเอาตัวรอดเสียจริง” นางบ่นอุบ ก่อนจะตัดสินใจเด็ดขาดยกชายกระโปรงขึ้นผูกเข้ากับเอวอย่างลวกๆ

หยวนเจินเจินไม่รู้เลยว่า ภาพเจ้าสาวชุดแดงวิ่งฝ่าฝูงชน จนชายผ้าสีแดงปลิวไสวจะกลายเป็นภาพที่ผู้คนกล่าวขานถึงไปอีกนาน