บทที่ 9 ผมเข้าใจครับ
แผนการที่เพิ่งคิดออก ทำให้หัวใจหนุ่มเต้นเร็ว นางฟ้าที่สถิตอยู่กลางหัวใจของชายหนุ่มมาโดยตลอด ฝันหวานกับดาราสาวที่เขาไม่เคยคิดว่า ตัวเองจะบ้าคลั่งดาราได้ถึงเพียงนี้ ‘นพภริน’
“แฮ่ ๆ มันก็จริงครับ”
“พี่ป๊อกต่อสายไปถึงคุณทรงคุณสิ จะได้ให้คุณทรงคุณคุยกับคุณน้ำ” อุไรพรบอกสามี
เพราะอุไรพรอยากให้เรื่องนี้จบไว ๆ อีกอย่างจะได้คุยกับทางนั้นให้รู้แล้วรู้รอดไป
“เพื่อสร้างความสบายใจให้กับทุกคน ผมจะรับภาระนี้เอง” ชลศรัณสนับสนุน
เอกสิทธิ์เอามือถือของตัวเองออกมา พร้อมกับกดเบอร์ของคุณทรงคุณในทันที
ฝ่ายนั้นกดรับสาย
“คุณทรงคุณครับ ผมขออนุญาตเปิดกล้องครับ”
(“ได้ ๆ”) ท่านรีบทำตาม
“คือ ผมอยู่กับคุณน้ำครับ เจ้านายของผมที่ไร่สายธาร ชื่อจริงคือ คุณชลศรัณ คุณน้ำอยากจะคุยกับท่านนะครับ” เอกสิทธิ์บุ้ยใบ้มาทางชลศรัณทันที ชายหนุ่มรับมือถือมาถือเอาไว้
“สวัสดีครับ” รอยยิ้มจริงใจเผยออกไปให้อีกฝั่งเห็น
(“ผมเกรงใจจริง ๆ ไม่รู้จะเอ่ยปากกับใคร พอดีนั่งนึกไปนึกมา เลยนึกไปถึงป๊อกกับแป๊ก ป๊อกกับแป๊กจากบ้านของเราไปนานแล้ว หากใครจะตามหาและสืบไปถึงก็คงจะยากหน่อย”) คุณทรงคุณเล่าขึ้นทันที
(“ยายแซนด์โชคดีที่ไม่ตาย แต่ว่า... ตำรวจยังจับตัวคนร้ายไม่ได้ คนเป็นพ่อเป็นแม่ก็กลัวอย่างเดียว กลัวลูกจะเป็นอะไรไปอีก พวกมันมุ่งเอาชีวิต มันคงจะไม่ปล่อยลูกสาวของผมเอาไว้แน่ ๆ ยายแซนด์น่าสงสาร เฮ้อ... ผีซ้ำกรรมซัด ความจำยังมาหายไปอีก จะถามอะไรก็คงไม่ได้ความ จึงจำเป็นว่า พวกเราก็ต้องปิดแกเรื่องสาเหตุที่เกิดขึ้น”) ท่านถอนหายใจออกมาอย่างเหนื่อยอ่อน
(“ผมเข้าใจครับ”)
(“ป๊อกแป๊กบอกมาว่า ที่บ้านที่อยู่กันก็คับแคบ ไม่คิดว่าสองคนนั้นจะมาคุยกับคุณ ป๊อกแป๊กก็บอกกับผมเหมือนกันว่า คุณเป็นคนดี และใจดีมาก ๆ มีน้ำใจให้กับทั้งสองคนตลอด”) ด้วยความเป็นคนช่างเจรจา คุณทรงคุณจึงไม่ได้เว้นระยะให้ชลศรัณได้เอ่ยหรือซักถามอีก
“ท่านครับ ผมยินดีช่วยเหลือครับ”
(“โอ้ ได้ยินแบบนี้ ผมดีใจจริง ๆ ครับ”) ท่านมีน้ำตาคลอ
“ที่บ้านผมก็หลังใหญ่โต คงจะให้คุณแซนด์มาอยู่ที่นี่ได้อย่างสบายครับ”
(“เป็นความกรุณาต่อยายแซนด์มากเลย ผมต้องขอขอบคุณคุณน้ำมากจริง ๆ ขอบคุณครับ”) เหมือนยกภูเขาออกจากอก ประวัติของชลศรัณที่สองผัวเมียเล่าทำให้คุณทรงคุณวางใจในเขา
“แต่ว่า...” กำลังจะเอ่ยเข้าถึงแผนการ
(“อะไรหรือครับคุณน้ำ”)
“บ้านนอกคอกนา พอมีคนแปลกหน้ามาอยู่ แล้วยิ่งเป็นดาราอีก คงจะทำให้ชาวบ้านแตกตื่น ผมก็เลยอยากขอเสนอเรื่องหนึ่ง”
(“พูดมาได้เลยครับ”)
“ผมอยากให้ช่วยทำให้คุณแซนด์เปลี่ยนตัวเองให้แตกต่างจากที่ออกทีวีสักหน่อยครับ ย้อมผมให้กลับมาเป็นสีดำก็ได้ครับ” ชลศรัณนึกไปถึงสีผมที่นำสมัยของนพภรินตอนที่รายการหนึ่งเธอมาคุยกันอย่างสนุกสนานออกทางทีวี
(“ได้ครับ เรื่องนั้นไม่ใช่ปัญหาครับ”)
“ผมจะบอกกับทุกคนที่นี่ว่าคุณแซนด์แค่หน้าเหมือน และเป็นคู่หมั้นของผมครับ” ชลศรัณเอ่ยปากในสิ่งที่เขาคิด
(“อ้อ ถ้าเป็นแบบนั้นก็ดีเลยครับ ยายแซนด์จะได้ปลอดภัย”) คุณทรงคุณกลับเห็นด้วยง่าย ๆ แบบนั้น
“อ่า... แต่ผมอยากจะรบกวนท่านให้บอกเธอด้วยว่า ผมเป็นใครครับ”
(“หื้อ เอาแบบนั้นเลยหรือ”) คุณทรงคุณทำท่าคิด
“เป็นคู่หมั้น น่าจะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดครับในตอนนี้ คุณพ่อ” เขาเรียกคุณทรงคุณว่าคุณพ่อเฉยเลย ทั้งเอกสิทธิ์กับอุไรพรนั่งจ้องหน้ากันถึงกับตาโต พวกเขาไม่เข้าใจจุดประสงค์ของชลศรัณ
“ไม่ทราบว่าคุณพ่อติดขัดไหมครับ ผมแค่อยากจะให้เธอได้อยู่ที่นี่แบบไม่มีปัญหาตามมานะครับ อ่า... คุณแซนด์ เธอเป็นคนดื้อไหมครับ”
(“ไม่ดื้อ”) คุณทรงคุณต่อท้ายให้ พร้อมกับส่ายหน้า แต่ก็ยังมีสีหน้าประหลาดใจในท่าทีของชลศรัณที่มีต่อลูกสาว นพภรินเป็นคนสวย เธอเป็นที่สะดุดตากับเพศตรงข้ามเสมอ
“ครับ” ชลศรัณยิ้มหวาน
คุณทรงคุณครุ่นคิด แต่สุดท้าย...
(“เอาแบบนั้นก็ได้ครับ ผมตกลง พวกเราคงต้องแต่งเรื่องแต่งราวมากมาย ในตอนนี้พวกเราก็ปิดแกเรื่องที่แกเป็นดารา และทำงานในวงการบันเทิง งดไม่ให้ใช้มือถือ ไม่ให้สื่อสารกับใคร แม้กับนักข่าว กลัวไปหมดเลย ไม่อยากให้แกเห็นรูปตอนที่เกิดอุบัติเหตุด้วยครับ”)
“ที่นี่ ผมจะจัดการเรื่องนี้ให้ครับ จะไม่ให้เธอติดต่อกับโลกภายนอก ส่วนเรื่องที่จะมีใครจะมาติดตามเธอถึงที่นี่ก็คงจะยากเหมือนกัน ที่นี่มีแต่คนของผมเท่านั้น ในไร่สายธารถ้าผมไม่อนุญาตก็ไม่มีคนนอกเข้ามาอย่างแน่นอนครับ ผมสัญญาผมจะไม่ให้คุณแซนด์ติดต่อใครเลยครับ ผมจัดการให้ได้จริง ๆ นะครับ คุณพ่อไม่ต้องเป็นห่วงครับ”
(“เฮ้อ... ค่อยโล่งอกหน่อย กำลังคิดมากและปวดหัวกันอยู่ พวกเราหนักใจจริง ๆ ไม่รู้ว่าจะไปพึ่งพาใครดี ขอบคุณครับ ขอบคุณมาก ๆ จริง ๆ”)
“คุณพ่อจะอนุญาตให้ผมไปรับเธอจากที่นั่นด้วยตัวผมเองหรือเปล่าครับ”
(“น่าจะดีนะ ตอนนี้ยายแซนด์ไม่ได้อยู่ที่นี่หรอก ผมให้แกไปอยู่ที่บ้านน้าสาวของแก เราไม่ไว้ใจใครทั้งนั้น”)
“ถ้าอย่างนั้น คุณพ่อส่งโลเคชันมาให้ในมือถือนะครับ ผมจะเพิ่มเบอร์โทร. ของคุณพ่อ”
(“ได้สิ ขอบใจมากนะน้ำ”) ดูไปแล้ว ท่านก็วางใจในตัวของชลศรัณขึ้นมา ได้เห็นหน้าค่าตาและพูดคุยสนทนาด้วย คุณทรงคุณก็รู้สึกเบาใจ ยิ่งชลศรัณรับปากแบบแน่นหนัก
“คุณพ่อจะสะดวกให้ผมไปรับเธอวันไหนครับ”
(“พรุ่งนี้สาย ๆ เลยดีกว่าครับ ถ้านานกว่านี้ กลัวปัญหาจะเกิดเสียก่อน ไม่ไว้ใจคนร้ายพวกนั้น”)
“ได้ครับผม ผมจะไปกับพี่ป๊อกและพี่แป๊ก”
(“ขอบใจ ขอบใจจริง ๆ น้ำ”)
“ครับคุณพ่อ” เขายิ้มอย่างเปิดเผย ทุกอย่างเป็นไปตามแผนการของชลศรัณ ต่อไปเขาจะได้อยู่ร่วมชายคาเดียวกันกับเธอ
“คุณพ่อ คุณพ่อเลยหรือครับ” เอกสิทธิ์พูดเบา ๆ
“ก็สร้างความคุ้นเคย ทางโน้นจะได้วางใจให้เราดูแลเธอ อีกอย่างผมทำทุกอย่างเพื่อพี่สองคนเลยนะ”
“ขอบคุณค่ะคุณน้ำ” อุไรพรยกมือไหว้
“ว่าแต่... กี่โมงแล้วเนี่ย หิวข้าวแล้วนะ”
“จะบ่ายโมงแล้วค่ะ”
“ก็ว่าอยู่ทำไมท้องร้อง ไปหาอะไรกินเถอะ แล้วพรุ่งนี้เราก็ออกจากที่นี่ตั้งแต่หัวรุ่งแล้วกัน จะได้ไปถึงกรุงเทพฯ สาย ๆ ทันเวลานัดพอดี” ท่าทีของชลศรัณกระตือรือร้น เขารีบลุกขึ้นจากเก้าอี้ ทำให้เอกสิทธิ์และอุไรพรต้องลุกตาม
“อย่าเครียดไปน่า เรื่องของพี่ก็หมายความรวมถึงเป็นเรื่องของผมเช่นเดียวกัน ใครเดือดร้อนมาผมช่วยหมด ใช่ไหม” ยิ้มปากกว้าง
“อ้าว เชิญ ๆ หมดธุระแล้วนี่ ไว้พรุ่งนี้เราก็ไปรับเธอกัน” เขาผลักหลังทั้งสองคนให้พ้นออกไปจากบ้าน
“ค่ะ”
“ครับ”