บท
ตั้งค่า

3

“หัวหน้าคะ ท่านรองประธานบริษัทเรียกพบค่ะ” มารียาที่กำลังนั่งทำงานอยู่ในห้องทำงานเงยหน้าขึ้นมองลูกน้องตัวเอง ก่อนพยักหน้าเป็นการรับรู้ แล้วลูกน้องสาวคนนั้นก็ถอยล่าออกไป

หญิงสาวขมวดคิ้วคิดอย่างไม่เข้าใจ เคลวินมีธุระอะไรกับเธอจึงได้เรียกพบในช่วงบ่ายๆ เช่นนี้ ทั้งที่เธอพยายามจะหลบหน้าเขามาตั้งแต่เมื่อสองวันก่อนที่บังเอิญได้รู้ความจริงว่าที่แท้เขาเป็นเกย์ ไม่ใช่ผู้ชายอย่างที่เธอแอบหลงรักมาตลอดหลายปี มันยังทำใจไม่ได้นี่นา! ที่เพิ่งมารู้ว่าคนแอบชอบมาตั้งหลายปีเป็นเกย์ เธอไม่บ้าก็บุญแล้ว!

ก๊อกๆๆ

“ขออนุญาตค่ะ” เสียงหวานดังขึ้นหลังจากเคาะประตูตามมารยาท

“เชิญครับ” เจ้าของห้องเอ่ยปากอนุญาตเป็นที่เรียบร้อย มารียาก็เปิดประตูเข้าไป แล้วก็พบว่าตอนนี้เคลวินไม่ได้อยู่ตามลำพังในห้อง แต่ยังมีพี่สาวของเขานั่งอยู่ด้วยอีกคน

“สวัสดีค่ะคุณมารียา” คาร์ลี่เอ่ยทักทาย

“สวัสดีค่ะ” มารียายิ้มแห้งๆ กลับไป ด้วยไม่อาจฝืนให้ตัวเองร่าเริงได้ ไม่ได้จริงๆ ในสถานการณ์เช่นนี้ แล้วลูกสาวคนโตของเวนเดล แมคไรลีย์ก็สังเกตเห็นร่องรอยความไม่สดใสนั้น

“เอ๊ะ! คุณไม่สบายหรือเปล่าคะ? หน้าตาดูไม่สดใสเลย”

“นั่นสิ คุณเป็นอะไรหรือเปล่า? ช่วงนี้ผมแทบไม่ได้เจอคุณเลย” เคลวินเอ่ยสำทับอย่างเห็นด้วย ก็ปกติมารียาจะต้องแวะมาชวนเขาไปทานข้าวกลางวัน หรือไม่ก็ไปทานอาหารเย็นด้วยกัน หรือไม่ก็หาเรื่องขึ้นมาพบเขาตลอดเวลาที่เธอว่าง แต่ 2 วันมานี่เธอหายหน้าไป มันเป็นเรื่องแปลกมากๆ เลยนะ

“ก็...ไม่มีอะไรค่ะ ช่วงนี้งานยุ่งๆ น่ะค่ะ” มารียาปดออกไปโดยใช้เรื่องงานมาอ้าง จะให้บอกเขาไปได้อย่างไรล่ะว่า ‘ร่างกายไม่ป่วยหรอกค่ะ แต่หัวใจนี่สิ...อาการย่ำแย่!’

“มีงานอะไรหรือ? ผมไม่เห็นรู้เลยว่าช่วงนี้เรามีงานที่ต้องเร่งทำ?” เคลวินเอ่ยถามอย่างแปลกใจ

“ก็... ช่างเถอะค่ะ” มารียาคร้านจะหาเหตุผลมาอธิบายให้เขาฟังจึงเอ่ยเปลี่ยนเรื่องเอาเสียเลย “ว่าแต่... คุณเรียกฉันมาพบ มีธุระอะไรหรือคะ?”

“นั่งก่อนสิคะ” คาร์ลี่เป็นคนเอ่ยเชิญ ก่อนที่มารียาจะหย่อนกายลงนั่งที่โซฟาเดี่ยวตรงข้ามกับเคลวิน โดยมีคาร์ลี่นั่งคั่นกลางอยู่ที่โซฟายาวเข้าชุดกัน “คือ...ฉันให้เคลตามคุณมาพบในวันนี้เพราะมีเรื่องบางอย่างอยากจะขอร้องให้คุณช่วยน่ะค่ะ”

“ขอร้อง?” มารียาเลิกคิ้วสูงอย่างแปลกใจกับคำพูดนั้น อีกฝ่ายเป็นถึงลูกเจ้าของบริษัทเชียวนะ แสดงว่าปัญหานั้นมันต้องใหญ่แน่ๆ แล้วเธอเป็นเพียงผู้จัดการทั่วไปจะมีปัญญาอะไรไปช่วยคาร์ลี่ได้?

“ค่ะ” คาร์ลี่ตอบด้วยน้ำเสียงมั่นคง ก่อนจะเอ่ยเสียงอ่อยเพื่อเกริ่นเปิดประเด็น “คือ...อย่างนี้นะคะ พ่อของฉัน...เวนเดล แมคไรลีย์ ท่านต้องการวางมือจากการทำธุรกิจ และต้องการให้น้องชายของฉันขึ้นมารับช่วงธุรกิจแทน แต่ปัญหามันอยู่ที่ว่าผู้ร่วมหุ้นส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วย เพราะเขายังไม่แต่งงาน คุณก็พอจะทราบใช่ไหมคะว่าทำไมพวกผู้ถือหุ้นถึงได้ให้ความสำคัญกับการแต่งงานนัก เพราะหากเรามีชีวิตแต่งงานที่ดี มันก็จะเป็นการการันตีว่ามีความสามารถพอที่จะบริหารบริษัท และอีกอย่าง... พวกเขาคิดว่าน้องชายฉันเป็นเกย์น่ะค่ะ ด้วยความที่หัวเก่าเลยไม่ค่อยยอมรับเรื่องเพศที่แตกต่างนี้เท่าไหร่ รวมถึง... ตอนนี้พ่อของฉันกำลังจะลงแข่งขันชิงตำแหน่งสำคัญทางการเมืองตำแหน่งหนึ่งอยู่ แต่โชคร้ายที่พรรคนั้นมีนโยบายไม่เห็นด้วยกับเพศที่สามน่ะค่ะ”

“แล้ว...ผู้จัดการทั่วไปอย่างฉันจะสามารถช่วยอะไรในเรื่องนี้ได้ล่ะคะ?” สาบานได้ว่ามารียาไม่ได้ตั้งใจจะประชดใครเลยนะจริงๆ เพียงแต่เธอสงสัยเท่านั้นเองว่าคนอย่างเธอจะช่วยอะไรในเรื่องนี้ได้ ในเมื่อคาร์ลี่กับเคลวินยังไม่มีปัญญาจะจัดการเลย จะว่าไปแล้วตรรกะของพวกผู้ถือหุ้นนี่ก็แปลกๆ นะ ไม่ยอมรับให้เคลวินขึ้นมาบริหารบริษัทเพียงเพราะเขาเป็นเกย์ ที่ไม่ได้แต่งงานกับผู้หญิง เท่านั้นเองหรือ? แปลกๆ จริงเชียว! แล้วไหนจะคุณเวนเดลนั่นอีก คิดยังไงถึงได้จะเข้าร่วมพรรคการเมืองที่มีนโยบายเหยียดเพศอย่างนั้นนะ!?

“ก็แค่... ช่วยแต่งงานกับน้องชายของฉันน่ะค่ะ” คาร์ลี่หลุดปากออกมาเสียงอ่อย

“หา!?” แต่นี่สิอุทานเสียงดังของจริง เมื่อมารียาแทบจะลุกจากโซฟาที่นั่งอยู่อย่างตกใจ เมื่อวันก่อนว่าช็อกมาพอแล้วที่บังเอิญได้รู้ว่าเคลวินเป็นเกย์ แต่วันนี้ช็อกมากกว่าที่ถูกขอร้องให้แต่งงานกับเกย์ ซึ่งก็คือคนที่เธอแอบชอบและยังตัดใจจากเขาไม่ได้ แต่พอรู้ว่าหลุดกิริยาที่ไม่งามไป หญิงสาวก็รีบสำรวมก่อนเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงสุขุมมากขึ้น “แล้ว... ทำไมต้องเป็นฉันล่ะคะ?”

“ก็เพราะคุณเป็นผู้หญิงที่เก่งและมีความสามารถไงล่ะคะ” คาร์ลี่ตอบด้วยรอยยิ้ม ไม่ได้ตั้งใจยกยอปอปั้นมารียาเกินไปเลยนะ แต่สิ่งที่เห็นน่ะมันเป็นเช่นนั้นจริงๆ หลังจากที่สอบถามจากเคลวินและพนักงานคนอื่นๆ ที่ได้ทำงานใกล้ชิดกับผู้หญิงตรงหน้านี้แล้ว คาร์ลี่ก็มั่นใจนักว่าเธอคนนี้แหละ...เหมาะสมกับตำแหน่งน้องสะใภ้กำมะลอมากที่สุด “คุณได้รับความไว้วางใจจากผู้จัดการทั่วไปคนก่อน ในการมอบหมายงานต่อให้กับคุณ และคุณก็สามารถทำหน้าที่นั้นได้อย่างสมบูรณ์แบบทั้งที่อายุยังน้อย ทำให้คุณเป็นคนที่น่าสนใจและเหมาะสมที่สุดในสถานการณ์เช่นนี้ เพราะคุณจะสามารถช่วยเสริมสร้างความน่าเชื่อถือให้กับน้องชายของฉันได้ค่ะ แล้วก็... ช่วยให้พ่อของฉันไม่ถูกคนในพรรคหาว่ามีลูกชายเป็นเกย์ จนไม่เหมาะสมที่จะเป็นตัวแทนพรรคลงชิงตำแหน่งนั้นได้อีกด้วยนะคะ”

“แต่ฉันก็ยังไม่เห็นว่า...” มารียาพยายามจะเอ่ยแย้ง เธอเหมาะสมเพียงเพราะหน้าที่การงานและประสิทธิภาพในการทำงานเท่านั้นหรือ?

“ถือว่าผมขอร้องเถอะนะ... มารียา” คราวนี้เสียงทุ้มนุ่มสะท้านสะเทือนใจช่วยหยุดการโต้แย้งของเธอเอาไว้ได้ คนที่ถูกขอร้องนั่งเงียบด้วยไม่รู้จะพูดสิ่งใด

“นะคะ...” คราวนี้คาร์ลี่ต้องร่วมวงขอร้องเสียงหวานด้วยอีกคน

“แต่ว่า... พวกผู้ถือหุ้นจะเชื่อหรือคะว่าฉันกับน้องชายของคุณแต่งงานกันจริงๆ?” นี่ล่ะคือสิ่งที่มารียายังห่วงอยู่ ก็เห็นๆ อยู่ว่าเธอกับเคลวินไม่ได้คบกัน ที่จริงเธออยากจะคบนะ... แต่ฝ่ายชายนี่สิไม่อยากคบเธอเอง แล้วอยู่ๆ มาแต่งงานกันอย่างนี้ใครเขาจะเชื่อเล่า?

“ต้องเชื่อสิคะ เราจะบอกว่าคุณกับน้องชายของฉันคบกันมานานแล้ว และเก็บไว้เป็นความลับเพราะกลัวว่าคนจะครหาว่าคุณได้งานเพราะเป็นแฟนลูกเจ้าของบริษัท” คาร์ลี่เตรียมทางหนีทีไล่ไว้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว “เชื่อเถอะค่ะว่าแผนนี้เวิร์กแน่ๆ เพราะนอกจากจะช่วยลบข้อกล่าวอ้างที่ว่าน้องชายฉันไม่เหมาะสมกับการบริหารบริษัทเพียงเพราะยังไม่ได้แต่งงานแล้ว ก็ยังจะช่วยลบคำครหาที่ว่าน้องชายของฉันเป็นเกย์ได้อีกด้วยนะคะ”

“เอ่อ... แต่การแต่งงานนี่มันเป็นเรื่องใหญ่นะคะ” มารียาพยายามจะแย้ง ก็แหม...จะแต่งงานทั้งทีของแต่งกับคนที่เธอรักและรักเธอไม่ได้หรือไร? นี่นอกจากเขาจะไม่รักแล้ว...คงยังจะรังเกียจอีกมั้งเนี่ย! แล้วมันก็เป็นชื่อเสียงทั้งหมดของเธอเลยนะ หากแต่งแล้วหย่าน่ะใครเขาจะมองอย่างไรเล่า?

“ฉันไม่ได้ให้คุณเอาชีวิตมาผูกอยู่กับน้องชายฉันตลอดไปหรอกค่ะ” คาร์ลี่เอ่ยสรุป “แค่แต่งงานกับเขาสักปีนึง แล้วค่อยหย่ากันเมื่อครบกำหนดก็ได้”

“แต่ว่า...” คนที่ถูกขอร้องยังพยายามจะขัด คงไม่มีใครอยากเป็นแม่หม้ายผัวหย่าหรอกนะ คงจะต้องมีคำถามตามมาแน่ๆ ว่าทำไมถึงหย่า และบทสรุปก็ตกอยู่ว่าเธอไม่มีปัญญาทำให้สามีรักสามีหลงน่ะสิ

“นะคะ... ฉันไม่ได้ให้คุณช่วยฟรีๆ หรอกนะ ฉันจะจ่ายค่าน้ำใจครั้งนี้ห้าหมื่นดอลลาร์ค่ะ” คาร์ลีเสนอม แล้วก็ได้เห็นดวงตาของมารียาที่เบิกกว้าง

‘ห้าหมื่นดอลลาร์!!!! เดี๋ยวๆ นะ มันเท่ากับเท่าไหร่นะถ้าเทียบกับเงินไทย’ มารียาถามตัวเองในใจเป็นพัลวัน หัวคำนวณที่ไม่ค่อยจะได้เรื่องเมื่อครั้งเรียนมัธยมเริ่มแล่นอย่างรวดเร็ว ‘ล้านกว่าบาท! ล้านกว่าบาทกับการแต่งงานปีเดียวนะ!?’

“เอ่อ...คือฉันไม่ได้ตั้งใจจะใช้เงินฟาดหัวคุณนะคะ” คาร์ลี่รีบบอกเมื่อเห็นท่าทางช็อกตาตั้งของมารียา “ฉันแค่อยากจะตอบแทนน้ำใจของคุณ เลยคิดว่าควรจะตอบแทนด้วยเงินเล็กๆ น้อยๆ ซึ่งมันคงเทียบไม่ได้กับความช่วยเหลือของคุณน่ะค่ะ”

“เรื่องนี้... คงต้องขึ้นอยู่กับน้องชายของคุณล่ะค่ะว่าจะให้ฉันช่วยหรือเปล่า?” มารียายังคงไว้เชิงไว้เสียก่อน ถ้าตอบตกลงตอนนี้โดนมองว่าเป็นผู้หญิงหน้าเงินพอดี

ก็แหม... ตอนนี้ไร่ของเธอติดจำนองกับธนาคารยังหาเงินไถ่ไม่ได้ ส่วนแม่ก็กำลังป่วยเป็นโรคเนื้องอกในสมอง น้องก็กำลังเรียน เงินล้านกว่าบาทช่วยครอบครัวเธอได้ตั้งเยอะเชียวนะ แล้วนี่...ก็ฝ่ายนั้นเขาก็เป็นคนเสนอมาเองเสียด้วย เธอไม่ได้เรียกร้องอะไรเลยสักนิด อีกอย่างนะ...ถึงแม้ว่านี่จะเป็นเพียงการแต่งงานในนามเท่านั้น แต่มันก็เป็นโอกาสดีที่เธอจะได้ใกล้ชิดกับคนที่เธอรักไม่ใช่หรือ? ต่อให้เขาจะเป็นเกย์หรือไบหรืออะไรก็ช่างเถอะ เธอรักในสิ่งที่เป็นเขานี่...จะมาเลิกรักเพียงเพราะเขาเป็นเกย์ได้อย่างไรล่ะ?

“แน่นอนสิครับ ว่าอยากให้ช่วย” เคลวินเลยเป็นคนยืนยันอย่างหนักแน่นเสียเลย และนั่นก็เรียกประกายตาสดใสให้กับมารียา

อย่างน้อย... เธอก็จะเป็นเพียงผู้หญิงคนเดียวในชีวิตของเคลวินที่ได้ใกล้ชิดเขาที่สุดล่ะนะ เพราะคนอื่นเป็นผู้ชายหมด เฮ้อ!

“ก็ได้ค่ะ” มารียาเอ่ยขึ้นหลังจากเงียบไปนาน ทิ้งให้สองศรีพี่น้องนั่งลุ้นตัวโก่งอยู่ข้างๆ ความจริงแล้วเธอตัดสินใจตั้งนานแล้วล่ะว่าจะรับงานนี้ ไม่ใช่เพราะเงินห้ามหื่นดอลลาร์นั่นหรอกนะ แต่เป็นเพราะแม่ที่กำลังป่วย และเคลวินสุดที่รักของเธอที่กำลังลำบากต่างหากล่ะ

“ถ้างั้น... เรามาเซ็นสัญญากันดีกว่านะคะ” คาร์ลี่ดึงเอกสารบางอย่างออกมาจากแฟ้มที่อยู่บนโต๊ะกระจกเตี้ยๆ หน้าโซฟา ซึ่งมารียาไม่ทันได้สังเกตเห็นในตอนแรก “นี่ค่ะ สัญญาว่าคุณจะแต่งงานกับน้องชายของฉันเป็นเวลาหนึ่งปี” เมื่อเห็นสีหน้าไม่สบายใจของมารียา คาร์ลี่ก็รีบเอ่ยแก้ความเข้าใจผิดให้ “คือ... ไม่ใช่ว่าฉันไม่ไว้ใจคุณหรืออะไรหรอกนะคะ แค่คิดว่าเราควรจะทำอะไรเป็นลายลักษณ์อักษรเพื่อเอาไว้ยืนยันกับพ่อน่ะค่ะ ว่าตอนนี้คุณรับปากจะแต่งงานกับลูกชายของท่านจริงๆ”

มารียายิ้มปลอบใจอีกฝ่าย ก่อนหยิบปากกาที่เคลวินยื่นให้มาเซ็นชื่อลงในสัญญาที่ว่านั้นโดยไม่ได้อ่านรายละเอียดไต่ตรองอะไรให้ถี่ถ้วน เพราะคิดว่าอีกฝ่ายเป็นถึงเจ้าของบริษัทจะมาโกงอะไรกับผู้หญิงตัวเล็กๆ ที่ไม่มีอะไรให้เขาเอาเปรียบได้เช่นเธอกันเล่า?

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel