บท
ตั้งค่า

คู่รักและการหย่าขาด 1

“เหอลี่อิง เราหย่ากันเถอะ!” ประโยคที่เต็มไปด้วยความเด็ดเดี่ยวและกล้าหาญถูกเอ่ยออกมาอย่างหนักแน่น จนทำให้ทัพพีตักข้าวที่อยู่ในมือของ ‘เหอลี่อิง’ ชะงักค้างเติ่งอยู่กลางอากาศ ก่อนทัพพีตักข้าวจะแปรเปลี่ยนมาเป็นอาวุธฟาดฟันคนที่พูดขึ้นมาเมื่อครู่นี้

“เป็นบ้าอะไรตาแก่! แก่จนจะลงโลงอยู่แล้ว จะมาหย่าอะไร ทำไมไม่พูดให้เร็วกว่านี้สักสี่สิบปี มาพูดตอนฉันจะเจ็ดสิบ มันจะมีประโยชน์อะไร!”

‘ซุนเจิง’ ปัดป้องการถูกทำร้ายด้วยทัพพีตักข้าวจากภรรยาเป็นพัลวัน และไม่อาจโต้กลับสิ่งใดได้ เพียงมองใบหน้าที่เต็มไปด้วยความโกรธจัดของอีกฝ่าย พลันมือไม้ก็อ่อนระทวยขึ้นมาเสียดื้อๆ น้ำเสียงห้าวหาญหล่นหายไปอยู่ที่ใดแล้วก็ไม่ทราบ บัดนี้จึงได้แต่ลอบกลืนน้ำลายเหนียวๆ ลงคออย่างยากลำบาก ก้มหน้าก้มตาอย่างคนไร้หนทางสู้ ดูอย่างไรก็ช่างน่าเวทนาเสียจริง ก่อนหน้านี้เขาเป็นถึงนายทหาร ยศทางการทหารหรือก็ไม่น้อยหน้าใคร เป็นที่นับหน้าถือตา แต่เมียกลับไม่นับถือตนแม้สักนิด!

“อยากหย่านักใช่ไหม นี่มันบ้านฉัน ถ้าไม่อยากอยู่ก็ออกไป ฉันไม่ได้ห้าม!”

เสียงที่ดังขึ้นอย่างต่อเนื่องทำให้คนก้มหน้าก้มตาเมื่อครู่ต้องรีบเงยหน้าโดยพลัน “บ้านเธอ?! นี่ยายแก่ ฉันจำได้ว่าเงินทุกบาททุกสตางค์ที่ซื้อบ้านนี้เป็นเงินของฉันไม่ใช่หรือยังไง เธอมีสิทธิ์อะไรมาไล่ฉัน!”

หญิงชราที่ฉุกคิดขึ้นมาได้ชะงักไปครู่หนึ่ง ด้วยไม่อาจโต้แย้งความเป็นจริงที่อีกฝ่ายหยิบยกขึ้นมาพูด แต่ได้ชื่อว่าเป็นภรรยา มีหรือที่จะยอมลงให้สามีง่ายๆ ไม่มีทางเสียหรอก! “ก็ได้ ถ้าอย่างนั้นฉันไปเอง อย่าคิดว่าฉันจะไม่มีที่ไป!”

พูดจบก็กระแทกข้าวของในมือลงอย่างประชดประชัน สาวเท้าเข้าไปยังห้องนอน หยิบฉวยข้าวของทุกอย่างใส่กระเป๋าโดยไม่สนใจสักนิดว่าสิ่งที่กวาดใส่กระเป๋ามานั้นจำเป็นมากน้อยขนาดไหน มือฉวยเอาสิ่งใดมาได้ก็จับยัดลงกระเป๋า เมื่อไม่อาจยัดสิ่งใดลงไปได้อีก ก็เดินอาดๆ ผ่านหน้าสามีที่เอ่ยไล่เธอเมื่อครู่ด้วยทีท่าไม่แยแส

“นี่เธอ! ยายแก่!” ซุนเจิงตะโกนตามหลังภรรยาของตนที่ดูจริงจังกับการออกจากบ้านครั้งนี้นักหนา แต่กระนั้นเมื่ออีกฝ่ายไม่รั้งรอหรือหันหลังกลับมาฟัง เขาจะทำอย่างไรได้นอกจากปล่อยผ่าน อย่างไรเสียนี่ก็ไม่ใช่ครั้งแรกที่ยายแก่คนนั้นคิดออกจากบ้านหลังนี้ “ได้! แล้วฉันจะคอยดูว่าเธอจะอยู่ข้างนอกได้สักกี่ชั่วโมง ยายแก่!”

ซุนเจิงตะโกนตามหลังเหอลี่อิงอย่างไม่พอใจ มองอาหารตรงหน้าและเริ่มมื้อเช้าด้วยอารมณ์ที่ขุ่นมัว แต่มีหรือที่เขาจะถึงขั้นกินข้าวไม่ลง ฝันไปเถอะ! เงินซื้อข้าวของพวกนี้ก็เงินของเขาทั้งนั้น! ยายแก่เหอลี่อิงนั่นทำอะไรเป็นบ้าง ทุกวันนี้ก็เอาแต่อยู่บ้าน ยิ้มหน้าบานเป็นคุณนายซุนเวลาไปสมาคมแม่บ้านทั้งหลายแหล่ อยากจะรู้นัก ถ้าไม่มีซุนเจิงคนนี้แล้ว ยายแก่นั่นจะมีชีวิตรอดบนโลกที่โหดร้ายนี่ได้อย่างไรกัน!

บางทีอาจเป็นเพราะยายนั่นไม่ได้เรื่องสักอย่างนอกจากงานบ้านงานเรือน แม่ของเขาที่ล่วงลับไปแล้วจึงจับเขาแต่งงานกับยายนี่ หวังว่าจะให้เขาผู้เป็นสามีคุมภรรยาของตนเองได้อย่างอยู่หมัด แต่จากสภาพที่เห็น แม่ของเขาคงคิดผิดถนัด!

วันที่ซุนเจิงแต่งงานคือวันแรกที่ได้พบกันเหอลี่อิง ด้วยความที่เขาเป็นคนเชื่อฟังบิดามารดาตามแบบแผนอย่างที่คนสมัยนั้นพึงกระทำ และด้วยความที่เหอลี่อิงในเวลานั้นคือหญิงสาวผู้เกิดในครอบครัวไม่ได้ร่ำรวย หนทางที่เธอจะปฏิเสธการแต่งงานในครั้งนี้จึงแทบเป็นไปไม่ได้ด้วยซ้ำ สุดท้ายก็ต้องอยู่ด้วยกันมาเรื่อยๆ แบบนี้ แต่เขาเองก็ดันไปขอหย่าตอนที่ยายแก่เหอลี่อิงอายุหกสิบแปดปี ใช่ว่าเขาจะไม่มีเหตุผลที่ลุกขึ้นมาขอหย่ากับภรรยาตัวเองตอนนี้เสียเมื่อไหร่ แต่ก็เหนื่อยเปล่าที่จะอธิบายให้ยายแก่คนนั้นเข้าใจ

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel