หลังคืนเข้าหอ 2
ซุนจ้าวเฟิงจะได้ตระหนักถึงเรื่องนี้หรือไม่นั้นก็ไม่อาจรู้ได้ แต่ซุนเจิงเริ่มตระหนักได้ตั้งแต่ไล่เลียงความทรงจำของอีกฝ่าย ยิ่งโดดเด่นมากเท่าใดก็เหมือนเป็นเป้านิ่งในที่แจ้ง เรื่องอิจฉาริษยานั้นไม่ว่ายุคสมัยไหนล้วนมีด้วยกันทั้งนั้น แต่เขาไม่ใช่ซุนจ้าวเฟิง จึงเริ่มกังวลว่าตนจะเก่งได้ถึงครึ่งของซุนจ้าวเฟิงหรือไม่
“เป็นอะไรไป”
คนที่อยู่ในห้วงภวังค์ผละออกจากความคิดเมื่อสตรีที่นิ่งเงียบอยู่นานเอ่ยถามขึ้น
“ฉันไม่รู้ว่าจะเก่งกาจเหมือนซุนจ้าวเฟิงหรือไม่ เขาอายุยังน้อย แต่กลับได้เป็นถึงรองเสนาบดี นับว่าไม่ธรรมดาเลย”
เหอลี่อิงได้ยินเช่นนั้นก็กลับมาคิดทบทวนเรื่องของเหอเสี่ยวอิงบ้าง สตรีนางนี้เป็นบุตรสาวในตระกูลขุนนาง มีพี่ชายถึงสองคน คนหนึ่งตายในสนามรบ อีกคนเป็นขุนนาง นางเป็นที่รักของครอบครัว รักมากเสียจนให้นางแต่งงานกับซุนจ้าวเฟิง ขุนนางหนุ่มผู้ก้าวหน้าในหน้าที่การงานกว่าบุรุษอื่น ด้วยหวังว่าเขาจะให้เกียรติและดูแลนางเป็นอย่างดี แต่กระนั้นชีวิตของผู้หญิงในยุคนี้ก็น่าเบื่อเสียเหลือเกิน
แม้ว่าก่อนหน้านี้เธอจะถูกบังคับให้แต่งงานกับซุนเจิง แต่ก็ยังได้ใช่ชีวิตในรูปแบบอื่นอยู่บ้าง เธอยังคงได้ทำงานที่อยากจะทำโดยซุนเจิงไม่ได้เอ่ยปากห้าม ได้คบค้าสมาคมกับคนมากหน้าหลายตา แต่ดูเหมือนว่าสตรีในสมัยนี้ไม่อาจทำสิ่งใดได้ นอกจากอยู่บ้าน เตรียมอาหาร และเลี้ยงลูกเท่านั้น
“แล้วเธอล่ะเป็นอะไรไป ชีวิตของเหอเสี่ยวอิงยากเย็นจนหนักใจเชียวหรือ” เมื่อหญิงสาวนิ่งเงียบไปนาน ซุนเจิงจึงเอ่ยถามกลับไปบ้าง ซึ่งเธอก็ได้แต่ส่ายหน้าไปมาปฏิเสธ
“น่าเบื่อเสียมากกว่า ดูเหมือนว่าสมัยนี้ฉันไม่ต้องทำงาน ไม่ต้องทำอะไรเลย นอกจากอยู่บ้าน ทำอาหาร ค่อยเลี้ยงลูก”
“ฟังดูก็สบายดีไม่ใช่หรือ”
“น่าเบื่อจะตาย แต่ก่อนสมัยสาวๆ ฉันยังทำงานข้างนอกบ้านได้ แต่ที่นี่ถ้าฉันออกไปทำคงเป็นที่ครหาไปทั้งเมือง ภรรยาของขุนนางบากหน้าออกมาทำงาน ดีไม่ดีคุณอาจจะตกที่นั่งลำบากก็ได้ อีกอย่างทางตระกูลเหอคงไม่พอใจหากฉันดื้อรั้นออกไปผจญโลกนอกจวนขุนนาง”
“จริงอย่างที่เธอว่า ถ้างั้นก็อยู่บ้านไปแล้วกัน คนที่นี่มากมาย คงไม่น่าเบื่อนักหรอก” ซุนเจิงเสนอแนะเชิงปลอบใจ “ว่าแต่เราต้องไปเยี่ยมบ้านเจ้าสาวกันไหม”
“คงต้องไปกระมัง เรื่องนี้ฉันก็กังวลอยู่ แม้ว่าเราจะเหมือนกับซุนจ้าวเฟิงเหมือนกับเหอเสี่ยวอิง แต่ทางนั้นจะเชื่อหรือว่าเราคือสองคนนั้นจริงๆ” ธรรมเนียมปฏิบัติ อย่างไรเสียพวกเธอคงหลีกเลี่ยงไม่ได้ เหอลี่อิงจึงหนักใจในเรื่องนี้อยู่หลายส่วน ด้วยไม่รู้ว่าหากมีคนระแวงเรื่องของเธอและซุนเจิงขึ้นมาจะเป็นอย่างไร ที่นี่ทั้งเธอและซุนเจิงล้วนไม่คุ้นเคย ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าควรอยู่ที่ใด หรือควรทำอย่างไร
“ฉันไม่สนหรอก”
เหอลี่อิงมองหน้าชายหนุ่มที่พูดอย่างไม่ยี่หระ
“ใครจะมานั่งหาความจริงในเรื่องนี้กัน ในเมื่ออย่างไรเสียมนุษย์ส่วนใหญ่ก็เชื่อในสิ่งที่ตาเห็นมากกว่าเหตุและผล เพราะฉะนั้นฉันเลยไม่คิดว่าเขาจะติดใจเอาความในเรื่องนี้เสียเท่าไรนัก เธอก็อย่าคิดมากไปเลย”
เหอลี่อิงถอนหายใจ แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าสิ่งที่ซุนเจิงพูดนั้นถูกต้องทุกอย่าง เช่นนั้นเธอก็ควรทำตามที่เขาบอก คืออย่าคิดมากจนเกินไป...
“อยู่ที่นี่เธออาจจะต้องดูแลคนทั้งหมดในบ้านหลังใหญ่นี้ เธอจะจัดการได้ไหม”
“ฉันจะพยายาม” นึกถึงคนมากมายที่เดินกันขวักไขว่ไปมาก็ได้แต่ลอบถอนหายใจ จะบอกปัดว่าทำไม่ได้หรือก็กระไรอยู่ ในเมื่อตอนนี้เธอเป็นนายหญิงของจวน
“อย่างนั้นก็ดี ให้คิดเสียว่าเรามาใช้ชีวิตอีกโลกหนึ่ง และเมื่อถึงเวลาเราก็ต้องจากไปเหมือนที่เคยเกิดขึ้น" ซุนเจิงเอ่ยอย่างปลงตก ชายชราที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมามากไม่ควรจะหลงระเริงกับชีวิตใหม่ เพราะอย่างไรปลายทางก็มีแต่คำว่าจากลาอยู่วันยังค่ำ "จะว่าไป เป็นแบบนี้ก็ดีเหมือนกัน ฉันกับเธอเหมือนได้กลับมาต่อเวลาชีวิตกันอีกครั้ง”
“แต่ก็ไม่ควรย้อนกลับมาไกลขนาดนี้ ฉันทำตัวไม่ถูกเอาเสียเลย นี่ฉันจะต้องทำตัวเหมือนนางเอกในละครที่ข้ามเวลามาหรือเปล่า แบบว่าแก่นเซี้ยวสมัยใหม่ สร้างปรากฏการณ์พลิกหน้าประวัติศาสตร์อะไรเทือกนั้น”
“เธอไม่ได้ข้ามเวลามาเป็นฮองเฮา ยายแก่เหอลี่อิง เธอข้ามเวลามาเป็นเมียฉัน เป็นเมียขุนนางคนหนึ่ง เหมือนเมื่อก่อนที่เธอเป็นเมียนายทหารคนหนึ่ง ไม่ได้แตกต่างกันเลย”
“เฮ้อ”
เมื่อได้ยินเสียงถอนหายใจของสตรีข้างกาย ซุนเจิงก็มองเธออย่างไม่ชอบใจเท่าไรนัก “ถอนหายใจทำไม เธอไม่ชอบใจหรือที่ต้องมาเป็นเมียฉันอีกรอบ”
“นี่ฉันต้องเจอคุณอีกสี่สิบปีเชียวหรือ” สตรีที่เอ่ยออกมาแทบจะกลอกตากลับ เมื่อนับตามอายุขัยแล้ว หากเขาและเธอไม่เกิดอุบัติเหตุหรือไปขัดขาใครในสมัยนี้เข้าเสียก่อน ก็หมายความว่าเขาและเธอจะเหลือเวลาอีกร่วมสี่สิบกว่าปีเชียวนะ
ซุนเจิงหยุดชะงัก หันมาประจันหน้ากับเธอด้วยสีหน้าคาดคั้นจะเอาความในสิ่งที่เธอเอ่ยออกไปเมื่อครู่ “เอ๊ะ! ยายแก่นี่! พูดอย่างนี้หมายความว่ายังไงกัน!”
“ทำไม ก่อนหน้านี้คุณยังอยากหย่ากับฉันอยู่เลยไม่ใช่หรือ ฉันก็แค่คิดแทนคุณก็เท่านั้น คุณจะมาทุกข์ร้อนอะไร”
“นั่นมันแต่ก่อน เธอดูตอนนี้สิ! อย่างเธอถ้าไม่มีฉันจะใช้ชีวิตที่นี่ยังไงฮะ! อย่าคิดอะไรบ้าๆ เหมือนนางเอกในละครหรือนิยายประโลมโลกของเธอเป็นอันขาด ไม่อย่างนั้นได้เจอดีแน่ยายแก่!”
“ทั้งที่กลับมาหนุ่มแน่นแล้วแท้ๆ คุณก็ยังเจ้ากี้เจ้าการไม่เปลี่ยน น่าเบื่อเสียจริง”
ซุนเจิงมองสตรีที่พูดอย่างไม่ใส่ใจว่าเขาจะเป็นเดือดเป็นร้อนอย่างไร อีกทั้งยังเดินนำหน้าลิ่วๆ ไปยังที่ใดก็ไม่ทราบ จนเขาได้แต่ข่มอารมณ์และเดินตามเธอไป แม้เวลาจะทำให้พวกเขาต้องมาผจญโลกใบใหม่แห่งนี้ แต่เวลาไม่ได้เปลี่ยนพวกเขาแม้แต่น้อย...
