หอวิหคส่งสาร 2
"จดหมายจะถูกส่งในขบวนปกติของเรา ซึ่งจะใช้เวลาในการเดินทางประมาณ 7- 8 วัน ราคาค่าส่งจะอยู่ที่ประมาณ 20-30 อีแปะขอรับ ซึ่งเป็นราคาที่คนชั้นกลางพอจะจ่ายได้ แต่ก็ยังถือว่าค่อนข้างสูงอยู่ดี"
แม่เฒ่าหานทำท่าคิดหนัก สีหน้าดูเคร่งเครียดเล็กน้อย ก่อนจะผ่อนคลายลงเล็กน้อยเมื่อคนงานอธิบายต่อไป
"..."
"และแบบสุดท้ายคือ ระดับตราประทับหยกขาว (白玉印) บริการระดับนี้เป็นการส่งแบบทั่วไปที่ได้รับความนิยมมากที่สุด การส่งจะใช้เวลานานที่สุดเนื่องจากจดหมายจะถูกส่งไปพร้อมกับสินค้าอื่น ๆ ของขบวนสินค้า ทำให้ใช้เวลาเดินทางประมาณ 12 -15 วัน ราคาค่าส่งจะถูกที่สุด อยู่ที่ประมาณ 5-10 อีแปะ ซึ่งเป็นราคาที่ชาวบ้านทั่วไปสามารถเข้าถึงได้ขอรับ"
หลังจากฟังรายละเอียดครบถ้วนแล้ว แม่เฒ่าหานก็ตัดสินใจเลือกแบบที่สองทันที นางต้องการให้จดหมายไปถึงบ้านเดิมของนางให้เร็วที่สุด เพื่อจะได้หาที่พักได้ทันเวลา
"ข้าเลือกแบบที่สองเจ้าค่ะ รบกวนด้วย"
นางยื่นเงินค่าส่งให้คนงานพร้อมกับเงินที่จะส่งเงินอีก 20 ตำลึง คนงานรับเงินไปอย่างสุภาพและเขียนใบรับฝากให้แม่เฒ่าหาน
"เสร็จเรียบร้อยขอรับ ท่านป้าเก็บใบรับฝากนี้ไว้เป็นหลักฐานด้วยนะขอรับ"
"ขอบใจมากนะพ่อหนุ่ม"
นางรับใบรับฝากมาแล้วเก็บไว้ในอกเสื้ออย่างระมัดระวัง ก่อนจะหันหลังกลับและรีบเดินออกจากหอวิหคส่งสารทันที แล้วมุ่งหน้ากลับหมู่บ้าน ระหว่างทางเห็นร้านซาลาเปานางจึงซื้อไปฝากลูกหลานสักหน่อย
เรือนสกุลเสิ่น
หลังจากขนย้ายไม่เสร็จแล้ว หยางเฉิงก็เตรียมตัวขึ้นเขาพร้อมกับหน้าไม้และมีด ตะกร้าใบใหญ่ถูกสะพายขึ้นหลังเตรียมเดินทาง
"ข้าก็จะขึ้นเขานะซือหยา กลับมาอีกทีน่าจะช่วงปลายยามเซิน" (15.00-17.00 น.)
หยางเฉิงหันมาบอกภรรยาด้วยน้ำเสียงที่จริงจัง ดวงตาของเขามองดูนางด้วยความรักใคร่
"เจ้าค่ะ เดี๋ยวข้าไปเตรียมห่อข้าวให้ท่านพี่สักหน่อย ส่วนซือเหอไปรอพี่ในเรือนกับเด็ก ๆ เลยนะ"
ซือหยาพูดกับสามี แล้วค่อยหันไปบอกน้องชาย
"ขอรับพี่หญิง" ซือเหอรับคำแล้วเดินกลับเข้าไปในเรือนทันที เขาตั้งใจที่จะช่วยพี่สาวทำงานให้เสร็จเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้
ซือหยารีบเข้าครัวไปห่อข้าวใส่ใบไม้ นางหยิบข้าวที่หุงเสร็จแล้วออกมาห่อด้วยความรวดเร็ว จากนั้นก็เอาหมูแผ่นที่มีในมิติออกมาใส่เข้าไปด้วย เมื่อห่อเสร็จก็กลับออกมาให้สามี
"ได้แล้วเจ้าค่ะท่านพี่ ถ้าจับไก่ป่าได้ ท่านพี่อย่าฆ่ามันนะเจ้าคะ ข้าจะเอาไปปล่อยไว้ในมิติ ช่วงที่เดินทางหรือช่วงที่เกิดโรคระบาด พวกเราจะได้มีอาหารสำรองเอาไว้"
"ได้ ฟังเจ้าทุกอย่าง"
หยางเฉิงรับห่อข้าวมาแล้วยิ้มให้กับนางอย่างอบอุ่น เขาจูบหน้าผากของนางเบา ๆ ก่อนจะเดินออกจากเรือนไป มุ่งหน้าสู่ภูเขาลูกใหญ่ที่อยู่ท้ายหมู่บ้าน
หลังจากหยางเฉิงเดินออกจากเรือนไป ซือหยาก็กลับเข้าไปในเรือนแล้วเดินไปหยิบต้นฉบับนิยายที่นางแก้ไขแล้วออกมา พร้อมกับกระดาษและปากกาหมึกซึม นางวางต้นฉบับและอุปกรณ์ทั้งหมดลงบนโต๊ะที่ตั้งอยู่กลางโถงเรือน
"นี่คือต้นฉบับที่พี่แก้ไขไว้แล้ว ให้เจ้าคัดลอกช่วยพี่"
ซือหยาแยกงานเขียนที่นางตรวจทานไปแล้ว 10 ตอนส่งให้น้องชายคัดลอก ทว่าซือเหอกลับจ้องมองปากกาหมึกซึมที่นางนำออกมาด้วยความสงสัย แม้แต่กระดาษที่พิมพ์ต้นฉบับก็เป็นกระดาษสีขาว เนื้อเนียนละเอียดคุณภาพดีอย่างที่เขาไม่เคยเห็นที่ไหนมาก่อน
"พี่หญิง นี่คือสิ่งใดหรือขอรับ แล้วกระดาษนี่ท่านซื้อมาจากที่ใด เหตุใดข้าจึงไม่เคยเห็นที่ไหนมาก่อน" ซือเหอถามด้วยน้ำเสียงที่อยากรู้ปนตื่นเต้น
"เอ่อ...นี่เรียกว่าพู่กันสำเร็จรูปที่พี่สั่งทำเป็นพิเศษ" ซือหยารีบตอบอย่างตะกุกตะกัก
"..."
"ส่วนกระดาษนี่ก็เป็นของพวกพ่อค้าชาวซีอวี้ เป็นของหายาก ถ้าเจ้าชอบพี่เอามาให้ได้ แต่อย่าให้ใครเห็น เก็บไว้เป็นความลับระหว่างเรา ไม่อย่างนั้นจะนำพาอันตรายเข้ามา"
"ข้าเข้าใจแล้วพี่หญิง ข้าจะไม่พูดออกไปแน่นอนขอรับ ว่าแต่งานเขียนเหล่านี้ ท่านเป็นคนเขียนเองหรือ"
ซือเหอถามต่อด้วยความทึ่งในความสามารถของพี่สาว ซือหยายิ้มแหย ๆ นางได้แต่พยักหน้าหงึกหงัก
"ใช่ นอกจากงานเขียนนี่ยังมีอีกหลายอย่างที่พี่หญิงของเจ้าทำได้"
ซือเหอเองก็ไม่แปลกใจ เพราะเมื่อก่อนเวลาเขาไปเรียน พ่อแม่ก็มักจะให้เขาพาพี่สาวไปด้วย เวลากลับมาที่เรือนทั้งคู่ก็ฝึกเขียนอักษรด้วยกัน ท่องจำตำราด้วยกันเสมอ เพียงแต่เขาไม่คิดว่าพี่สาวจะซ่อนความสามารถเอาไว้ได้แนบเนียนขนาดนี้
"เป็นเช่นนี้เอง แสดงว่าเมื่อก่อนที่พี่หญิงอยู่แต่ในเรือน ไม่ยอมออกไปทำงานในแปลงนา ก็เป็นเพราะพี่หญิงใช้จินตนาการสร้างงานเขียนนี่เอง"
ซือหยายิ้มแห้ง ๆ แล้วบอกน้องชายว่า
"มาสนใจเรื่องนี้ดีกว่า พู่กันด้ามนี้มีแท่งหมึกอยู่ในตัว เพียงแค่ดึงปลอกพู่กันออกแบบนี้ ก็สามารถเขียนได้เลย แต่เขียนเสร็จต้องรีบยกขึ้นจากกระดาษ เพราะปลายพู่กันจะมีกลไกอยู่ หากกดแช่ปลายพู่กันกับกระดาษ น้ำหมึกจะไหลออกมาทำให้กระดาษเปื้อนได้ พอใช้เสร็จก็แค่เก็บเข้าปลอกเอาไว้"
"ข้าจะลองดูขอรับพี่หญิง"
"เจ้าคัดลอกไปก่อนนะ พี่จะไปซักผ้าทำงานบ้านสักหน่อย อีกเดี๋ยวจะเอาของอร่อยมาให้กิน"
"ขอรับ" ซือเหอรับคำ จากนั้นเขาก็เริ่มคัดลอกงานทันที
