2 ข้อกล่าวหา (5)
แต่ดูว่าชายหนุ่มจะใจร้ายกับบรรดาหญิงสาวเหล่านี้เหลือเกิน เขาไม่ชายตาไปมองซะด้วยซ้ำ
“ไหนล่ะคนร้าย?” โซราฟมองทุกคน ก่อนหยุดสายตาที่เด็กน้อยหน้าตามอมแมมซึ่งดูเผิน ๆ เหมือนเด็กผู้ชาย
“เจ้าอีกแล้วรึ?”
“ไม่ใช่ขอรับ แต่เด็กคนนี้เป็นญาติของหัวขโมย” พอพ่อบ้านผลักหลังเด็กน้อยวัยสามขวบที่อมนิ้วและยังร้องไห้โยเย นายหมวดโซราฟถึงกับชะงัก ก่อนมองหน้าท่านพ่อบ้าน
“นี่ท่านล้อข้าเล่นรึ?”
“หามิได้ขอรับ เด็กน้อยคนนี้ขโมยเงินของแม่บ้านเราไป”
ผู้รักษาความสงบสุขกลอกตาไปมา “เด็กตัวแค่นี้ไม่น่าจะทำเช่นนั้นได้”
“เรื่องนี้เกิดขึ้นแล้วขอรับนายหมวด กระผมเป็นพยานได้ และกระผมต้องการให้ท่านจัดการเรื่องนี้อย่างเป็นธรรมที่สุด มิใช่เข้าข้างคนผิด”
นายหมวดโซราฟมองหน้าเด็กหญิงตัวน้อยหน้าตามอมแมมที่ร้องไห้สะอึกสะอื้นจนน่าสงสาร เขาไม่อยากเชื่อว่าเด็กคนนี้จะเป็นหัวขโมย แต่ถ้าใช่... นี่จะเป็นหัวขโมยที่อายุน้อยที่สุดเท่าที่เขาเคยจับกุมตัวมาเลยล่ะ
“เช่นนั้น ข้าขอเชิญผู้ที่เกี่ยวข้องไปที่กระโจมทางการพร้อมกับเด็กคนนี้”
“อย่าเอาน้องของข้าไป ได้โปรดเถอะนายท่าน ซีร่าไม่ใช่ขโมย นางถูกใส่ร้าย” คามีเลียดึงชายเสื้อของนายหมวดโซราฟเพื่อวิวอนขอความเมตตา
“อย่าเพิ่งกังวลไป หากน้องของเจ้าไม่ผิด ก็ไม่มีใครทำอะไรน้องเจ้าได้ ข้าแค่ทำตามหน้าที่ หวังว่าเจ้าคงเข้าใจ”
สิ้นคำนายหมวดจึงยกหน้าที่ให้กับนายหมู่พาตัวซีร่ากลับไปยังกระโจมของทางการทันที
แน่นอนว่าคามีเลียมิอาจทัดทานการกระทำนี้ได้ นอกจากมองหน้าคนใจร้ายด้วยสายตาตัดพ้อ ก่อนวิ่งตามหลังม้าเร็วของนายหมวดโซราฟไป แต่นางก็วิ่งตามได้ไม่ไกลมาก เพราะฝีเท้าม้าของนายหมวดวิ่งได้รวดเร็วนัก ซ้ำยังทิ้งฝุ่นทรายไว้ข้างหลังจนนางไอออกมา
คามีเลียมองม้าสามตัวที่ควบไปจนลับสายตา สิ่งเดียวที่นางทำได้ในตอนนี้ก็คือ รีบกลับบ้านและนำเรื่องนี้ไปบอกให้นางโมน่าฟังเท่านั้น...
##### 3
ความยุติธรรม
ความวุ่นวายเกิดขึ้นกับครอบครัวของนางโมน่าทันทีเมื่อทราบเรื่องทั้งหมดจากคามีเลีย ว่าตอนนี้ซีร่าถูกเจ้าหน้าที่ทางการจับตัวไปด้วยข้อหา ‘ลักขโมย’ แต่คนที่อารมณ์เสียกับเรื่องนี้มากที่สุดกลับเป็นฮูด้า
“ข้าบอกเจ้ากี่ครั้งกี่หนแล้วโมน่า ว่านังเด็กเหลือขอจะสร้างปัญหาให้กับพวกเรา เจ้าดูเถิด แค่พาซีร่าออกจากบ้านวันเดียว ก็เกิดเรื่องวุ่นวายตามมา แบบนี้ใครจะรับผิดชอบล่ะ นังตัวซวยนี่จะทำอะไรได้ ลูกสาวเราต้องแย่แน่ ๆ”
ฮูด้าชี้หน้าคามีเลีย ซึ่งเด็กหญิงตัวน้อยรีบก้มหน้างุดทันที
“ไม่มีใครรับผิดชอบ นอกจากเราซึ่งเป็นพ่อแม่ ซีร่าคือลูกของเรา” นางโมน่าบอกด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“บางทีลูกสาวของเราอาจถูกตัดมือก็ได้” คนมองโลกในแง่ร้ายใส่ความกังวลให้ภรรยาสาวอีก
“ท่านเงียบก่อนได้มั้ย! ข้ากำลังใช้ความคิดอยู่ ยิ่งท่านพูด ข้ายิ่งคิดไม่ออก” โมน่าซึ่งนั่งกุมขมับทำหน้าดุใส่สามี พลางถอนหายใจเฮือกใหญ่ออกมาเมื่อคิดหาหนทางช่วยเหลือซีร่าไม่ได้
“ไม่มีใครช่วยเหลือเราหรอกโมน่า เราไม่มีเงิน เจ้าต้องตระหนักว่าความเป็นธรรมไม่มีในคนจน ลูกของเราต้องพิการแน่!”
“อย่าแช่งลูก! ซีร่าต้องปลอดภัย”
“ไม่มีใครรับประกันความปลอดภัยให้ลูกเราได้ทั้งนั้น” ฮูด้ากุมขมับอย่างร้อนใจเช่นกัน
พอเหลือบตาไปเห็นคามีเลียซึ่งยืนหน้าจ๋อย ยิ่งทำให้ระดับความหงุดหงิดเพิ่มมากขึ้น
“เพราะเจ้าคนเดียวนังเด็กเหลือขอ หากเจ้าไม่พาลูกข้าออกไปนอกบ้าน เรื่องเช่นนี้จะไม่มีวันเกิดขึ้น เจ้ามันตัวซวย ตัวอับโชค ถ่วงความเจริญของข้าจริงเชียว!”
ใช่แต่คำบริภาษ ฮูด้ายังคว้าแส้ม้ามาเฆี่ยนคามีเลียด้วย แต่นางโมน่าก็รีบเข้ามาห้ามและแย่งแส้ม้าเส้นนั้นมาครองไว้ได้
“อย่านะท่านพี่!”
“นี่เจ้าทำบ้าอันใดโมน่า!”
