1
“มารียา”
“คะ?” หญิงสาวที่กำลังควบคุมการเตรียมการจัดส่งเสื้อผ้าเซ็ตใหญ่ที่จะส่งให้กองถ่ายภาพยนตร์เรื่องหนึ่งอยู่ เมื่อหญิงสาวหันมาก็พบกับรองประธานบริษัทสุดหล่อที่มายืนอยู่ข้างหลังเธอนี่เอง
“เรียบร้อยไหม?” ชายหนุ่มถามต่อ
“เรียบร้อยค่ะคุณเคลวิน” เธอตอบพร้อมรอยยิ้มมั่นๆ ตามแบบฉบับของเธอเอง “แล้วนี่คุณเคลวินกำลังจะออกไปทานอาหารหรือคะ?”
“ใช่” รองประธานหนุ่มตอบแล้วส่งสายตาเจ้าเสน่ห์ให้เธออย่างที่เขามักจะทำออกมาโดยไม่รู้ตัวทุกครั้งที่คุยกับผู้หญิง “ไปด้วยกันไหม? ผมไม่มีเพื่อนทานข้าวเที่ยงพอดี”
“แหม...รองประธานบริษัทเชิญทั้งที ฉันจะปฏิเสธได้หรือคะ?” หญิงสาวตอบยิ้มๆ ก่อนเดินตามเขาไปขึ้นรถยนต์ที่คนขับรถส่วนตัวของเขาเคลื่อนมาจอดให้ที่ตรงหน้าบริษัท ชายหนุ่มเปิดประตูด้านหลังให้เธอเข้าไปนั่งก่อน แล้วเดินตามเข้าไป
มารียา รัตนาวัฒน์ สาวไทยตัวเล็กๆ คนหนึ่งได้รับเงินทุนให้เปล่าจากบริษัทอาร์ทิสติกแอทแทร์จำกัด ในการเรียนปริญญาตรีด้านการบริหารจากมหาวิทยาลัยชื่อดังแห่งหนึ่งในอเมริกา
บริษัทอาร์ทิสติกแอทแทร์ตั้งอยู่ที่ฮอลลีวู้ด เป็นบริษัทที่รับออกแบบและผลิตเสื้อผ้าสำหรับกองถ่ายต่างๆ ที่มีเงินพอที่จะจ้างให้พวกเขาออกแบบและผลิตให้ ที่บริษัทแห่งนี้มีดีไซเนอร์ฝีมือดีที่สามารถออกแบบชุดให้ตรงตามความต้องการของผู้ว่าจ้าง และแน่นอนว่ามีนักตัดเย็บฝีมือเยี่ยม เป็นที่ขนานนามถึงของบรรดาผู้จัดกองภาพยนตร์และซีรีย์ต่างๆ เพราะนอกจากจะทำงานได้อย่างรวดเร็วและมีคุณภาพแล้ว ชุดแต่ละชุดยังสวยงามจนเป็นที่กล่าวขวัญถึงรองลงมาจากบทภาพยนตร์และนักแสดงอีกด้วย จึงไม่แปลกที่จะสามารถดำรงอยู่ได้มาจนถึงยี่สิบกว่าปีเช่นนี้
มารียาแอบหลงรักเคลวินมาตั้งแต่เธอเริ่มเรียนมหาวิทยาลัย เพราะเคลวิน แมคไรลีย์ ผู้เป็นรองประธานบริษัทอาร์ทิสติกแอทแทร์ เป็นอาจารย์พิเศษที่เข้ามาบรรยายในวิชาการบริหารธุรกิจที่เธอต้องลงเรียน และก็ได้เขานี่แหละเป็นที่ปรึกษาวิจัยจบปริญญาตรีให้เธอ หลังจากนั้นหญิงสาวก็ทำงานพาสท์ไทม์ที่บริษัทแห่งนี้ไปด้วย และเรียนปริญญาโทไปด้วยจนจบ และก็ได้เขาอีกนั่นแหละเป็นที่ปรึกษาสำหรับวิทยานิพนธ์จบให้กับเธออีกด้วย เคลวินให้ความเป็นกันเอง เป็นเหมือนพี่ชายที่ไม่เคยถือตัวกับเธอ
ที่ยิ่งไปกว่านั้นนะ...เคลวินน่ะมีเสน่ห์ดึงดูดเพศตรงข้ามอย่างร้ายกาจ เขามีรอยยิ้มและแววตาที่สามารถละลายใจสาวๆ ทุกคนที่ผ่านมาพบเจอได้ แล้วอย่างนี้เธอจะห้ามใจไม่ให้หลงรักเขาได้อย่างไรกันเล่า? มารียาเป็นโรคประหลาดอย่างหนึ่ง คือโรคแพ้ผู้ชายที่มี Sex appeal หรือที่เรียกว่าแรงดึงดูดทางเพศนั่นเอง รวมไปถึงผู้ชายที่มีแนวหนวดเคราขึ้นให้เห็นเป็นร่องรอยแต่ไม่รุงรังด้วย รู้อยู่หรอกว่าเขาเป็นเหมือนเสือร้ายใช้ผู้หญิงเปลืองเป็นว่าเล่น
‘แต่ก็นะ...คนรักห้ามได้ไหม? ใจมันรักห้ามไม่ไหว เปิดใจได้ไหมคนดี’ หญิงสาวครวญเพลง ‘คนมันรัก’ ของไอซ์ ศรัญญูในใจเสียเลย ก็แหม...แอบรักมาตั้งนานแต่เขายังไม่เคยเปิดใจเลยสักทีนี่นา
เคลวินเหลือบตามองผู้หญิงที่นั่งอยู่ข้างๆ ด้วยความหนักใจนิดๆ เขาดูออกหรอกว่าเธอคิดอย่างไรกับเขา แต่เขาไม่ได้คิดอะไรอย่างนั้นกับเธอเลยนี่นา เขามองเธอเป็นเหมือนน้องสาวคนหนึ่ง แม้ว่าหญิงสาวจะเป็นคนที่สวยในแบบที่หาตัวจับยาก แถมยังเก่งไปเสียทุกอย่างทั้งในเรื่องการทำงาน เรื่องการวางตัว และยังฉลาดเป็นกรดอีกต่างหาก เรียกว่ารวมๆ แล้วดูเป็นสาวมั่นเก่งไปเสียหมดก็เถอะนะ แต่เขามันเป็นผู้ชายประเภทที่ชอบผู้หญิงหัวอ่อนๆ หวานๆ ใสๆ เสียมากกว่า ดังนั้นความรู้สึกที่เขามีต่อเธอได้ก็เพียงน้องสาวเท่านั้น
มารียาเดินมาจากห้องพักของตัวเองในอพาร์ทเม้นท์กลางเก่ากลางใหม่แห่งหนึ่งในเช้าวันต่อมา ที่ดูจากสภาพแล้วคงไม่แพงเท่าไหร่นักเมื่อเทียบกับอพาร์ทเม้นท์อื่นๆ ในแถบนี้ ก็แหม...เธอเป็นเพียงลูกสาวชาวไร่ที่บังเอิญได้ทุนให้เปล่าจากบริษัทอาร์ทิสติกแอทแทร์เพื่อเรียนต่อระดับปริญญาตรี และเก็บเงินส่งตัวเองเรียนจนจบปริญญาโทเท่านั้น ทุกวันนี้แม่ของต้องเอาไร่ที่มีเนื้อที่ประมาณ 3 ไร่ ไปจำนองกับธนาคารเพื่อส่งเงินบางส่วนมาให้เธอขณะที่เธอกำลังเรียนอยู่ ส่วนอีกส่วนก็ส่งน้องชายคนเดียวของเธอเรียน ดังนั้นสิ่งใดที่เธอพอจะประหยัดได้... เธอก็จะประหยัดเพื่อเก็บออมเงินแล้วก็ส่งให้แม่ จริงอยู่... เงินที่เธอเก็บได้ที่นี่อาจจะเป็นเพียงเศษเงินเล็กน้อย แต่ว่าเมื่อนำไปแลกเป็นเงินไทยแล้วมันก็มากโขอยู่นะ แล้วไหนช่วงนี้แม่จะป่วยเป็นโรคเนื้องอกในสมองที่ต้องรับการผ่าตัดด่วนอีก เธอยังไม่รู้เลยว่าจะเอาปัญญาที่ไหนหาเงินค่าผ่าตัดให้แม่
‘คิดแล้วก็...เฮ้อ! เหนื่อยจายยยย’ หญิงสาวแอบบ่นกับตัวเองในใจขณะก้าวลงจากรถเมล์ที่มาจอดเทียบที่ป้ายรถเมล์ซึ่งอยู่ใกล้บริษัทที่เธอทำงานอยู่ที่สุดแล้ว
เท้าเล็กๆ ที่อยู่ในรองเท้าส้นสูงสีดำ มีเสื้อเป็นผ้าลื่นๆ คอวีสีขาวอยู่ภายใต้เสื้อสูทสีดำเข้ารูป กับกางเกงขายาวสีดำที่ทำให้มารียาดูเป็นหญิงสาวทันสมัยยิ่งขึ้น หญิงสาวก้าวฉับๆ อย่างมั่นคงบนส้นสูงแหลมปรี๊ดนั้น ตัดไปตามซอกมุมตึกเพื่อที่จะเดินไปถึงยังบริษัทให้เร็วที่สุด และทันทีที่เธอเดินออกไปพ้นตรอกเล็กนั่น ก้วขึ้นบนบาทวิถีข้างหน้า เธอก็ได้ยินเสียงร้องให้ช่วยของผู้หญิงคนหนึ่งดังมาให้ได้ยินจากไกลๆ
“ช่วยด้วยค่ะ! โจรกระชากกระเป๋า!” เนื่องจากช่วงนี้เป็นช่วงเช้าตรู่เอามากๆ จึงไม่แปลกที่ถนนเส้นนี้จะไม่ค่อยมีคนพลุ่กพล่าน
มารียาหันไปตามเสียงร้องนั้นแล้วก็พบว่าผู้ชายที่มีหน้ากากสีดำอำพรางใบหน้ากำลังวิ่งมาทางเธอ หญิงสาวเอาตัวเข้าขวางอย่างไม่กลัวตาย เมื่อต่อมความดีเริ่มทำงาน เท้าบางยื่นไปข้างหน้าขัดขาไอ้โจรร้ายจนล้มกลิ้ง ก่อนวิ่งเข้าไปจะฉวยกระเป๋าจากมือของเขา แต่โจรกระชากกระเป๋าก็ไม่ยอมง่ายๆ ขืนยอมก็เสียชื่อโจรหมดน่ะสิ!
“นี่! ปล่อยนะ! เอามานี่!” หญิงสาวพยายามยื้อแย่งกระเป๋าออกมาจากมือของโจรคนนั้น แต่มันก็ไม่ยอม ลุกขึ้นมาเผชิญหน้ากับเธอเสียอีก
“ปล่อย! นังนี่รนหาเรื่องจริงเชียว!” ว่าด้วยน้ำเสียงเหี้ยมๆ นั่นแล้ว โจรร้ายก็เหวี่ยงร่างบางของมารียาจนไปกองกับพื้นซีเมนต์ ดีนะที่พื้นไม่เปียก ไม่อย่างนั้นเธอจะเล่นงานมันให้หนักทีเดียว
“หน็อย!!! ลองดีกับคนอย่างมารียางั้นเหรอ!?” หญิงสาวเข่นเขี้ยวตามหลังมันไป ก่อนจัดการถอดรองเท้าส้นสูงข้างหนึ่งปาไปโดนหลังมันจากรวดเร็ว แต่ก็ไม่อาจหยุดการเคลื่อนไหวของมันได้ ข้างต่อมาจึงถูกเธอปาเต็มแรงไปติดหัวมันเต็มๆ จนมันเซลุ่นๆ ไปข้างหน้า หญิงสาวเร่งฝีเท้าไปจนทันเมื่อมันยังไม่ทันตั้งตัว วาดข้อเท้าเตะป้าบเข้าที่จุดยุทธศาสตร์ของเพศชายอย่างเต็มแรง
“อ๊ากกกก!!!” มันร้องโหยหวนก่อนล้มไปนอนกองกับพื้นในสภาพที่กุมเป้าตัวเองไว้แน่น ใบหน้าที่โผล่พ้นส่วนที่เป็นหน้ากากเขี้ยวคล้ำเพราะความจุก
“หึ! รู้จักมารียาน้อยไปซะแล้ว!” หญิงสาวยืนค้ำหัวดูหมิ่นโจรที่เสียท่าให้กับเธอ แล้วดึงกระเป๋าใบหรูของผู้หญิงออกมาจากมือของมัน ก่อนที่หญิงเจ้าของกระเป๋าจะวิ่งมาพร้อมๆ กับผู้ชายตัวโตๆ ที่เหมือนจะเป็นบอดี้การ์ดของเธอคนหนึ่ง
“ล็อกตัวมันไว้” หญิงคนนั้นสั่งการก่อนหันมาหาคนที่ช่วยเหลือเธอไว้ “ขอบคุณคุณมากนะคะที่ช่วยเอาไว้”
“ไม่เป็นไรหรอกค่ะ” มารียายิ้มให้ด้วยความจริงใจ ก่อนยื่นกระเป๋าคืนให้กับเจ้าของ แล้วเดินไปเก็บรองเท้าตัวเองมาสวมให้เรียบร้อย การยืนโดยปราศจากรองเท้าทำให้เธอเตี้ยไปถนัดตา ก็แหม...เธอเป็นหญิงไทยตัวเล็กนิดเดียวนี่นา เขาไม่ได้เรียกเตี้ยหรอก เรียกว่าขนาดพกพาต่างหาก!
“เอ่อ...ไม่ทราบว่าคุณชื่ออะไรคะ?” หญิงคนนั้นเอ่ยถาม มารียาประเมินจากสายตาแล้วเธอคงอายุราวๆ สามสิบกลางๆ นะ แต่ก็ดูสวยสง่าอย่างที่ใครๆ ต้องนึกอิจฉาเชียวล่ะ!
“มารียาค่ะ”
“มาเรีย?” หญิงคนนั้นทวนชื่อของเธอ เนื่องด้วยมันช่างคล้ายคลึงกับชื่อ ‘มาเรีย’ ในภาษาอังกฤษยิ่งนัก แต่เจ้าของชื่อกับส่ายหน้าแล้วย้ำชัดๆ
“มา...รี...ยา...ค่ะ” คราวนี้เจ้าของชื่อเน้นทีละพยางค์เลยทีเดียว ก็แหม...ชื่อมาเรียน่ะ ถ้าเทียบกับชื่อไทยก็โหลพอๆ กับสมหญิงเลยนะ เธออยากมีชื่อที่เป็นเฉพาะตัวนี่นา
“โอเคค่ะ” หญิงคนนั้นรับคำด้วยรอยยิ้ม ก่อนเอ่ยต่อ “งั้น...ให้ฉันเลี้ยงอาหารสักมื้อตอบแทนที่คุณช่วยฉันไว้ได้ไหมคะ?”
“เอ่อ...” มารียาทำเสียงฮึมฮัมในลำคอพลางยกนาฬิกาข้อมือขึ้นมอง “ดิฉันว่าเอาไว้วันหลังดีกว่านะคะ พอดีฉันต้องรีบไปทำงานแล้วล่ะค่ะ เดี๋ยวจะสาย”
“แล้ว... ฉันจะติดต่อคุณได้อย่างไรคะ?” หญิงคนนั้นยังคงถามต่อ มารียาล้วงเอาบางอย่างในกระเป๋าถือของตัวเอง ก่อนยื่นกระดาษแผ่นเล็กๆ แผ่นหนึ่งให้เธอ
“นี่เป็นนามบัตรของฉันค่ะ ถ้าคุณมีอะไรก็ติดต่อตามเบอร์โทร.นั้นได้เลย” มารียาบอกอย่างนั้นก่อนเอ่ยขอตัว เมื่อใกล้จะเลยเวลาที่ตั้งมั่นกับตัวเองว่าจะไปให้ถึงบริษัทเสียแล้ว “ยังไงฉันขอตัวก่อนนะคะ”
หญิงสาวแปลกหน้าคนนั้นเพียงแต่ยิ้มให้คนที่ช่วยเหลือตัวเองไว้ มารียายิ้มตอบก่อนเดินจากไป โดยไม่ได้เอะใจเลยว่าผู้หญิงคนนั้นช่างมีใบหน้าละม้ายกับใครบางคน ก็... เธอห่วงแต่ว่าจะเดินไปให้ถึงบริษัทตามเวลาที่เธอไปถึงเหมือนทุกๆ ทีนี่นา
แล้วตอนบ่ายวันเดียวกันนั้น... เธอก็ได้พบกับหญิงแปลกหน้านั่นอีกครั้ง เธอมาปรากฏตัวที่หน้าบริษัทในจังหวะที่มารียากำลังจะเดินผ่านไปพอดี
“คุณมารียา!” เจ้าของชื่อชะงักเท้าก่อนหันกลับไปมองคนที่เรียกเธอ
“อ้าว! คุณนั่นเอง” เธอเดินย้อนกลับมาเพื่อพูดคุยกับผู้หญิงคนดังกล่าว
“เมื่อเช้าฉันยังไม่ได้แนะนำตัวเลยนะคะ ฉันชื่อคาร์ลี่ แมคไรลีย์ค่ะ”
“คาร์ลี่...แมคไรลีย์?” มารียาทวนชื่อของหญิงสาวตรงหน้าช้าๆ แล้วก็พยายามนึกว่าผู้หญิงคนนี้เป็นอะไรกับรองประธานหนุ่มสุดหล่อหลอกล่อใจของเธอกันนะ? คง... ไม่ได้เป็นภรรยาของเคลวินหรอกนะ!!! “เอ่อ...คุณเป็นอะไรกับคุณเคลวินเหรอคะ?”
“ฉันเป็นพี่สาวของนายเคลค่ะ” คาร์ลี่ตอบคำถามด้วยรอยยิ้มเป็นมิตร และก็ได้เห็นสีหน้าโล่งใจจากมารียาจนเธออดนึกขำไม่ได้ ผู้หญิงตรงหน้าคงแอบชอบน้องชายเธออยู่ล่ะสิ “พอดีฉันมาหาเคลน่ะค่ะ”
“งั้น...เดี๋ยวฉันพาขึ้นไปเองค่ะ!” มารียาอาสาอย่างขันแข็ง เอาน่า... ก็พยายามอ่อยเขามาตั้งหลายปี เขาก็ไม่เล่นด้วยเสียที งานนี้คงต้องใช้ตัวช่วยอย่างพี่สาวของเขาดูบ้าง เผื่อจะได้ใกล้ชิดเขามากขึ้น แหม... สวรรค์ช่างเป็นใจจริงๆ ที่คนซึ่งเธอช่วยเหลือไว้เมื่อเช้า เป็นพี่สาวคนสวยของเคลวิน งานนี้ง่ายขึ้นเยอะ ‘เคลวินจ๋า...รอจิลอีกแป๊บนะ จิลจะทำให้เคลวินเป็นของจิลอย่างสมบูรณ์แน่ๆ’
