บทที่ 4
เช้าวันถัดมา พอจัดการดูแลจิราภาให้เรียบร้อย ฟีรัสก็เดินตามทีมสืบสวนออกไปเริ่มไล่ตรวจสอบคนไข้โรคหัวใจ
พวกเขาทำงานกันเร็วมาก แค่ครึ่งวันก็สืบพบผู้หญิงที่เคยผ่าตัดใส่ขดลวดค้ำยันหลอดเลือดหัวใจในโรงพยาบาลทั้งหมดในตัวเมือง
แต่น่าเสียดาย คนพวกนั้นตอนนี้ยังมีชีวิตอยู่กันดี
ไม่ใช่เจ้าของหัวใจที่พวกเขาตามหา
ไม่นานฟีรัสก็คิดวิธีใหม่ “ดูจากระดับการเน่าเปื่อย เวลาตายน่าจะไม่เกินหนึ่งสัปดาห์ ผู้ตายน่าจะใช้ชีวิตอยู่ในพื้นที่นี้”
“หาเวชระเบียนการผ่าตัดไม่เจอ เราก็ไล่เช็กประวัติการมาตรวจติดตามอาการแทน หลังใส่ขดลวดค้ำยันต้องมาตรวจตามนัดเป็นระยะอยู่แล้ว!”
คิดได้แบบนั้น ฟีรัสก็รีบย้อนกลับไปที่แผนกของตัวเองเพื่อค้นบันทึก
พอดีกับที่พยาบาลหน้าฟรอนต์สองคนกำลังคุยกันเรื่องคนที่เอากล่องข้าวมาส่งเมื่อคืน “เงานั่นดูยังไงก็ผู้ชายนะ มองยังไงก็ไม่เหมือนพี่ฉวีวรรณเลย”
“เมื่อคืนฝนตก ทุกคนใส่เสื้อกันฝนกันหมด มองเงาก็เดาไม่ได้หรอก แต่กล่องข้าวนี่ฉันเห็นมาหลายเดือนแล้ว เป็นใบเดียวกับที่พี่ฉวีวรรณเอามาส่งทุกครั้ง”
พอเห็นฟีรัสเดินมา ทั้งคู่ก็รู้ตัวแล้วเงียบปากทันที ทุกคนรู้ว่าชื่อของฉันคือเขตต้องห้ามสำหรับฟีรัส
ฉันไม่เชื่อหรอกว่าเมื่อกี้ฟีรัสจะไม่ได้ยินบทสนทนานั้น หายหน้าไปหลายเดือน แล้วกลับมี “ผู้ชาย” โผล่มาอีกคน
แต่เขากลับไม่สะทกสะท้าน ความสัมพันธ์ของเราพังยับตั้งแต่วันที่น้องสาวเขาถูกสับแยกร่าง
ฉันจะอยู่กับใคร…เขาจะไปแคร์ได้ยังไงกัน
ฟีรัสไล่เปิดบันทึกการตรวจติดตามอาการอยู่ไม่หยุด และชื่อของฉันก็โผล่เข้ามาในสายตาเขาซ้ำแล้วซ้ำเล่า
ใช่…หลังใส่ขดลวดค้ำยัน ฉันมาตรวจติดตามที่โรงพยาบาลของเขาตลอด
น่าจะเป็นเพราะความรังเกียจเมื่อกี้ทำให้ฟีรัสตัดสินผิดไป—ผู้ตายเป็นผู้หญิง อายุ 24–28 ปี เคยใส่ขดลวดค้ำยัน ขดลวดไม่มีหมายเลข
ข้อมูลของฉันตรงทุกข้อ
แต่ฟีรัสกลับทำเหมือนไม่เห็นราวกับมองผ่านไป บางทีในใจเขา คนอย่างฉันคงไม่คู่ควรแม้กระทั่ง “ตาย”
ตอนนั้นเอง โทรศัพท์ของยนตรชัยก็ดังขึ้นมา “ฟีรัส รีบมาที่นี่เร็ว! คดีหัวใจมีความคืบหน้าใหม่!”
ฟีรัสรีบร้อนกลับไปที่สถานีตำรวจ สิ่งที่เห็นเป็นอย่างแรกคือกล่องข้าวใบนั้น—ใบที่เมื่อวานเขาเพิ่งโยนลงถังขยะไป
เขาหน้านิ่ว “นี่มันหมายความว่ายังไง ฉวีวรรณเอาของมาส่งถึงสถานีตำรวจอีกแล้วเหรอ?”
“คนงานกำจัดขยะของโรงพยาบาลเป็นคนเจอครับ ข้างในมันน่าขยะแขยงเกินไป เลยเอามาส่งที่สถานีตำรวจ”
ฟีรัสได้ยินแล้วก็เปิดกล่องข้าวออก ทันใดนั้นคนทั้งห้องก็อุทานลั่นอีกครั้ง กลิ่นเหม็นเน่าพุ่งกระแทกจมูก—ข้างในคือ…ลำไส้มนุษย์
เสียงของยนตรชัยทุ้มหนัก “ได้ข่าวว่าของนี่…ฉวีวรรณเป็นคนเอาไปส่งที่โรงพยาบาลนายเหรอ?”
นึกถึงว่ากล่องข้าวใบนี้เมื่อวานยังผ่านมือเขาเองก่อนถูกโยนลงถังขยะ ฟีรัสก็เดือดดาลขึ้นมาทันที หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาแล้วอัดเสียงด่าฉันอย่างหยาบคาย
“ฉวีวรรณ เธอคิดว่าแผนกเรายังวุ่นวายไม่พอหรือไง! ตอนนี้จะเรียกร้องความสนใจจากฉัน ถึงขั้นต้องใช้วิธีสุดโต่งแบบนี้แล้วเหรอ?”
“ของนี่มาจากไหน รีบบอกฉันมาเดี๋ยวนี้ ไม่งั้นก็รอให้ตำรวจไปถึงบ้านแล้วจับเธอเข้าคุก นั่งจนก้นด้านไปเลย!”
เพราะเรื่องร้ายแรงเกินไป ยนตรชัยส่งคนไปที่บ้านของฉันทันที
ฟีรัสนั่งไม่ติดในสถานีตำรวจ แต่เขาไม่ได้กังวลว่าฉันจะเป็นอะไร เขากังวลว่า“ตัวเขา”จะโดนกระทบ
“มีผู้ตายเพิ่มอีกคนงั้นเหรอ?”
“หรือว่านี่เป็นเจ้าของเดียวกับหัวใจ…?”
ยนตรชัยตบโต๊ะดังปัง แล้วสั่งให้รีบไปทำการจับคู่ดีเอ็นเอทันที!
ในเวลาเดียวกัน เพื่อนร่วมงานที่ออกไปตรวจสอบเรื่องขดลวดค้ำยันก็กลับมาแล้ว พวกเขาถือรายงานผลตรวจวิ่งหอบมาด้วยหายใจถี่ๆ แล้วพูดว่า“เจอแล้วครับ! ขดลวดชุดที่ไม่มีหมายเลขพวกนี้ ตอนนั้นถูกส่งไปที่โรงพยาบาลของอำเภอบ้านใหม่ทั้งหมด”
“อำเภอบ้านใหม่?” ยนตรชัยทวนชื่อสถานที่นั้นซ้ำๆ แล้วจู่ๆ ก็นึกอะไรออก สายตาจ้องตรงไปที่ฟีรัส
“ฉันจำได้ว่า ตอนฉวีวรรณไปสอนอาสาที่อำเภอบ้านใหม่แล้วหัวใจกำเริบ เหมือนจะใส่ขดลวดที่นั่นใช่ไหม?”
ฟีรัสมองยนตรชัยอย่างตกตะลึง
ในที่สุด…เขาก็นึกออกแล้วสินะ
