ข้าเชื่อใจพวกท่าน
นางไห่ซื่อจำต้องพูดโกหกเรื่องที่นางพบเจอสมุนไพรราคาดีบนภูเขา พอนำไปขายได้เงินมาจึงซื้อของเข้าเรือนและซื้อเกวียนวัวมาใช้ พอเป็นเช่นนี้ชาวบ้านจึงให้คนสนใจว่าพบบริเวณใด พวกตนจะได้ขึ้นเขาไปหาบ้าง ไห่ฉิงไม่รู้เรื่องทั้งหมด แต่เห็นภรรยาพูดโกหกหน้าตาเฉยจึงได้เข้ามาช่วยเหลือนาง บอกกล่าวตำแหน่งมั่วๆ ให้ชาวบ้านไป
พอไล่ทุกคนกลับไปแล้ว ตระกูลไห่จึงได้พาซีซีเข้าไปพูดคุยกันด้านในเรือน “จะบอกข้าได้หรือยังว่าเจ้าได้เงินมามากเพียงใดกันแน่”
ซีซี นำถุงเงินที่เตรียมเอาไว้ให้ตระกูลไห่เป็นก้อนทองหนึ่งร้อยตำลึงทองออกมาวางตรงหน้าพวกเขา “เงินก้อนนี้ข้ายกให้พวกท่านไปใช้เปิดร้านค้าในเมืองเจ้าค่ะ”
“สวรรค์!!! เจ้านำสิ่งใดไปขายกันแน่”
“ซีเออร์ มันมากเกินไป เจ้าควรเก็บเอาไว้ใช้เป็นสินเดิมของเจ้า หากกลัวหายลุงเก็บเอาไว้ให้เจ้าก่อนได้ แต่เจ้าไม่ควรยกให้พวกข้าทั้งหมดเช่นนี้”
ซีซีหยิบถุงเงินออกมาอีกถุง ในถุงเหลืออยู่ไม่ถึงห้าสิบตำลึงเงินแล้ว “ข้ายังมีเหลืออยู่เจ้าค่ะ เงินถุงนี้” นางชี้ไปที่ถุงเงินในมือของนางไห่ซื่อ “อยู่กับข้าก็ไม่เกิดประโยชน์อันใด สู้ท่านลุงนำไปเปิดร้านเครื่องเรือน แล้วแบ่งกำไรสองส่วนให้ข้าดีกว่า”
“เช่นนั้นก็ทำสัญญากันไว้ จะได้เป็นประโยชน์ต่อเจ้า”
“มิต้องเจ้าค่ะ ข้าเชื่อใจพวกท่าน” ถึงคนตระกูลไห่จะไม่แบ่งกำไรให้นาง นางก็ไม่ได้ว่าอันใด เพราะตั้งใจจะมอบเงินก้อนนี้ให้พวกเขาอยู่แล้ว
“กับผู้อื่นเจ้าอย่าได้เชื่อใจเช่นนี้เด็ดขาด” นางไห่ซื่อไม่คิดว่าเด็กน้อยที่นางให้ความเมตตายามที่นางลำบาก จะตอบแทนนางมากถึงเพียงนี้
“เจ้าค่ะ พี่ซานท่าอยากจะเข้าสำนักศึกษาไม่ใช่หรือตอนนี้ท่านเข้าได้เลย พี่ชางหากท่านพบสตรีที่พึงใจ ดูแล้วนางเป็นคนดีจะใช้เงินก้อนนี้แต่งนางข้าก็ไม่ว่าท่าน”
“เออ...ข้าจะได้เรียนจริงหรือ” ไห่ซานไม่อยากจะเชื่อ ทุกอย่างดูเหมือนความฝันไปเสียหมด
“เด็กโง่ ข้ารับปากซีเออร์แล้วหากเหลือเงินมากพอจะให้เจ้าเข้าเรียน อาชางตอนนี้เจ้ามีคนที่หมายปองแล้วหรือยัง”
“มะ มีแล้วขอรับ” ไห่ชางชอบพอกับคนงานในร้านค้าด้วยกัน ถึงครอบครัวของนางจะยากจนแต่นางก็ขยันทำงาน ทั้งสองพูดคุยกันแล้วว่าจะช่วยกันเก็บเงินเพื่อแต่งงาน ทางบ้านของนางก็เรียกเงินเพียงแค่สามตำลึงกับผ้าสองพับเท่านั้น
“ดีเลย ข้าซื้อผ้ามาให้ท่านใช้ในวันแต่งพอดี” ซีซีเลื่อนผ้าหลายพับที่นางซื้อมาให้คนตระกูลไห่
“เจ้าไม่ได้ซื้อมาตัดชุดเองหรือ”
“ข้ากลัวว่าท่านป้าจะเหนื่อยตัดชุดให้ข้าจึงซื้อชุดที่ตัดเรียบร้อยแล้วเจ้าค่ะ ผ้าพวกนี้ข้าซื้อมาให้พวกท่านตัดชุด แต่ในเมื่อพี่ชางจะแต่งภรรยาก็ควรจะยกผ้าเนื้อดีสองพับนี้ให้นาง ถือว่าเป็นของขวัญที่ข้ามอบให้ในวันแต่งก็แล้วกันเจ้าค่ะ” ซีซีเห็นพวกเขากำลังจะอ้าปากโต้แย้ง นางจึงรีบเอ่ยว่าเป็นของขวัญ
“ขอบใจเจ้ามากซีซี เจ้าก็เหมือนน้องสาวของข้า ต่อไปข้าจะไม่ยอมให้ผู้ใดมารังแกเจ้าอีกแล้ว”
“ข้าก็อยากรู้ว่ามีผู้ใดอยากจะรังแกข้า” นางยิ้มบางให้พวกเขา
เรื่องเปิดร้านเครื่องเรือนคนตระกูลไห่มีแผนการกันอยู่แล้ว ซีซีนางเลยไม่ได้เข้าไปยุ่ง พอกินอาหารเย็นเรียบร้อยซีซีนางก็ขอตัวกลับเรือน ไห่ชางกับไห่ซานยังช่วยนางถือของมาส่งที่เรือน
“เจ้าอยู่ลำพังข้าเห็นว่าไม่ปลอดภัยนัก ย้ายไปอยู่ที่เรือนของพวกข้าดีหรือไม่ ให้ท่านพ่อต่อห้องเพิ่มให้เจ้า” ไห่ซานมองนางอย่างเป็นห่วง
“ไม่ต้องเจ้าค่ะ ข้าอยู่ได้”
“หากเจ้ากลัวผู้อื่นจะมองไม่ดี ให้ท่านพ่อข้ารับเจ้าเป็นบุตรบุญธรรมดีหรือไม่” ไห่ชางช่วยพูดอีกคน
“หากรับข้าเป็นบุตรบุญธรรมตอนนี้ ชาวบ้านจะไม่ยิ่งพูดว่าข้าเป็นพวกฉวยโอกาสหรือเจ้าคะ”
“แต่เงิน...” ไห่ซานกำลังจะพูดว่าเป็นเงินของซีซี แต่ถูกสายตาของนางห้ามเอาไว้ก่อน
“เรื่องที่พูดคุยกันภายในเรือน พวกท่านอย่าได้นำไปพูดที่ใดเป็นอันขาด กลับไปเถิดเจ้าค่ะ มีสายตาหลายคู่นักที่อยากรู้ว่าพวกเราพูดคุยสิ่งใดกัน” สองพี่น้องตระกูลไห่มองไปรอบตัวก็เห็นว่ามีคนสองสามคนกำลังมองมาที่พวกเขาอยู่
“อืม เจ้ากลับเข้าเรือนได้แล้ว ลงกลอนให้ดี หากมีสิ่งใด...เจ้าร้องให้สุดเสียงพวกข้าจะรีบมา”
“เจ้าค่ะ” ซีซีอมยิ้มมองทั้งสองที่ดูจะเป็นห่วงนางไม่น้อยเลย
พอสองพี่น้องกลับไปแล้ว ซีซีนางแสร้งทำถุงเงินหล่นจนก้อนตำลึงเงินที่อยู่ด้านในกลิ้งออกมาด้านนอกหลายก่อน นางจึงรีบก้มลงเก็บอย่างลนลานแล้วรีบปิดประตูลงกลอนทันที คนที่อยู่ด้านนอกมองหน้ากันอย่างเจ้าเล่ห์ แต่ไม่รู้เลยว่าแม่นางน้อยที่คิดว่าจะจัดการนางได้ง่ายที่อยู่ด้านในเรือนเพียงลำพัง ตอนนี้กำลังยิ้มกว้างรอต้อนรับอยู่ด้านใน
