บท
ตั้งค่า

3

“ไปซื้ออะไรมาครับ”

“ผัก ผลไม้ ของใช้ในครัวค่ะ”

“งั้นขอแบ่งมะนาวจริง ๆ ให้ผมลูกนึงได้ไหมครับ”

“เอาไปทำอะไรคะ”

“อยากกินมะนาวโซดาครับ จะได้สดชื่นตอนซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้า ลูกละกี่บาทครับ พอดีไม่ได้ไปตลาด”

“มะนาวไม่มีค่ะ มีแต่มะนาวที่เป็นคนค่ะ” เธอเองก็ไม่ได้ซื้อกลับมาเพราะเมนูที่จะทำไม่ต้องใช้มะนาว เธอไม่ชอบซื้อของมากมายยัดเข้าไปจนเต็มตู้ แล้วกินไม่ทันต้องเสียทิ้ง เพราะสิ้นเปลือง อยู่คนเดียวทำอะไรกินง่าย ๆ บางทีก็ออกไปกินก๋วยเตี๋ยวหรืออาหารข้างนอก

“เสียดายจังครับ”

“ฉันเข้าบ้านก่อนนะคะ”

“ได้ครับ ถ้ามีอะไรให้ซ่อมบอกได้นะครับ ซ่อมฟรีตลอดชีพสำหรับเพื่อนบ้านข้างรั้ว”

หญิงสาวเดินเข้าบ้านด้วยหัวใจที่ยังเต้นแรงไม่เลิก

บ่ายวันนั้น มะนาวรดน้ำต้นไม้ในสวนหลังบ้านอย่างสบายใจ เธอเปิดน้ำสายยางรินรดแปลงผักเล็ก ๆ ของตัวเอง ก่อนจะเผลอสะบัดน้ำพุ่งไปโดนรั้วจนมีละอองกระเด็นข้ามไปฝั่งโน้น

“เฮ้ย!” เสียงภูผาร้องดังขึ้น

มะนาวสะดุ้ง รีบลดสายยาง แต่ก็ยังหัวเราะเมื่อเห็นหัวเขาโผล่พ้นรั้ว ผมเปียกเป็นปอย

“ขอโทษค่ะ ไม่คิดว่าจะยืนอยู่ตรงนั้น”

ภูผาปาดผมเปียกที่ปรกใบหน้าเบา ๆ

“คราวหน้าจะอาบน้ำให้ผมก็บอกกันตรง ๆ นะครับ”

“ใครจะไปอยากอาบน้ำให้พี่กันล่ะคะ” มะนาวเอ่ยเสียงสูงปฏิเสธ

“ถ้างั้นเดี๋ยวผมเอาสายยางมาอาบน้ำให้บ้าง จะได้แฟร์ ๆ”

“อย่านะ!” มะนาวยกมือห้าม

เขายกสองมือยอมแพ้แต่ดวงตายังระยิบระยับ

“โอเคครับ”

บ่ายวันเสาร์ แสงแดดส่องลอดผ่านม่านไม้ระแนงเข้ามาในบ้าน มะนาวเพิ่งจัดชั้นหนังสือเสร็จ กำลังจะลงมือชงชาก็ได้ยินเสียงเรียกคุ้นหูดังมาจากหน้าบ้าน

“มะนาว! เปิดประตูหน่อยจ้ะ เพื่อนคนสวยมาเยือนแล้ว” มะนาวยิ้มรับทันที รีบเดินไปเปิดประตูรั้ว เห็นแหวนแก้วเพื่อนสนิทหอบของฝากพะรุงพะรัง

“อ้าว มาได้ไงไม่บอกก่อน” มะนาวรับถุงจากมือเพื่อน

“ก็อยากมาเซอร์ไพรส์ไง ไหนขอสำรวจบ้านใหม่หน่อยสิ” แหวนแก้วพูดพลางกวาดตามองรอบ ๆ อย่างตื่นเต้น ทั้งสองเดินเข้าบ้าน จัดผลไม้ใส่จาน แหวนแก้วก็นั่งลงกับโซฟา เธอกัดองุ่นแล้วถามทันที

“เพื่อนบ้านเธอ เป็นไงบ้าง”

มะนาวชะงัก มือที่กำลังแกะส้ม

“ก็…ปกติ”

แหวนแก้วยกคิ้วสูง

“ปกติแบบไหน ปกติที่ทำให้แกชอบโทร.มาเล่าเรื่องของเขาน่ะเหรอ เขาว่าถ้าเราได้เพื่อนบ้านดีนับว่ามีบุญ ถ้าได้เพื่อนบ้านเลวซวยไปทั้งชาติ”

“ก็…” มะนาวอึกอัก นี่เธอชอบเล่าเรื่องภูผาให้แหวนแก้วฟังเหรอ ไม่เห็นรู้ตัวเลย

“เขาก็ขอโทษแล้ว ช่วยยกของให้ด้วย”

แหวนแก้วหัวเราะ

“โห จากบ่นกลายเป็นชมแล้วเหรอ อืม…ไม่ธรรมดานะยะ”

ได้ยินเสียงกุกกักข้างรั้ว แหวนแก้วรีบชะโงกหน้าไปทางหน้าต่าง พอเห็นผู้ชายร่างสูงยืนอยู่ฝั่งโน้นก็หันกลับมากระซิบเสียงดัง

“ตายจริง หล่อใช้ได้เลยนะ! นี่เหรอเพื่อนบ้านเสียงดังของแก”

มะนาวหน้าแดง รีบส่งสัญญาณให้เพื่อนเบาเสียงลงหน่อย

“หล่ออะแก นิสัยดีปะ โสดไหม ฉันอยากให้แกมีแฟนสักที”

“บ้า”

แหวนแก้วเดินลงไปด้านล่าง มะนาวตาโตก่อนจะรีบตามลงไป

“สวัสดีค่ะ ฉันแหวนแก้ว เพื่อนมะนาวค่ะ”

“สวัสดีครับ ผมภูผาครับ”

แหวนแก้วหันมากระซิบกับมะนาวเสียงดังพอให้ได้ยินทั้งสอง

“ไม่ต้องสงสัยแล้ว ทำไมแกถึงชอบพูดเรื่องเขาให้ฟัง”

“แหวนแก้ว!” มะนาวตาโต

สองเพื่อนเผลอมองสบตากันชั่วครู่ มะนาวรีบหันกลับเข้าบ้าน ทิ้งให้แหวนแก้วยืนหัวเราะคิก ๆ แล้วหันไปบอกภูผา

“ฝากดูแลเพื่อนของแหวนด้วยนะคะ”

ภูผาตอบสั้น ๆ แต่ชัดเจน

“ยินดีครับ”

เสียงหัวใจของมะนาวสั่นวูบในอก ถึงจะพยายามทำเป็นไม่สนใจ แต่หัวใจไม่รักดีก็ชอบเต้นแรงเวลาได้เห็นหน้าของหนุ่มข้างบ้าน

บ่ายวันอาทิตย์ อากาศร้อนอบอ้าว มะนาวตั้งใจจะงีบหลับบนโซฟา แต่เสียงของเลื่อยไฟฟ้าก็ดังสะท้อนออกมาจากฝั่งรั้วข้าง ๆ

เธอลืมตาโพลง ลุกพรวดขึ้น

“อีกแล้วเหรอคะพี่!”

เสียงเลื่อยเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนเสียงตะโกนลอดรั้วมา

“ขอโทษครับ! กำลังตัดท่อพีวีซีสำหรับหม้อปั๊มน้ำครับ”

มะนาวเดินออกไปหน้าบ้าน

“วันหยุดทั้งที คนข้าง ๆ อยากพักผ่อนไม่ได้เลยเหรอคะ”

ประตูเล็กฝั่งโน้นเปิดออก ภูผาโผล่มาในสภาพเสื้อกล้ามเปื้อนฝุ่น มือยังถือเลื่อยอยู่ เขายิ้มเจื่อน ๆ

“แค่ครู่เดียวจริง ๆ ครับ ปั๊มน้ำบ้านผมมันเสีย”

“ปั๊มน้ำเสียเหรอคะ”

“ใช่ครับ งั้นให้ผมไถ่โทษด้วยการเลี้ยงน้ำผลไม้แทนได้ไหมครับ” เขาวางเลื่อยพิงรั้ว

“ผมคั้นส้มไว้พอดี”

มะนาวเลิกคิ้ว

“คั้นน้ำส้มเป็นด้วยเหรอคะ คั้นไม่ดีขมนะคะ”

“เป็นครับ ทั้งซ่อมทั้งคั้นได้หมดครับ”

“ทำเป็นหลายอย่างเลยนะคะ” ไม่นานนัก เขาก็ส่งแก้วน้ำส้มสดผ่านช่องว่างเล็ก ๆ ของรั้ว มะนาวรับมาอย่างระวัง กลิ่นส้มสดลอยหอม เธอลองจิบแล้วตาโต มันอร่อยมาก

“ทำอาหารก็พอได้ครับ อยากทำให้คนที่รักกินน่ะครับ”

“แค่ก แค่ก แค่ก” มะนาวถึงกับสำลัก

“เป็นยังไงบ้างมะนาว สำลักใหญ่เลย”

“มะ... ไม่เป็นไรค่ะ น้ำส้มอร่อยนี่คะ หวานกำลังดี คั้นน้ำส้มเก่งจังค่ะ”

“ดีใจครับที่ชอบ”

“ครั้งหน้าถ้ามีงานซ่อมเสียงดัง ขอชดเชยเป็นน้ำส้มหวาน ๆ หรือของกินอย่างอื่นก็ได้นะคะ” มะนาวพูดพลางยกแก้วขึ้นยิ้มมุมปาก มันไม่สำคัญว่าเสียงข้างบ้านจะดังแค่ไหน มันสำคัญว่าเธอนิสัยข้างบ้านเป็นเช่นไร ถ้าไม่สบอารมณ์หรือนิสัยไม่ดี แม้จะไม่ได้ทำเสียงดังอะไรก็รู้สึกรำคาญ

“สัญญาครับ คราวหน้าจะเตรียมสตรอว์เบอร์รี สมูทตี้ให้เลย” ทั้งคู่สบตากันผ่านรั้วไม้ เสียงหัวเราะเบา ๆ ดังขึ้นพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมาย มะนาวเผลอคิดว่าบางทีเสียงที่เธอเกลียดนักหนา ก็ไม่ได้เลวร้ายเสมอไป

เย็นวันนั้น เมื่อเลื่อยเงียบลง บ้านทั้งสองฝั่งกลับเต็มไปด้วยความรู้สึกอบอุ่นแปลกใหม่เหมือนรั้วเริ่มกลายเป็นสะพานเชื่อมมากกว่ากำแพงกั้น

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel