ตอนที่ 9 ออกรบ2
หยางหลีหยุน
ภายในกระโจมของแคว้นฉิน
"ท่านแม่"
"ว่าอย่างไร"
"เหตุใดอยู่ๆท่านถึงไม่สบายเช่นนี้"
"ตัวข้าเองก็ไม่รู้เหมือนกันอาการปวดเมื่อย ตามร่างกายของข้าก็เกิดขึ้นมาเอง คงจะเป็นการเดินทาง ยาวนานเกินไปจึงทำให้รู้สึกเหนื่อยล้าและมีอาการแบบนี้"
"ท่านคงไม่มีอะไรปิดบังข้าหรอกนะ"
"เหตุใดข้าต้องปิดบังเจ้าด้วยเจ้าเป็นลูกของข้านะข้าไม่ปิดบังเจ้าหลอก"
"ท่านแม่ก็ทานยา ที่ท่านหมอเตรียมเอาไว้ให้ และก็ทานอาหารที่ลูกยกมาด้วยนะขอรับ"
"เข้าใจแล้วไม่ต้องห่วง"
"วันนี้ มีการฝึกซ้อมและมีการวางแผนที่จะสู้รบกับต่างแคว้น ถ้าท่านสามารถลุกไปได้ก็ไปนะขอรับถ้าไม่ไหวให้คนงานมาบอกข้าจะไปเองนะขอรับท่านแม่"
"เข้าใจแล้วอย่าห่วงไปเลย"
"งั้นลูกไม่กวนแล้ว ท่านแม่พักผ่อนเถอะนะ"
ข้ามองบุตรชายของตัวเองเดินออกไปจากกระโจมที่พักของตน ก่อนที่จะดื่มยาตามที่ท่านหมอสั่งเอาไว้และเตรียมเอาไว้ให้แกข้า ไม่คาดคิดว่า อาการโรคเก่านี้จะกำเริบขึ้นมา ตอนนั้นคิดว่ารักษาหายแล้ว แต่ไม่คิดเลยตอนนี้กลับมากำเริบขึ้นมาอีกครั้ง
"นายท่านหก ดื่มยาเถอะขอรับ"
"ขอบใจมาก"
"นายท่านจะได้พบคุณชายจริงหรือกับอาการป่วยของท่าน"
"เจ้าเงียบปากไปเสียอย่าให้เขารู้เรื่องนี้"
"แต่ว่า"
"ทำตามที่ข้าบอกไม่เช่นนั้นเจ้าจะได้กลับไปยังจวน และไม่ต้องติดตามข้าอีก"
"บ่าวแค่กลัวว่านายท่านหกจะ..."
"พอแล้วออกไปเถอะ"
"แต่ว่า..."
"ยานี้ข้าดื่มเองได้เจ้าออกไปเถอะ"
"ขอรับ"
ท่านหมอประจำตัวของข้าก็คอยดูแลเอาใจใส่อยู่เสมอแล้วตอนนี้อาการป่วยก็ดีขึ้นมาตามลำดับจนกระทั่งใกล้วันที่จะต้องออกรบ ตัวข้า ร่างกายที่พร้อมที่จะสู้รบแล้ว
"แผนการของเราเอาตามนี้"
"เข้าใจแล้ว เตรียมคนของเราให้พร้อมสำหรับการออกรบในครั้งนี้"
"แม่ทัพหลาน เจ้าไม่คิดหรือว่าเรื่องนี้มันง่ายเกินไปดูแล้วฝ่ายนั้นคงเตรียมการมาพร้อมแล้วจะยอมให้พวกเจ้า สู้รบได้ง่ายดายถึงเพียงนั้นเลยหรือ"
"ทำไม่ได้เป็นถึงแม่ทัพสักหน่อยเหตุใดถึงได้ย้อนแย้งความคิดขึ้นมาถึงเพียงนี้"
"รองแม่ทัพหง หากพวกท่านตั้งสติแล้วค่อยควรขึ้นมาสักนิดว่า คนเราเมื่อมีข้าศึกอยู่ประเทศชายแดนจะต้องทำ การวางแผนให้มันดีที่สุดเพื่อให้ประเทศตนเองหรือแคว้นของตนเองอยู่รอดปลอดภัยแต่นี่พวกเจ้าวางแผนเหมือนกับการ ที่จะไปดึงเอาเมืองของเขามาเป็นของตนได้ง่ายๆเช่นนี้ได้อย่างไร ตัวของข้าคิดว่ามันไม่ได้ง่ายดายถึงเพียงนั้น"
"คุณชายหยาง ท่านเป็นแค่เพียงตัวแทนที่มาร่วมรบในครั้งนี้ เหตุใดถึงมีความคิดที่แตกต่างจากคนอื่นๆนายทหารคนอื่นๆเล่า"
"ถ้าพวกท่านพาเหล่าทหารไปในศึกครั้งนี้พวกท่านจะพ่ายแพ้ แม้ว่าข้าจะเป็นเพียงตัวแทนพระองค์มาร่วมในศึกครั้งนี้ แต่ตัวข้ามีความสามารถมากพอที่จะวางแผนรอบคอบมากกว่านี้"
"แล้วเจ้ามีแผนการอะไรที่จะมาขัดแย้งกับแผนการของข้า"
"วิธีการนี้ เป็นวิธีการที่ทำให้ทั้งสองฝ่ายไม่ต้องมีใครต้องได้รับบาดเจ็บทั้งสิ้น"
"คำพูดของเจ้าดูเหมือนจะง่ายแต่มันยากมากที่จะทำให้ทั้งสองฝ่ายไม่เสียเลือดเนื้อกันเขาจะเอาตามแผนของข้าส่วนเจ้า อยากทําอะไรก็เชิญ"
"หาพวกเจ้าไปพบเจ้าจะต้องตาย แบบไม่ต้องฝังกันเลยทีเดียว พวกเจ้าทุกคนก็อยากกลับไปหาครอบครัวเหตุใดถึงต้องยอมเสียเลือดเสียเนื้อถึงเพียงนี้"
"หากเจ้าไม่ไปก็เรื่องของเจ้าพวกเราเตรียมตัวกันได้แล้ว"
"หลานหลิงอวี๋ เหตุใดถึงเป็นคนหัวรั้นเช่นนี้ ก็ไม่รู้เลยหรือว่าพวกเจ้าทุกคนกำลังจะไปตายกัน เหตุใดไม่เชื่อคำพูดของข้า"
"แล้วอย่างไร"
"ถ้าพวกเจ้าพร้อมที่จะตายก็เชิญ"
ข้าไม่ได้พูดอะไรต่อก่อนที่จะเดินออกไป ในศึกครั้งนี้ข้าว่าแผนการครั้งนี้จะล้มเหลวไม่เป็นท่าเพราะอีกฝ่ายนั้นมีกุนซือที่ชาญฉลาด และข้าเคยรู้จักเขามาก่อน ในช่วงนั้นหลังจากเลิกรากับหลานหลิงอวี๋ ข้าก็ออกท่องยุทธภพและได้เจอกับสหายผู้หนึ่งและข้าก็รู้ถึงความฉลาดปราดเปรื่องของเขา และข้าก็ได้พบเขาอีกครั้งเราทั้งสองฝ่ายต่างอยู่คนละแคว้นคนละฝั่งข้าย่อมรู้ดีว่า ตัวของเขามีความฉลาดมากขนาดไหนไม่เช่นนั้นจะล่อลวงคนโง่เช่นนี้ได้อย่างไร
แม้จะพูดเช่นนั้นแต่การที่ข้ามายืนอยู่ สนามรบในครั้งนี้ก็เพื่อเป็นตัวแทนของฝ่าบาท ย่อมต้องทำหน้าที่ให้ถึงที่สุดแม้ว่าทางข้างหน้าตนเองจะต้องตายก็ตาม
"หยางหลีหยุนนี้เองไม่ได้พบกันเสียนาน ไม่คิดว่าเราทั้งสองคนจะอยู่คนละฝั่งกันเช่นนี้ ท่านเองก็รู้จักนิสัยข้า เหตุใดถึงได้ตามใจพวกเขาให้พวกเขามาถึงที่นี่"
"แม้ว่าข้าจะเตือนเขาแล้วแต่พวกเขาในฐานะบุรุษชาติทหาร พวกเขาไม่ยอมถอยอย่างแน่นอน"
"ทั้งที่รู้ว่ามาถึงที่นี่จะไม่มีโอกาสได้กลับไปอย่างนั้นหรือ"
"ถ้าเป็นเช่นนั้นก็ดูฝีมือของทั้งสองฝ่าย ว่าใครจะเหนือกว่าใครก็เท่านั้น"
"ฝีมือของเจ้าข้าประจักมาหลายปีแต่ไม่คิดว่าเจ้าจะมาช่วยเหลือแคว้นนี้ได้ น่าเสียดายคนรูปโฉมงามเช่นเจ้าฝีมือเก่งกาจเช่นเจ้ายิ่งนักที่ต้องมาตายในที่นี่หากเจ้ายอมสวามิภักดิ์ กลับมาเป็นสหายข้าวเช่นเดิม ข้าไม่เอาเรื่องแก่เจ้า"
"หน้าที่ของข้าคือเป็นตัวแทนของฝ่าบาทมาร่วมรบกับแคว้นพันธมิตรแคว้นซู"
"ถ้าอย่างนั้น หลังจากที่ฆ่าสังหารพวกนี้ให้หมดข้าจะนำตัวเจ้า มาแต่งงานกับข้าดีหรือไม่"
"แล้วแต่ความสามารถของเจ้า ว่าจะหลบกระบี่ของข้าพ้นไหม"
"คุณชายหยางเจ้ารู้จักกับกุนซือ ของแคว้นศัตรูอย่างนั้นหรือ"
"เขารู้จักเขามาหลายปีท่องเที่ยวยุทธภพด้วยกันมาหลายปีรู้นิสัยใจคอเขาและเขาก็รู้จักนิสัยใจของข้า ไม่เช่นนั้นข้าจะเตือนพวกเจ้าอย่างนั้นหรือว่าไม่ให้ออกมาในครั้งนี้แต่พวกเจ้าก็ยังมาที่นี่"
"เขามีเล่ห์กลมากมายถึงเพียงนั้นหรือ"
"มากมายจนคนที่ไม่รู้จักคิดว่าเขาเป็นคนโง่เลยก็ว่าได้สามารถหลอกใช้ทุกคนได้ถ้าพวกเจ้ายังอยากรอดกลับไปข้ามีวิธี"
"วิธีอะไร"
"...."
.............
"ช้าก่อนข้าขอเจรจา"
"ว่ามาสิ"
"เหตุใดจึงต้องมีการเขตแดนอาณาจักรด้วยเป็นพันธมิตรกันไม่ดีกว่าหรือเจ้าอยากได้อะไรก็ค่อยตกลงกันไม่ง่ายกว่าหรือ"
"พูดมาเจ้าก็มีเหตุผล แต่เหตุผลของเจ้าก็ยังไม่เพียงพอทุกคนฟังฆ่าทุกคนให้หมดยกเว้นคุณชายหยางกับคุณชายน้อยหยาง!"
"เฮ้!!!!!!!!"
"เจ้าเล่ห์จริงๆด้วยสินะ"
"ข้าบอกแล้วว่าเขาร้ายกาจและเขาไม่ยอมปล่อยพวกเราไปแน่นอน"
"ต้องทำอย่างไร"
"สังหารแม่ทัพฝ่ายนั้นก่อนแล้วค่อยจับตัวอี้ซือมา"
"เอาตามที่เจ้าพูด!!!"
กระบี่ของข้าจะชักออกมาจากฝักก่อนเข้าโรมรันต่อสู้กับอีกฝ่ายเป้าหมายของข้าก็คือการสังหารแม่ทัพแล้วค่อยจับตัวกุนซือผู้เจ้าเล่ห์เพทุบายผู้นี้มา
ฉับบบบบบบบ!!!!!!
ฉึกกกกกกกก!!!!!!!
เพล้งงงงงงง!!!!!
เสียงการต่อสู้ของต่างฝ่ายที่เข้ารมรันต่อสู้กันอย่างเอาเป็นเอา เอาตายแม้ว่าฝ่ายข้าเสียเปรียบอยู่บ้างแต่เพราะฝึกฝนมามากจึงไม่เสียท่าง่ายๆเหล่าแม่ทัพแคว้นศัตรู ต่างฝ่ายต่าง เพลี่ยงพล้ำเพราะคิดว่าตนเองต้องมีชัยนี้คือข้อเสียของคนฉลาดที่คิดว่าตนเองต้องชนะ
"ชัยชนะต้องเป็นของแคว้นซู!!!!!!!"
"แคว้นซูจงเจริญ!!!!!!!"
