5
“ซี้ด” เธอครางเสียงหลง
“ทายาซะ แล้วพรุ่งนี้มาหาพี่อีกนะ จะทำเค้กมะพร้าวอ่อนกับกุ้งอบวุ้นเส้นให้กิน” เขากระซิบเสียงแหบพร่าที่ริมหู ก่อนที่จะกัดใบหูเล็กๆ ของเธอเบาๆ อย่างเร้าอารมณ์
พิมพ์อ่อนตัวสั่น อ่อนระทวยไปหมด บอกตรงๆ ว่าตื่นเต้นรอวันถัดไปแทบไม่ไหว
วันถัดมา พิมพ์อรยืนอยู่หน้าประตูบ้านหลังเดิม บ้านที่เป็นทั้งร้านอาหาร และเป็นที่ที่หัวใจเธออ่อนหวานที่สุด
เธอสูดลมหายใจลึกก่อนจะกดกริ่ง ไม่กี่วินาทีต่อมา ประตูก็เปิดออก
ธันว์ยืนอยู่ตรงหน้า ในเสื้อเชิ้ตสบาย ๆ กับผ้ากันเปื้อนที่คุ้นตา
“มาได้จริง ๆ สินะ” เขายิ้มบาง ๆ เสียงต่ำเหมือนกลัวใครได้ยิน พิมพ์อรย่นจมูก ยิ้มเขิน
“ก็พี่บอกว่าจะทำของอร่อยให้กินนี่คะ พิมพ์อุตส่าห์อ้อน” เขาหัวเราะเบา ๆ แล้วหลบให้เธอเข้าไป ประตูปิดลงช้า ๆ พร้อมกับโลกภายนอกที่ถูกตัดขาดออกไปอีกครั้ง กลิ่นอาหารลอยอบอวล พิมพ์อรนั่งดูเขาทำอาหารอย่างเพลินตา ท่วงท่าคุ้นเคย มือที่คล่องแคล่ว และสมาธิที่จริงจัง
เธอคิดถึงเขา คิดถึงมากกว่าที่ควรจะเป็น
“กินก่อนนะ” เขาวางจานตรงหน้าเธอ พิมพ์อรตักเข้าปาก รสชาติอร่อยจนเผลอหลับตา
“อร่อยมาก ๆ เลยค่ะ” เสียงเธอเบาจนแทบเป็นกระซิบ ธันว์จ้องเธออยู่นาน สายตานั้นทำให้หัวใจเธอสั่นไหวอีกครั้ง บางอย่างในบรรยากาศเปลี่ยนไป เงียบ อบอุ่นและอันตราย
“วันนี้จะให้รางวัลอะไรพี่ครับ ที่พี่ทำของโปรดให้เธอกิน” เขาลูบผมนุ่มสลวยของเธอไปมาเบา ๆ อย่างอ่อนโยน
“พี่ธันว์บอกว่าอยากเอาพิมพ์แรงๆ เอาแรงๆ แล้วพี่เสียวดุ้น งั้นพิมพ์ตอบแทนพี่โดยการให้พี่เอาแรงๆ ดีไหมคะ”
“ดีครับ วันนี้พิมพ์ขึ้นขย่มพี่นะ” เขาช้อนอุ้มเธอขึ้นก่อนจะพาไปยังเตียงนอนหนานุ่ม
พิมพ์อรปลดอาภรณ์ออกทีละชิ้นอย่างเร้าอารมณ์ ก่อนที่จะใช้ร่องหยาดเยิ้มที่น้ำรักไหลรินออกมาไม่ขาดสายถูไถกับท่อนดุ้นอวบใหญ่ของเขา
“กดลงมาเลยครับ อ๊า... เด็กแสบ” เขากุมสะโพกกลมกลึงของเธอเอาไว้เมื่อไม่ทันตั้งตัวเธอก็กดลงมาจนสุดลำ ทำเอาเขาเสียวซ่านจนร่างกระตุก
พิมพ์อรแปลงร่างเป็นจ๊อกกี้สาว ควบขี่เจ้าของบ้านจนอีกฝ่ายต้องอัดกายขึ้นมาตอบรับ เพียงไม่นานก็เสร็จสมไปพร้อมๆ กัน
“ว่างๆ เราไปเที่ยวกันไหม”
“ทำไมคะ อยากไปเที่ยวกับพิมพ์เหรอ”
“ใช่ครับ อยู่บ้านเอาไม่หนำใจ ถ้าไปเที่ยวพี่จะได้เอาพิมพ์ให้หนำใจ”
“พี่ธันว์หื่น” เธอตีเขาเบาๆ แต่เขาจับมือเธอไปจุมพิตอย่างเอ็นดู
พิมพ์อรใบหน้าแดงเรื่อ ร่างกายยังไม่คุ้นชินกับความใกล้ชิดที่เกิดขึ้นซ้ำ ๆ หลายครั้ง เธอขยับตัวเล็กน้อยก่อนจะนิ่วหน้า
“เจ็บเหรอ” ธันว์เอ่ยถาม
“มันตึง ๆ นิดหน่อยค่ะ” เขายิ้มเอ็นดู ยื่นมือมาประคองเธออย่างทะนุถนอม ต่างจากความเร่าร้อนก่อนหน้าอย่างสิ้นเชิง
“พี่ขอโทษ” น้ำเสียงเขาจริงจัง
“พี่ควรระวังมากกว่านี้” พิมพ์อรส่ายหน้า แม้จะรู้สึกไม่สบายตัว แต่หัวใจก็กลับอุ่นอย่างประหลาด
“พิมพ์ขย่มแรงเองค่ะ เพราะคิดว่าไม่เจ็บแล้ว” เธอพูดตรง ๆ
“แค่มันยังปรับตัวไม่ทัน” ธันว์เงียบไป ก่อนจะพูดเสียงต่ำ
“เดี๋ยวจะลดความรุนแรงลง รอบหน้าใส่ชุดซีทรูแล้วให้พี่เอานะ พี่สั่งชุดมาให้พิมพ์หลายชุดเลย” คำพูดนั้นทำให้พิมพ์อรหน้าแดง เขาพูดเป็นธรรมชาติ เหมือนเป็นเรื่องธรรมดา แถมยังทำท่าปรึกษาหารือเสียอีกแน่ะ
เธอพยักหน้ารับอย่างเขินอาย แต่ก็รู้สึกตื่นเต้นทุกครั้งที่เขาชวนทำเรื่องเสียว
พิมพ์อรกลับบ้านไปในช่วงค่ำ นั่งอ่านนิยายจากแท็บเล็ตอยู่ก็แทบจะอยากจะเดินหนี ตั้งแต่วินาทีที่เห็นร่างสูงของกวินที่เป็นคู่หมั้นมาเป็นแขกของบ้าน
“พิมพ์” เขาเรียกเธอด้วยรอยยิ้มที่เธอรู้สึกฝืนใจจะมอง รอยยิ้มของคนที่เธอไม่อยากให้แตะต้อง ไม่อยากให้เข้าใกล้ และถ้าไม่ใช่เพราะคำว่าธุรกิจของครอบครัว เธอคงถอนหมั้นไปนานแล้ว
“พี่เขามาหาน่ะจ้ะ” เสียงมารดาดังขึ้น
“วันนี้แม่ทำกับข้าวหลายอย่างเลย วินก็มากินข้าวด้วยกันสิ” พิมพ์อรฝืนยิ้ม นั่งลงตามที่มารดาสั่ง หัวใจหนักอึ้งอย่างบอกไม่ถูก
เธอรังเกียจรังเกียจสายตาที่กวินมอง รังเกียจคำพูดหวานหูที่ฟังดูว่างเปล่า และรังเกียจความสัมพันธ์ที่ถูกบังคับให้ต้องมี
“อ้าว ตาคินมาแล้ว” ภัทรผู้เป็นบิดาเงยหน้าขึ้นก่อนจะเอ่ยทักทายลูกชายคนโต
ภาคินเดินเข้ามาพร้อมกับใครบางคน คนที่พิมพ์อรไม่ต้องหันไปดูก็รู้ว่าเป็นใครธันว์
“วันนี้ธันว์เอาเมนูใหม่มาฝากครับ” ภาคินพูดอย่างอารมณ์ดี
“อยากให้ลองทานดูครับว่ารสชาติถูกปากหรือเปล่า จะเป็นอาหารเมนูต่อไปของร้านครับ”
ธันว์ยกกล่องอาหารขึ้น ยิ้มสุภาพตามมารยาท สายตาของเขาแทบไม่มองพิมพ์อรเลย เขานิ่ง สุขุม เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นมาก่อน ยิ่งทำให้หัวใจเธอเต้นแรงอย่างควบคุมไม่อยู่ เป็นเธอเองที่นั่งแทบไม่ติด แต่เป็นเขาเองที่นิ่งไร้พิรุธ เมื่อทุกคนนั่งพร้อมหน้า ที่นั่งเดียวที่เหลือคือที่ว่างข้างพิมพ์อร
ธันว์นั่งลงตรงนั้น โดยบังเอิญหรือไม่บังเอิญกันแน่ เธอไม่แน่ใจ โต๊ะอาหารเต็มไปด้วยบทสนทนาทางธุรกิจ บิดามารดาคุยกับกวินอย่างออกรส ภาคินคุยเรื่องร้านกับธันว์
