ซีรีย์ทะลุมิติ

110.0K · จบแล้ว
หวังเสี่ยวชิง
50
บท
14.0K
ยอดวิว
9.0
การให้คะแนน

บทย่อ

ซีรีย์ทะลุมิติ ประกอบไปด้วยผลงานสองเรื่อง ได้แก่ 1 แม่เลี้ยงใจร้ายจะเลี้ยงลูกและสามีเอง 2 ทะลุมิติไปเป็นอนุของแม่ทัพปีศาจ

นิยายจีนโบราณแม่ทัพนางเอกเก่งนักวรยุทธข้ามมิติเกิดใหม่ระบบปลูกผักจีนโบราณโรแมนติก

1 เรื่อง แม่เลี้ยงใจร้ายจะเลี้ยงลูกและสามีเอง บทที่ 1 ข้าจะตีพวกเจ้าให้ตาย

ตอนที่ 1

“เจ้าเด็กบ้า หยุดวิ่งเดี๋ยวนี้นะ”

สตรีที่มีขนาดตัวใหญ่กว่าปกติถึงสองเท่าตัว ตะโกนโหวกเหวกโวยวายไล่ตามหลังร่างเล็กสองร่าง ที่พากันวิ่งหนีออกจากบ้าน ไปตามเส้นทางที่จะนำไปท้ายหมู่บ้าน

ทำให้สตรีร่างใหญ่อย่างนาง ต้องหอบหิ้วสังขารพยายามออกแรงวิ่งไล่ตาม ในมืออวบถือไม้เรียวเตรียมพร้อมที่จะฟาดลงโทษเจ้าเด็กพวกนั้น หากไล่ตามจับตัวมาได้

“ข้าบอกให้หยุด”

หน้าอกกระเพื่อมขึ้นลง พร้อมกับเสียงลมหายใจเข้าออกเป็นจังหวะที่ไม่ปกติ อีกทั้งยังรู้สึกถึงชีพจรที่เต้นรัวเร็วมากขึ้น จนไม่สามารถฝืนสังขารออกแรงวิ่งได้อีกต่อไป

‘หลางกุ้ยตาน’ จึงหยุดยืนอยู่กับที่ ในลักษณะที่ยืนโน้มตัวลง สองมือจับหัวเข่า ริมฝีปากอวบอ้าพะงาบ ๆ งับลมเข้าสู่ร่างกาย หวังคลายอาการเหนื่อยหอบจุกหน้าอก ให้คลายลงโดยเร็ว

ดวงตาเล็กยิบหยี ยังคงจับจ้องมองตามร่างเล็กทั้งสอง ว่าหายไปในทิศทางไหน พอหายเหนื่อย กลับมามีเรี่ยวแรง จะได้ตามไปจับตัวกลับมาลงโทษได้

“หน็อย...คิดว่าจะหนีข้าพ้นหรือ จับได้คราวนี้ ข้าจะเอาให้ถึงตายเลย”

น้ำเสียงของสตรีร่างใหญ่เต็มไปด้วยความดุดัน ประกายตาก็เปี่ยมไปด้วยแรงอาฆาต และมุ่งมั่น ที่จะจัดการเด็กทั้งสองไม่ให้มีชีวิตอยู่บนโลกอีกต่อไป

โทษฐานที่กล้ามาขโมยเงินที่นางเก็บซ่อนเอาไว้ ถึงแม้ว่าเงินที่ยักยอกเอาไว้ จะเป็นเงินที่สามีของนาง บิดาของเด็ก ๆ เป็นคนหามาก็ตาม แต่เมื่อมาอยู่ในมือของนางแล้ว ก็ย่อมเป็นของนางผู้เดียว คนอื่นไม่มีสิทธิ์นำไปใช้

หลังจากยืนพักจนอาการหายใจไม่ทันหายไป หลางกุ้ยตานก็ออกวิ่งไปตามทิศทางที่เด็ก ๆ หายตัวไป ซึ่งออกมาไกลจากบ้านพอสมควร จนกระทั่งมาถึงบริเวณสระน้ำใหญ่ท้ายหมู่บ้าน ก็ยังไม่เห็นวี่แววของเด็กน้อยทั้งสองแม้แต่เงา

“ข้ารู้นะ ว่าพวกเจ้าซ่อนอยู่แถวนี้ ออกมาให้ข้าตีเสียดี ๆ”

ร่างอวบอ้วน เดินสอดส่ายสายตาไปตามพุ่มไม้หรือต้นไม้ใหญ่ คาดว่าเป้าหมายคงไม่น่าจะกล้าหนีไปไกลกว่านี้หรอก

“จะออกหรือไม่ออก อย่าให้ข้าจับได้เองนะ ข้าจะตีพวกเจ้าให้ตายคาไม้หวายเลย” น้ำเสียงดุดันยังคงตะโกนข่มขู่ต่อไป สายตาก็พยายามกวาดมองไปโดยรอบ

“เอาอย่างไรดีท่านพี่ข้ากลัว”

เด็กหญิงวัยห้าหนาวจับเสื้อของพี่ชายเขย่าไปมา สีหน้าแววตาจับจ้องมองลอดผ่านพุ่มไม้ไปด้านหน้า เห็นแม่เลี้ยงเดินเลียบหาพวกตนที่บริเวณสระ ร่างเล็กสั่นสะท้านราวกับลูกนกที่ตกน้ำก็ไม่ปาน

“ไม่ต้องกลัว พี่จะไม่ยอมให้นางทำอะไรพวกเราอีกแล้ว”

คนเป็นพี่ชายดึงร่างของน้องสาวเข้ามาสวมกอด แม้ว่าตนเองจะรู้สึกหวาดกลัวแม่เลี้ยงมากก็ตาม

สายตาของเด็กทั้งสองมองตามร่างของแม่เลี้ยง ที่เดินค้นหาพวกเขา จนทั่วบริเวณสระ จนวนกลับมาหยุดที่จุดเดิม และกำลังยืนเท้าสะเอวหันหลังให้พวกเขาอยู่

โชคดีที่เขาพาน้องสาวมาซ่อนในพุ่มไม้เล็ก ๆ ที่อยู่ห่างจากสระน้ำพอสมควร หากพากันไปซ่อนอยู่แถวพุ่มไม้ใกล้สระ นางคงหาพวกเขาเจอไปแล้ว

“เจ้าเด็กเวรพวกนี้ อย่าให้ข้าเจอนะ ข้าจะฟาด ๆ ตี ๆ ให้ตายคามือข้าเลย” เสียงสบถอย่างหัวเสียของแม่เลี้ยง ทำให้ร่างเล็กที่อยู่ในวงแขนพี่ชายยิ่งสั่นสะท้านมากขึ้นกว่าเดิม พร้อมกับหยดน้ำใสที่ไหลรินออกมา

“พี่ชาย นางจะฆ่าพวกเราแล้ว ข้ากลัว ข้าอยากกลับไปหาท่านพ่อ”

เด็กชายวัยแปดหนาว รีบยกมือข้างหนึ่งปิดปากน้องสาวเอาไว้ กั้นไม่ให้เสียงพูด เสียงสะอื้น ดังลอยไปเข้าหูสตรีใจร้ายเข้า พร้อมกับขบคิด หาหนทางรอดให้ตนเองกับน้องสาว

ดูจากคำพูดของแม่เลี้ยง กับสิ่งที่พวกเขาทำแล้ว นางคงไม่ปล่อยเขากับน้องสาวเอาไว้แน่ จะกลับไปพึ่งท่านปู่ท่านย่าก็ไม่ได้ เพราะคนเหล่านั้นก็ใจร้ายพอ ๆ กับแม่เลี้ยง

ครั้นจะกลับไปพึ่งบิดา ท่านก็กำลังได้รับบาดเจ็บขยับตัวไม่ได้ คงไม่สามารถปกป้องเขากับน้องให้พ้นจากน้ำมือของนางได้

เด็กชายครุ่นคิดอย่างหนัก ทั้งอยากจะปกป้องน้องสาว ทั้งคิดย้อนไปถึงความร้ายกาจของมารดาเลี้ยง ทำให้เกิดความคิดในทางที่ผิดขึ้นมาชั่ววูบหนึ่ง

“อิงเอ๋อร์รอพี่อยู่ตรงนี้ก่อนนะ อย่าออกไปไหน”

“ท่านพี่ จะไปไหนหรือเจ้าค่ะ ฮึก ๆ” เด็กหญิงเอ่ยถามไปสะอื้นไห้ไป

“พี่จะทำให้พวกเราไม่ต้องถูกนางรังแกอีกต่อไป”

กล่าวจบเด็กชายวัยแปดหนาวก็ค่อย ๆ ย่องออกจากที่ซ่อน ขยับเข้าไปใกล้ร่างของแม่เลี้ยง ที่กำลังยืนบ่นหันหน้าไปทางสระน้ำ หันหลังให้เขา

จากนั้นเมื่อกะระยะได้ที่ ก็ออกวิ่งอย่างสุดกำลัง ทุ่มเทแรงกายทั้งหมด ชนกระแทกกับแผ่นหลังของสตรีร่างใหญ่ จนอีกฝ่ายที่ไม่ทันตั้งตัว เกิดเสียหลักโงนเงนไปมา แล้วคะมำหน้าทิ่มตกลงไปในสระน้ำ จนเกิดเสียงดัง พร้อมกับน้ำที่กระจายตัวออกทุกทิศทาง

...ตู้ม...

ร่างอวบอ้วนกระแทกผิวน้ำอย่างแรง ก่อนจะจมลงไปใต้ผิวน้ำเกือบครึ่งผิง หลางกุ้ยตานกลืนน้ำเข้าไปหลายอึก ก่อนจะใช้สองมือวักน้ำ ตะเกียกตะกาย พยายามดันตัวให้โผล่พ้นผิวน้ำได้สำเร็จ

“ช่วยด้วย ใครก็ได้ ข้าว่ายน้ำไม่เป็น”

“ท่านพี่”

เด็กหญิงเห็นสิ่งที่พี่ชายกระทำเต็มสองตา รีบวิ่งออกจากหลังพุ่มไม้ ตรงมายังขอบสระ ใบหน้าอ่อนเยาว์ยังเปื้อนไปด้วยคราบน้ำตา

เสียงเรียกของน้องสาว ปลุกให้คนเป็นพี่ชาย ที่ยืนนิ่ง ตกตะลึงกับสิ่งที่ตนเองพึ่งกระทำลงไป ได้รู้สึกตัว ความกลัวเข้าครอบงำจิตใจทันที ที่ได้เห็นภาพแม่เลี้ยงใจร้าย กำลังตะเกียกตะกายพยายามจะเอาชีวิตรอด หนำซ้ำยังแหกปากร้องขอความช่วยเหลืออย่างน่าเวทนา

“ช่วยด้วย ช่วยข้าด้วย”

“ทะ...ท่านพี่ ท่านแม่จะตายหรือไม่เจ้าคะ”

ดวงตาเล็กของเด็กชายเบิกกว้าง...นี้ข้าทำอะไรลงไป ข้าคิดสังหารคนได้อย่างไร

‘หม่าเหวินฝู’ รู้ตัวแล้วว่าได้กระทำความผิดร้ายแรง หากแม่เลี้ยงต้องมาตายเพราะน้ำมือของเขา เขาจะต้องถูกทางการจับตัวไป ท่านพ่อกับน้องสาวก็จะไม่มีใครคอยดูแล และยังจะต้องมีเวรกรรมติดตัวอีก

เร็วเกินความคิด เด็กชายรีบกระโดดลงสระน้ำไป ตั้งใจจะเข้าไปช่วยแม่เลี้ยงของตน

“ท่านพี่” เสียงเด็กหญิงหวีดร้องเรียกพี่ชาย เพราะตั้งแต่เล็กจนอายุเท่านี้ พวกตนไม่เคยได้เรียนว่ายน้ำเลย แล้วแบบนี้พี่ชายของนางจะเป็นเช่นไรเล่า

หม่าเหวินฝูกลัวแต่ว่าแม่เลี้ยงจะตายเพราะตนเอง จึงกระโดดลงมา โดยไม่ทันคิดว่าตนเองว่ายน้ำไม่เป็น ถึงได้ต้องมาตกอยู่ในสภาพตะเกียกตะกายเอาชีวิตรอดเช่นแม่เลี้ยงของตน

“ท่านพี่”

‘หม่าเหม่ยอิง’ วิ่งวนกลับไปกลับมามองภาพพี่ชายกับแม่เลี้ยงเดี๋ยวผลุบเดี๋ยวโผล่ ปากก็ร้องเรียกขอความช่วยเหลือ หยดน้ำตายิ่งหลั่งไหลออกมามากกว่าเดิมอีก เด็กหญิงหวาดกลัวจับใจเหลือเกินว่าจะสูญเสียพี่ชายไป

“ช่วย...” หลางกุ้ยตานหมดเรี่ยวแรงที่จะพยุงตัวให้ลอยอยู่เหนือน้ำแล้ว ร่างอวบอ้วนค่อย ๆ จมลึกลงไปใต้น้ำ ก่อนที่สติจะดับวูบไป นางก็กลืนน้ำเข้าไปหลายอึก เกิดความทรมานอย่างแสนสาหัส จนร่างกายกระตุกสองถึงสามที แล้วก็แน่นิ่งไปเลย...