7
จากนั้นจึงทอดสายตามองบัวลอยที่หกเลอะพื้น
"เสียดายของจัง แต่ไม่เป็นไรจ้ะ ไม่อยากกินก็ไม่เป็นไร" น้ำเสียงของเธออ่อนโยนจนเด็กทั้งสามเริ่มชะงัก
ลดาไม่ได้ดุด่า ไม่ได้โมโหอย่างที่พวกเขาคิดไว้ หญิงสาวหมุนตัวเดินจากมาอย่างเงียบ ๆ แต่เธอไม่ได้กลับขึ้นเรือน เพราะลึก ๆ แล้วรู้สึกว่าพฤติกรรมของเด็ก ๆ ผิดปกติเกินไป
ลดาจึงอ้อมไปหลบหลังพุ่มไม้ใหญ่ใกล้เรือนครัว ไม่นานก็ได้ยินเสียงกระซิบกระซาบดังลอยมา
"เก่งมากค่ะคุณหนูทั้งสามคน ทำแบบนั้นแหละดีแล้ว อย่าให้ผู้หญิงคนนั้นมาหลอกเอาได้ ต่อไปเขาก็จะมีลูกของเขา เขาไม่รักคุณหนูทั้งสามจริงหรอกค่ะ เขาก็จะรักแต่ลูกของเขา แล้วหาทางเอาคุณหนูทั้งสามไปทิ้งสถานสงเคราะห์" เสียงของสายสร้อย แม่บ้านสาวผู้รับหน้าที่ดูแลเด็ก ๆ ดังขึ้นด้วยน้ำเสียงพึงพอใจ
"จำที่น้าสร้อยบอกไว้นะคะ อย่าไปยอมกินของที่นังแม่เลี้ยงนั่นทำเด็ดขาด มันแสร้งทำเป็นคนดี ความจริงมันคิดจะวางยาจัดการพวกคุณหนู เพื่อฮุบสมบัติของพ่อเลี้ยงเมฆต่างหาก"
"ร้ายขนาดนั้นเลยเหรอครับน้าสร้อย" นัทถามเสียงแผ่ว สีหน้าหวาด ๆ
"ร้ายยิ่งกว่างูพิษอีกค่ะ ถ้าพวกคุณหนูใจอ่อนยอมรับมัน วันหนึ่งพ่อเลี้ยงเมฆก็จะเลิกรักพวกคุณหนู แล้วไล่ออกจากฟาร์มแน่นอน มันจะยุแยงตะแคงรั่ว เอาพวกคุณหนูไปทิ้ง เพราะคุณหนูไม่ใช่ลูกแท้ๆ ของพ่อเลี้ยง"
ลดาที่ยืนฟังอยู่หลังพุ่มไม้ค่อย ๆ เหยียดยิ้มเย็น
ที่แท้... ต้นเหตุของความก้าวร้าวทั้งหมดก็อยู่ตรงนี้เอง
เด็กทั้งสามไม่ได้ร้ายโดยสันดาน แต่มีคนคอยเป่าหูอยู่ทุกวัน
หญิงสาวไม่เสียเวลาแม้แต่วินาทีเดียว เธอก้าวออกจากหลังพุ่มไม้ เดินตรงเข้าไปหากลุ่มคนทั้งสี่อย่างสง่างาม
สายสร้อยสะดุ้งสุดตัว ใบหน้าซีดเผือดทันที
"คุณ... คุณลดา..."
ลดาหยุดยืนตรงหน้า พลางปรบมือเบา ๆ สองสามครั้ง
"ตบมือให้เลยค่ะ... บทละครน้ำเน่าเรื่องนี้แต่งได้เก่งมากเลยนะสายสร้อย" น้ำเสียงเรียบเรื่อยของเธอยิ่งทำให้แม่บ้านสาวหน้าถอดสี
แต่สายสร้อยยังพยายามเชิดหน้าสู้
"คุณลดา! แอบฟังคนอื่นคุยกัน มันเสียมารยาทนะคะ"
ลดาหัวเราะในลำคอเบา ๆ
"แอบฟังงั้นเหรอ ถ้าฉันไม่แอบฟัง คงไม่รู้ว่าภายในบ้านเดชาบดินทร์มีหมาลอบกัด คอยเป่าหูเด็กบริสุทธิ์ให้เกลียดคนอื่น" พูดจบ เธอก็ก้าวเข้าไปใกล้อีกฝ่ายทีละก้าว สายสร้อยถึงกับเผลอถอยหลังโดยไม่รู้ตัว
"แอบชอบพี่เมฆจนตัวสั่นล่ะสิ ถึงได้ตั้งแง่รังเกียจฉันขนาดนี้"
"คุณ! อย่ามาพูดจาพล่อย ๆ นะคะ"
"ฉันไม่ได้พูดพล่อย ๆ" ลดาตอบด้วยน้ำเสียงหนักแน่น ก่อนปรายตามองเด็กทั้งสามที่กำลังยืนหลบอยู่ด้านหลังสายสร้อย แล้วจึงหันกลับมาสบตาแม่บ้านสาวอีกครั้ง
"ฉันเตือนด้วยความหวังดีต่างหาก จำใส่หัวเอาไว้ให้ดี ตอนนี้ฉันคือคุณผู้หญิงของบ้านนี้ เป็นภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายของพี่เมฆ ถ้าเธอยังไม่เลิกทำตัวเป็นปลวกใต้ดิน คอยบ่อนทำลายคนในบ้าน ฉันนี่แหละจะเป็นคนขุดรากถอนโคนเธอออกจากฟาร์มนี้ด้วยตัวเอง"
สายสร้อยกำหมัดแน่นจนเล็บจิกเข้าเนื้อ ใบหน้าดำแดงสลับกันด้วยความทั้งแค้นทั้งอับอาย ไม่เคยมีใครกล้าพูดกับเธอแบบนี้มาก่อน
ลดาไม่สนใจอีกฝ่ายอีก เธอค่อย ๆ ลดสายตาลงมองนนท์ นัท และเนย ก่อนคลี่ยิ้มบาง ๆ รอยยิ้มนั้นไม่ได้อ่อนโยนเหมือนเมื่อครู่ แต่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่น
"ส่วนเด็ก ๆ" ทั้งสามคนเผลอกลืนน้ำลายพร้อมกัน
"สงครามประสาทของพวกเราเพิ่งเริ่มต้นขึ้นจ้ะ น้าลดาคนนี้เป็นคนสู้คน และขอบอกไว้เลยว่า น้าจะทำให้พวกหนูยอมรับน้าด้วยหัวใจของตัวเอง ไม่ใช่ด้วยการบังคับ" เธอเว้นจังหวะเล็กน้อย ก่อนยิ้มมุมปาก
"แต่ก่อนจะถึงวันนั้น น้าจะปราบพยศพวกหนูให้ได้ เตรียมตัวรับมือไว้เลย"
พูดจบ ลดาก็หมุนตัวเดินจากไปอย่างสง่าผ่าเผย
ทิ้งให้สายสร้อยยืนตัวสั่นด้วยความเจ็บใจ จนในใจเริ่มก่อกำเนิดแผนร้ายบทใหม่
ขณะที่นนท์ นัท และเนย ต่างมองตามแผ่นหลังของลดาอย่างเงียบงัน
แม่เลี้ยงคนนี้... ช่างแตกต่างจากภาพที่พวกเขาเคยถูกกรอกหูมาตลอดเสียจริง
ในขณะที่ลดายกยิ้มมุมปาก ที่เธอยังไม่ไล่สายสร้อยออกไป เพราะอยากให้อีกฝ่ายทำผิดซึ้งๆ หน้ากว่านี้ เด็กๆ จะได้เห็นธาตุแท้ของสายสร้อยด้วย
เมฆาที่ยืนมองอยู่อีกมุมยิ้มมุมปาก ที่เขายอมให้มารดาปล่อยข่าวลือเสียหาย เพราะเขาไม่อยากแต่งงานกับพิมพ์ใจ เขาจำได้ตั้งแต่ว่าคู่หมั้นของตนเองคือลดา และตลอดมา แม้จะไม่ปรากฏตัวให้เธอเห็น เขาก็คอยตามดูแลเธออยู่ห่างๆ
และเรื่องที่เธอแต่งงานกับเขาในครั้งนี้ ถ้าไม่เพราะคุณยายของเธอร่วมมือด้วย เธอก็คงไม่ได้แต่งงานกับเขาง่ายๆ แบบนี้
ลดาเริ่มต้นแผนปราบพยศสามแสบอย่างใจเย็น เธอรู้ดีว่าการจะเอาชนะใจเด็ก ๆ ไม่ใช่เรื่องที่ทำได้ภายในวัน
เดียว ต่อให้พวกเขาจะดื้อรั้นหรือถูกใครบางคนเป่าหูมากเพียงใด แต่หากเธอจริงใจ สักวันเด็ก ๆ ก็ต้องมองเห็นความจริง
เช้าวันนี้ เรือนครัวหลังใหญ่คลุ้งไปด้วยกลิ่นหอมหวานของขนมต้มกะทิสดและฝอยทองเนื้อนุ่มที่เพิ่งทำเสร็จใหม่ ๆ ขนมทั้งหมดเตรียมไว้สำหรับส่งขายตามร้านค้าในตัวเมืองตามออร์เดอร์ที่เริ่มเพิ่มขึ้นทุกวัน
