ตอนที่ 2 โลกที่ไม่ควรมี “เขา” อยู่ในนั้น - 1
ลูมินเริ่มสังเกตเห็นความผิดปกติของโลกในเช้าวันที่ทุกอย่างดู “ปกติ” เกินไป
ท้องฟ้าเหนือมหานครออเรียลยังคงเป็นสีเทาอมฟ้าแบบที่ระบบสภาพอากาศของ Stellar Archive คำนวณไว้ล่วงหน้าว่าจะเหมาะสมต่อการทำงานของมนุษย์มากที่สุด ไม่มีฝน ไม่มีลมแรง ไม่มีความแปรปรวนใด ๆ ที่จะรบกวนอัตราการใช้ชีวิตเฉลี่ยของผู้คนในวันทำงานกลางสัปดาห์ รถไฟลอยฟ้าเคลื่อนผ่านเส้นทางเดิมด้วยความเร็วคงที่ เสียงประกาศอัตโนมัติดังขึ้นด้วยโทนราบเรียบเหมือนทุกวัน
ทุกอย่างดำเนินไปตามเส้นทางที่ถูกบันทึกไว้แล้ว
แต่ลูมินรู้สึกได้—ตั้งแต่ลืมตาตื่น—ว่ามีบางอย่าง “ขาดหาย”
ไม่ใช่ความว่างเปล่าที่เห็นได้ด้วยตา ไม่ใช่ช่องโหว่ในข้อมูล หรือสัญญาณเตือนสีแดงที่เคยปรากฏบนหน้าจอของเธอในคืนก่อนหน้า มันเป็นความรู้สึกบางเบา คล้ายกับการเปิดสมุดบันทึกแล้วพบว่ามีหน้าหนึ่งถูกฉีกออกไป โดยที่ไม่มีใครจำได้ว่าหน้านั้นเคยมีอะไรเขียนไว้
เธอยืนอยู่หน้ากระจกในห้องพักขนาดเล็กที่ Stellar Archive จัดสรรให้พนักงานระดับนักแปลอาวุโส ผมยาวสีดำถูกรวบอย่างลวก ๆ เสื้อเชิ้ตสีอ่อนถูกติดกระดุมจนครบทุกเม็ดเหมือนทุกวัน แต่ดวงตาในกระจกกลับดูหม่นลงกว่าปกติ
ลูมินพยายามทบทวนตารางชีวิตของตัวเองตามนิสัยที่ฝังแน่นจากการทำงานกับระบบคำนวณ เธอรู้ว่าความรู้สึกไม่มั่นคงมักเกิดจาก “ความเบี่ยงเบนเล็กน้อย” ในกิจวัตร
เมื่อคืนเธอกลับดึกกว่าปกติ
เธอฝัน—หรืออย่างน้อย ระบบวัดคลื่นสมองบันทึกว่าเธอฝัน—นานกว่าค่าเฉลี่ย
อัตราการเต้นของหัวใจช่วงเช้าสูงกว่าปกติเล็กน้อย
ทั้งหมดนั้นสามารถอธิบายได้
แต่สิ่งที่อธิบายไม่ได้ คือความรู้สึกเหมือนมี “ใครบางคน” ควรจะอยู่ตรงนี้ และไม่ได้อยู่
เธอหันหลังให้กระจก คว้าแท็บเล็ตข้อมูลขึ้นมา หน้าจอแสดงแจ้งเตือนจาก Stellar Archive ตามปกติ งานที่รอการแปลยังคงเรียงต่อกันเป็นชั้น ๆ สัญญาณจากกลุ่มดาวทางซีกจักรวาลฝั่งตะวันตกถูกส่งเข้ามาในช่วงดึก และเธอถูกกำหนดให้เป็นผู้ถอดรหัสในวันนี้
ทุกอย่างยังอยู่ครบ
ยกเว้นไฟล์หนึ่ง
ลูมินหยุดก้าวเท้าอย่างกะทันหัน นิ้วมือที่กำลังเลื่อนหน้าจอชะงักค้าง ดวงตาจ้องมองช่องว่างเล็ก ๆ ระหว่างไฟล์สองไฟล์ที่ควรจะติดกันอย่างสมบูรณ์แบบ
ไม่มีสัญลักษณ์แจ้งข้อผิดพลาด
ไม่มีข้อความเตือน
ไม่มีแม้แต่บรรทัดบันทึกว่า “ไฟล์ถูกลบ”
มันเป็นเพียงช่องว่าง
ลูมินจำได้ชัดเจน—มากกว่าที่ควรจะจำ—ว่าเมื่อคืนก่อน เธอใช้เวลานานเกินกว่าที่ระบบแนะนำกับไฟล์ปริศนาไฟล์หนึ่ง ไฟล์ที่ไม่แสดงเส้นเวลา ไม่แสดงความเป็นไปได้ และไม่ควรมีอยู่ในฐานข้อมูลของ Stellar Archive ตั้งแต่แรก
ไฟล์ของชายชื่อ อีออน
หัวใจเธอเต้นแรงขึ้นเล็กน้อยโดยไม่มีเหตุผลเชิงสรีรวิทยารองรับ ลูมินเรียกคำสั่งค้นหาซ้ำอีกครั้ง ใส่รหัสประจำไฟล์ที่เธอจำได้แม่นยำราวกับเป็นโค้ดที่เธอเขียนเอง
ไม่มีผลลัพธ์
เธอลองค้นหาด้วยชื่อ
ลองค้นหาด้วยคลื่นข้อมูลชีวภาพ
ลองค้นหาด้วยลายเซ็นพลังงานที่เธอเคยเห็นเพียงเสี้ยววินาที
ว่างเปล่า
ระบบไม่ตอบสนองต่อสิ่งที่ “ไม่ควรถูกค้นหา”
ลูมินปล่อยแท็บเล็ตตกลงบนเตียงอย่างแผ่วเบา เธอยืนนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะหลับตาลง สูดลมหายใจยาวเหมือนต้องการยืนยันว่าตัวเองยังอยู่ในโลกที่มีแรงโน้มถ่วง มีอากาศ และมีเส้นเวลาที่ไหลไปข้างหน้า
“ถูกลบแล้วงั้นหรือ” เธอพึมพำกับตัวเอง
แต่คำถามนั้นกลับฟังดูไม่สมบูรณ์ แม้แต่ในความคิดของเธอเอง เพราะลูมินรู้ดี—จากประสบการณ์หลายปีในการทำงานกับ Stellar Archive—ว่าการ “ลบ” ไม่เคยเกิดขึ้นอย่างเงียบงันเช่นนี้
ทุกการแก้ไข ทุกการปรับสมดุล จะต้องมีร่องรอย
แม้เพียงเศษเสี้ยว
และนี่…ไม่มีอะไรเลย
ระหว่างทางไปศูนย์กลาง Stellar Archive ลูมินพยายามสังเกตผู้คนรอบตัวด้วยสายตาที่ต่างออกไปจากทุกวัน เธอเคยชินกับการมองมนุษย์เป็นชุดของความเป็นไปได้ เป็นกราฟเส้นทางชีวิตที่ซ้อนทับกันอย่างเป็นระเบียบ แต่เช้าวันนี้ เธอกลับมองพวกเขาเหมือนกำลังพยายามค้นหาเงาของใครบางคนที่ไม่อยู่ในฝูงชน
หญิงชราที่เคยยืนขายดอกไม้ประจำมุมถนนหายไป
ร้านกาแฟเล็ก ๆ ใต้สถานีรถไฟปิดโดยไม่มีป้ายแจ้งล่วงหน้า
หน้าจอโฆษณาขนาดใหญ่ที่เคยฉายเรื่องราวชีวิตของบุคคลต้นแบบรายสัปดาห์ เปลี่ยนเป็นภาพท้องฟ้าไร้ดาว
สิ่งเหล่านี้อาจเป็นเพียงความบังเอิญ หากลูมินไม่เคยเห็น “ผลข้างเคียงของ Deviation” มาก่อน
เธอรู้ว่าระบบจะไม่ลงโทษใครอย่างโจ่งแจ้ง
มันเพียง “ปรับโลก” ให้สมดุลอีกครั้ง
ด้วยการลบสิ่งที่ไม่จำเป็นออกไปทีละน้อย
เมื่อถึงโต๊ะทำงาน ลูมินเปิดระบบแปลภาษาดวงดาวขึ้นมา แต่สมาธิของเธอไม่อาจจดจ่อกับสัญญาณจากกลุ่มดาวได้เหมือนเคย ตัวอักษรโบราณที่เคยสื่อถึงความเป็นไปได้ในอนาคตกลับพร่าเลือนราวกับกำลังปฏิเสธไม่ให้เธออ่าน
เธอจึงทำในสิ่งที่นักแปลของ Stellar Archive ไม่ควรทำ
เธอเข้าถึงบันทึกระดับลึกโดยไม่ผ่านการร้องขอ
เส้นข้อมูลสีฟ้าจาง ๆ ไหลผ่านหน้าจอ เหมือนเส้นเลือดฝอยของจักรวาล ลูมินไล่ตามมันอย่างระมัดระวัง จนกระทั่งพบค่าหนึ่งที่ทำให้เธอหยุดหายใจชั่วขณะ
Deviation Cost: Active
Origin: Unknown
Cause: Unregistered Entity
เธออ่านซ้ำอีกครั้ง ช้า ๆ เหมือนต้องการให้คำเหล่านั้นเปลี่ยนไปเอง
Unregistered Entity
ไม่ใช่ “ไฟล์เสียหาย”
ไม่ใช่ “ข้อมูลสูญหาย”
แต่คือสิ่งมีอยู่ที่ระบบไม่ยอมรับการมีอยู่
นิ้วมือของลูมินสั่นเล็กน้อย เธอรู้สึกเหมือนกำลังยืนอยู่หน้าประตูบานหนึ่ง ประตูที่ไม่มีในแผนผังอาคาร แต่เธอแน่ใจว่ามันเคยเปิดออก—อย่างน้อยหนึ่งครั้ง
และในวินาทีนั้นเอง เงาสะท้อนบนหน้าจอกระจกก็ขยับ
ลูมินเงยหน้าขึ้นช้า ๆ
ชายคนหนึ่งยืนอยู่ไม่ไกลจากโต๊ะทำงานของเธอ เขาแต่งกายเรียบง่าย สีสันกลืนไปกับฝูงชนพนักงาน แต่มีบางอย่างในท่าทางนิ่งสงบของเขาที่ทำให้โลกโดยรอบดูเหมือนหยุดเคลื่อนไหว
เขามองเธอด้วยสายตาที่ไม่ต้องการคำอธิบาย
ลูมินจำเขาได้ทันที
ทั้งที่ไม่มีไฟล์ใดควรอนุญาตให้เธอ “จำ”
อีออน
และการที่เขายืนอยู่ตรงนั้น
หมายความว่า—
โลกกำลังเริ่มผิดพลาดอีกครั้ง
