ซาตานประกาศรัก: Declaration of Love

128.0K · ยังไม่จบ
พิชชากร
59
บท
435
ยอดวิว
9.0
การให้คะแนน

บทย่อ

เมื่อฝ่ายชายถือคติว่าตื๊อเท่านั้นที่จะครองโลกและในที่สุดก็จะได้ครองใจเธอ หากฝ่ายสาวกลับเกลียดผู้ชายสายพันธุ์อย่างเขาเข้าไส้ เรื่องราวแสนชุลมุนทว่าแฝงไว้ด้วยความเร่าร้อนของพวกเขาจะลงเอยกันแบบไหน แล้วไฟรักเร่าร้อนแห่งสิเน่หาของทั้งคู่จะร้อนแรงสักเพียงใด “Do you believe in love at first sight or should I walk by again?” (คุณเชื่อในรักแรกพบหรือเปล่าครับ ถ้าคุณไม่เชื่อ จะให้ผมเดินวนกลับมาใหม่อีกครั้งก็ได้นะครับ) นั่นคือคำหลีสาวแสนลิเกของแมทธิว หนุ่มลูกครึ่งสุดหล่อแสนทะลึ่ง “I think you should keep walking!” (ฉันว่านายมาทางไหนก็กลับไปทางนั้นเลย!!) และนั่นคือคำตอกกลับของนคนันทินี สาวสวยที่เกลียดผู้ชายปากว่ามือถึงอย่างเขาที่สุด เมื่อบุพเพอาละวาดให้หนุ่มขี้เล่นสะดุดรักนางฟ้ามาจุติอย่างนคนันทินีตั้งแต่แรกพบ หัวใจเพลย์บอยสั่นไหวจนต้องตามขายขนมจีบในแบบที่ไม่มีชายใดในโลกนี้เคยทำมาก่อน ทำเอาหญิงสาวทั้งตะลึง อึ้ง เสียวกับมุกจีบสาวเสี่ยว ๆ ของเขา... หากในยามที่แมทธิวหวาน...เขาก็หวานเสียจนน้ำตาลเรียกพี่ แล้วนคนันทินีจะต้านทานเพลิงรักแสนร้อนแรงของหนุ่มเจ้าเสน่ห์ได้ยังไง... หรือเธอจะแพ้พ่ายต่อเพลิงพิศวาสของเขาอย่างจำนนให้เขาทั้งตัวและหัวใจ... ก็ในเมื่อ เขาเร่าร้อนจนเธอแทบละลาย เขาอ่อนหวานจนเธอแทบมลาย และเขาร้อนแรงจนเธอแทบขาดใจตาย...

นิยายรักโรแมนติกนิยายปัจจุบันรักหวานๆดราม่ามาเฟียโรงแรม/มหาลัยโรแมนติกพระเอกเก่งฟินๆหนุ่มเจ้าสำราญ

1 How it all begins: สะดุดรักนางฟ้ามาจุติ

ร่างสูงใหญ่ของแม็ทธิว แม็คคินลี่ที่กำลังเดินออกมาจากอาคารผู้โดยสารขาเข้าของสนามบินนานาชาติสุวรรณภูมิตกเป็นเป้าสายตาของผู้พบเห็นบริเวณนั้นแทบทุกคู่ นอกจากความสูงถึง 190 เซนติเมตรอันโดดเด่นเป็นที่เตะตาแล้ว เขายังมีใบหน้าอันหล่อเหลาราวดาราฮอลลีวูดก็ไม่ปาน

และถึงแม้จะอยู่ในชุดเสื้อผ้าซอมซ่ออย่างเสื้อยืดกับกางเกงขาสั้นแค่เข่า ทว่าไม่ได้ทำให้ความหล่อเหลาในตัวเขาเลือนหายไปแม้แต่น้อย หากกลับทำให้เขากลายเป็นผู้ชายมาดเซอร์ที่ดูดีที่สุดในโลกเลยก็ว่าได้...

หนุ่มลูกครึ่งไทย-อเมริกันเดินทางมาเมืองไทยเพราะตั้งใจจะมาเซอร์ไพรส์น้องสาวอย่างลัลล์สลิตาที่เดินทางมาที่นี่ก่อนหน้านี้แล้ว และต้องการตัดความสัมพันธ์กับคู่ขาช่างตื๊ออย่างทิฟฟานี แอนเดอร์สันอีกด้วย ชายหนุ่มจึงแอบหนีมาไทยแบบไม่ให้อีกฝ่ายได้ทันตั้งตัว จึงเป็นสาเหตุให้เขาต้องมาขึ้นเครื่องด้วยสภาพไม่ต่างจากนักเลงหัวถนนสักเท่าใดนัก

แม็ทธิวนั่งแท็กซี่ตรงมายังโรงแรมใจกลางเมือง The Orchid Grand Plaza ซึ่งเป็นหนึ่งในกิจการของอัครศกุลไพศาลกรุ๊ป ร่างสูงใหญ่ตามแบบฉบับชายสายพันธุ์ตะวันตกก้าวลงจากรถแท็กซี่ที่มาจอดส่งเขาตรงบริเวณประตูโรงแรม

และเดินตรงไปยังประตูโรงแรม ในขณะเดียวกัน เลขานุการตาคมของท่านประธานใหญ่แห่งอัครศกุลไพศาลกรุ๊ป นคนันทินี เพียรรักก็กำลังเดินเร็วๆ ออกมาจากโรงแรมเพื่อไปทำธุระให้เจ้านาย

ในระหว่างที่สองขายาวของหนุ่มลูกครึ่งเดินผ่านประตูโรงแรมหรูนั้น ดวงตาคมสีน้ำตาลอ่อนของเขาก็หันไปปะทะกับร่างงามของผู้หญิงคนหนึ่งซึ่งกำลังเดินสวนกับเขาออกไปข้างนอกพอดี

แม็ทธิวมองภาพสาวสวยที่กำลังเดินผ่านเขาไปไม่ต่างกับมองภาพสโลว์โมชั่น หนุ่มเจ้าเสน่ห์ตกตะลึงในความงามราวกับนางฟ้าตกสวรรค์ และเธอก็ได้มายืนอยู่ตรงหน้าอยู่ ณ เวลานี้

แม็ทธิวยืนจ้องนางฟ้าเดินดินแน่นิ่งอยู่กับที่ราวชั่วกัปชั่วกัลป์...

ผู้หญิงคนนี้ทำไมถึงได้เกิดมาสวยงามเพียบพร้อมได้ขนาดนี้ ใบหน้าเรียวรูปไข่รับกับดวงตาคมเฉียบที่ปกคลุมด้วยขนตางามงอนโดยไม่ต้องพึ่งของปลอม จมูกโด่งเป็นสันได้รูปตามนิสัยคนดื้อรั้น ริมฝีปากรูปกระจับอิ่มน่าลองลิ้มเอาความหอมหวานจากกลีบปากสีแดงนั้น ผมสีดำยาวพลิ้วสลวยดังแพรไหมยามเยื้องย้ายกาย...

พระเจ้าช่วย!! คนนี้แหละคือตัวจริง

แม็ทธิวตัดสินได้ในทันที เขาไม่คิดแม้จะรอพูดคุย ทำความรู้จัก หรือเรียนรู้อุปนิสัยใจคอของสาวสวยคนนี้เสียก่อน เขาตกลงปลงใจโดยไม่จำเป็นต้องคิดหน้าคิดหลัง เพราะมันคือความรู้สึกที่ส่งตรงจากใจ...

มันคือสัญชาตญาณที่บอกกับเขาว่า ผู้หญิงคนนี้คือคนที่เขาเฝ้าคอยให้มาเป็นเนื้อคู่ และเธอได้มาอยู่ตรงหน้าเขาแล้ว ณ บัดนี้

ร่างสูงเดินตามอนาคตแม่ของลูกซึ่งกำลังเดินตรงไปที่วินมอเตอร์ไซค์รับจ้างในทันที ขายาวๆ ที่กำลังเดินตามหลังเลขาสาวก้าวเร็วๆ ขึ้นมาหยุดขวางทางร่างเล็กเอาไว้ด้านหน้า ใบหน้าคมเข้มก้มลงพิจารณาสาวสวยหาที่ติไม่ได้ตรงหน้าอีกครั้ง พร้อมทั้งส่งสายตาชวนฝันให้กับคนตัวเล็กที่กำลังยืนหน้ามุ่ยเพราะฝรั่งตัวโตและยังไร้มารยาท...

“Excuse me! Do I know you? Can I help you with something?” (ขอโทษค่ะ เรารู้จักกันหรือคะ ไม่ทราบว่ามีอะไรให้ช่วยไหมคะ)

นคนันทินีที่กำลังรีบสุดชีวิตกลับต้องหยุดเดินเพราะมีคนไร้มารยาทมาขวางทางเอาไว้ แต่ก็ยิ้มให้และถามไปอย่างสุภาพในฐานะเจ้าบ้านที่ดี ด้วยการต้อนรับนักท่องเที่ยวที่อาจจะหลงทางหรือต้องการความช่วยเหลืออยู่

...แต่ไอ้สีหน้าและแววตาที่กำลังจ้องมายังเธออย่างสำรวจตรวจตรานี่สิ มันน่าควักลูกตาให้อีกากินนักเชียว อดคิดในใจไม่ได้ว่าไปรู้จักกับคนตัวโตมาแต่ชาติปางไหนหรือเปล่า

“Do you believe in love at first sight or should I walk by again?” (คุณเชื่อในรักแรกพบหรือเปล่าครับ ถ้าคุณไม่เชื่อ จะให้ผมเดินวนกลับมาใหม่อีกครั้งก็ได้นะครับ)

แม็ทธิวเปิดปากถามไปอย่างที่ใจสั่ง เขาไม่ได้ตั้งใจจะใช้มุกตลาดๆ อย่างนี้แม้แต่น้อย แต่ผู้หญิงตาคมผมยาวผิวสีน้ำผึ้งคนนี้ที่ตรงตามสเปกที่เขาตั้งไว้ทุกอย่างต่างหาก ทำให้หัวใจเพลย์บอยของเขาสั่นไหวอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน จนส่งผลให้ระดับความเป็นมือพระกาฬในการจีบสาวลดเหลือแค่ศูนย์

ไม่สิ...มันติดลบไปต่างหาก

“I think you should keep walking!!” (ฉันว่านายมาจากทางไหนก็กลับไปทางนั้นเลย!!)

เลขาสาวที่ตอนนี้รู้แล้วว่าคนตรงหน้าก็แค่ฝรั่งโรคจิตคนหนึ่งเท่านั้น จึงแว้ดกลับไปอย่างไม่รักษาน้ำใจ

‘หน็อย! อีตาฝรั่งขี้นก คิดจะจีบฉันหรือ เร็วไปหนึ่งล้านปีแสงย่ะ’

“Does it hurt when you fall from heaven?” (ไม่ทราบว่านางฟ้าอย่างคุณเจ็บหรือเปล่าครับตอนตกลงมาจากสวรรค์)

แม้จะถูกตอกกลับมาอย่างปวดแสบปวดร้อน แต่หนุ่มจอมตื๊อก็ยังตามติดด้วยมุกจีบสาวอันไร้ซึ่งความอายบนใบหน้าหล่อเหลา งานนี้แม็ทธิวขอยึดคติด้านได้อายอด

“Not as much as that line.” (ไม่เจ็บเท่าคำหลีสาวห่วยๆ ของนายหรอก)

สาวตาคมตอกกลับอย่างไม่ยอมกัน ไม่มีปัญญาจีบผู้หญิงดีๆ หรือไง ถึงได้เอาแต่พ่นมุกลิเกออกมา

“I forgot my phone number. Can I have yours?” (ผมลืมเบอร์โทรศัพท์ของผมแล้วครับ ถ้างั้นขอเบอร์คุณแทนละกัน) ก็คนมันหลงรักตั้งแต่แรกพบไปแล้วก็ต้องตามตื๊อให้ถึงที่สุด

“Sure. 02- DONTCALLME.” (ได้สิยะ 02- อย่าโทรมาเป็นอันขาดนะยะ)

เลขาตาคมที่ตอนนี้รำคาญคนตัวโตที่รูปร่างหน้าตาไม่มีคุณสมบัติอะไรให้เธอหันไปชายตาแลได้แม้แต่น้อย สวนกลับไปอย่างเจ็บแสบให้คนฟังเจ็บๆ คันๆ

สเปกผู้ชายของเธอต้องเป็นหนุ่มผิวขาวหน้าตี๋จากประเทศเกาหลีเท่านั้น...

‘เชอะ มาขอเบอร์ฉันหรือ ให้พระอาทิตย์ขึ้นทางทิศตะวันตกก่อนแล้วฉันจะตกลง’

“OK I give up. Hi, my name is Matthew. I think you’re very pretty. What’s your name?” (โอเค ผมยอมแพ้แล้ว สวัสดีครับ ผมชื่อแม็ทธิว คุณสวยมากๆ ไม่ทราบว่าชื่ออะไรครับ) เมื่อใช้มุกจีบสาวไม่ได้ผล แม็ทธิวจึงต้องเริ่มด้วยวิธีคลาสสิกด้วยการถามกันตรงๆ แล้วจะได้ผลหรือเปล่าก็ต้องรอลุ้นเอา...

“Whatever my name is, it’s none of your business! And get out of my way. I’m in a hurry.” (ฉันจะชื่ออะไรก็ไม่ใช่ธุระกงการอะไรของนาย หลีกไป! ฉันรีบ!)

เมื่อขี้เกียจต่อปากต่อคำ เสียงหวานจึงดังขึ้นกว่าเดิม เธอตั้งใจไล่คนตรงหน้าอย่างตรงไปตรงมา แล้วเดินหนีไปทันทีแต่มีหรือว่าหนุ่มทะเล้นอย่างแม็ทธิวจะยอม ยิ่งเห็นหญิงสาวเดินหนีไปเร็วเท่าไร เขายิ่งเดินตามเร็วเท่านั้น

“กรี๊ด! ไอ้ฝรั่งไร้มารยาท ไปไกลๆ เลยนะ แนะ...ยังจะตามมาอีก”

สาวตาคมปรี๊ดแตก โมโหลูกตื๊อของฝรั่งขี้นกที่ทั้งสูงทั้งใหญ่ราวกับเสาไฟฟ้าขนาดสิบคนอุ้ม จึงหันไปแว้ดเป็นภาษาไทย ด้วยที่คิดว่ายังไงแล้วนักท่องเที่ยวคนนี้คงไม่เข้าใจ

“ไม่ต้องตามมาเลยนะอีตาโรคจิต ถ้าไม่เชื่อจะจับไปทำไม้สอยมะพร้าวแถวบ้านสวนจริงๆ ด้วย ตัวสูงอย่างกับแป้นบาส แล้วยังมาทำตัวปัญญาอ่อนเหมือนกับเด็กสามขวบอีก”

นคนันทินีแว้ดต่อด้วยถ้อยคำเจ็บแสบที่พรั่งพรูออกมาราวกับก๊อกแตก ฝรั่งตาน้ำข้าวปกติเธอก็ไม่คิดจะชายตาไปแลอยู่แล้ว แล้วยิ่งฝรั่งขี้นกผมเผ้ายุ่งเหยิงอย่างกับไปวิ่งสู้ฟัดกับเฉินหลงมา แล้วไหนหนวดเครารกรุงรังนั่นอีก

ถ้าไปโมดิฟายตัวเป็นหนุ่มหล่อสะอาดสะอ้านมาได้เมื่อไร นคนันทินีคนนี้อาจจะชายหางตาคมกริบไปแลก็ได้ย่ะ

“งั้นผมขอตามไปบ้านคุณคนสวยด้วยนะครับ” จริงๆ แล้วจะขอตามไปทุกที่เลยต่างหาก

ภาษาไทยชัดถ้อยชัดคำหลุดออกมาจากริมฝีปากแดงสุขภาพดีได้รูปของหนุ่มลูกครึ่ง ที่กำลังยิ้มให้สาวตาคมอยู่อย่างคนเจ้าเล่ห์ ให้ได้อย่างนี้สิ นอกจากสวยบาดตาบาดใจแล้วยังฉลาดเป็นกรดอีก

แบบนี้แหละ อนาคตแม่ของลูกตัวจริง...

ต่อให้ฟ้าถล่มดินทลาย ผู้ชายที่ชื่อแม็ทธิวคนนี้จะตามตื๊อคุณคนสวยไปทุกที่ทุกแห่งหน และจะคว้ามาเป็นคู่ครองให้ได้ในที่สุด นั่นคือสิ่งที่หนุ่มลูกครึ่งหมายมั่นปั้นมือเอาไว้ตั้งแต่ครั้งแรกที่ได้สบพักตร์สาวตาคมผมงามนามเพราะที่ชื่อนคนันทินี เพียรรัก…