บทนำ: จุดจบของสิบแปดมงกุฎ และจุดเริ่มต้นของเมียบำเรอ
บทนำ: จุดจบของสิบแปดมงกุฎ และจุดเริ่มต้นของเมียบำเรอ
เสียงไซเรนรถตำรวจที่ดังโหยหวนไล่หลังมา คือสิ่งสุดท้ายที่ผมจำได้
ฝนตกหนักถนนลื่น ป้ายไฟนีออนสีฉูดฉาดของย่านราตรีสะท้อนวูบวาบผ่านกระจกรถที่แตกกระจาย ร่างกายของผม... ‘ข้าวปั้น’ สิบแปดมงกุฎอัจฉริยะที่เพิ่งโกงเงินคาสิโนใต้ดินมาได้หมาดๆ กำลังลอยคว้างอยู่กลางอากาศ แรงกระแทกจากการปะทะกับราวสะพานรุนแรงจนผมไม่รู้สึกเจ็บ มีเพียงความชาหนึบและภาพความทรงจำที่ไหลย้อนกลับมาราวกับม้วนฟิล์มที่ฉายเร็วๆ
‘ฉิบหาย... ยังไม่ได้ใช้เงินสักบาท’
นั่นคือความคิดสุดท้าย ก่อนที่สติสัมปชัญญะจะดับวูบลงสู่ความมืดมิดอันไร้ก้นบึ้ง
...
"อื้อ..."
ความรู้สึกแรกที่ปลุกผมขึ้นมาจากความตายไม่ใช่ความสงบของสวรรค์ หรือความร้อนระอุของนรก แต่มันคือ 'ความเจ็บ'
เจ็บ... เจ็บเหมือนร่างกายกำลังจะแตกออกเป็นเสี่ยงๆ โดยเฉพาะช่วงล่างที่ร้าวระบมจนขยับขาแทบไม่ได้ ความรู้สึกปวดหนึบแล่นริ้วขึ้นมาถึงสันหลังราวกับเพิ่งผ่านการใช้งานอย่างหนักหน่วงมาทั้งคืน
ผมพยายามปรือตาขึ้น ภาพตรงหน้าพร่ามัวไปด้วยแสงสีส้มสลัวจากโคมไฟหัวเตียง กลิ่นหอมเย็นๆ ผสมกลิ่นบุหรี่ราคาแพงลอยมาแตะจมูก มันไม่ใช่กลิ่นยาฆ่าเชื้อในโรงพยาบาล และสัมผัสที่รองรับแผ่นหลังอยู่ก็ไม่ใช่เตียงคนไข้แข็งๆ แต่เป็นฟูกนุ่มยวบยาบที่ดูดวิญญาณได้ดีเป็นบ้า
นี่ผมรอดตายเหรอ? ตำรวจจับผมมาขังไว้ในโรงแรมหรูงั้นเหรอ? บ้าไปแล้ว
"จะนอนสำออยไปถึงเมื่อไหร่"
เสียงทุ้มต่ำติดจะแหบพร่าดังขึ้นจากมุมมืดของห้อง น้ำเสียงนั้นเย็นเยียบไร้เยื่อใยจนขนแขนผมลุกชันโดยอัตโนมัติ
ผมกะพริบตาถี่ๆ ปรับโฟกัสสายตา จนกระทั่งมองเห็นร่างสูงใหญ่ของใครบางคนนั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟาปลายเตียง เขาอยู่ในชุดคลุมอาบน้ำสีดำสนิทที่แหวกออกจนเห็นแผงอกกว้างและกล้ามท้องเป็นลอนสวย ในมือคียบุหรี่ที่ปล่อยควันสีเทาลอยฟุ้ง
แต่สิ่งที่น่ากลัวกว่าร่างกายกำยำนั่น คือใบหน้าหล่อเหลาคมคายที่กำลังมองมา
ดวงตาเรียวรีดุดันเหมือนเหยี่ยว จมูกโด่งเป็นสัน ริมฝีปากหยักได้รูปที่กำลังเหยียดยิ้มเยาะ... ผู้ชายคนนี้ดูอันตราย อันตรายยิ่งกว่าเจ้าของบ่อนที่ผมเพิ่งไปปล้นมาเสียอีก
"คะ... คุณเป็นใคร" ผมถามเสียงแหบแห้ง คอแห้งผากเหมือนคนขาดน้ำมาเป็นวัน
ชายคนนั้นเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง ก่อนจะหัวเราะในลำคอเบาๆ เป็นเสียงหัวเราะที่ฟังดูแล้วน่าขนลุกพิลึก
"เรียกร้องความสนใจเก่งขึ้นนี่... ควีน" เขาเอ่ยชื่อที่ไม่ใช่ชื่อผม ก่อนจะลุกขึ้นยืนเต็มความสูง แล้วเดินตรงเข้ามาที่เตียง รังสีอำมหิตแผ่ออกมาจากตัวเขารุนแรงจนผมเผลอถดตัวหนีจนหลังชนหัวเตียง
"เมื่อกี้ยังร้องครวญครางขอให้กู 'เอา' แรงๆ อยู่เลย พอเสร็จกิจแล้วแกล้งความจำเสื่อมหรือไง?"
ห้ะ?
เดี๋ยวนะ... เอา? เสร็จกิจ?
สมองผมประมวลผลเร็วรี่ ผมก้มลงมองตัวเองและพบความจริงที่น่าตื่นตระหนก ร่างกายนี้... มันขาวเกินไป ผอมบางเกินไป แถมยังมีรอยจ้ำแดงๆ เป็นปื้นกระจายอยู่ทั่วหน้าอกและหน้าท้อง ราวกับเพิ่งผ่านสมรภูมิรบมาอย่างหนัก
นี่ไม่ใช่ตัวผม! นี่ไม่ใช่ร่างกายของไอ้ข้าวปั้นคนนั้น!
ทันใดนั้น ความทรงจำที่ไม่ใช่ของผมก็ไหลบ่าเข้ามาในหัวราวกับน้ำป่า ชื่อของเจ้าของร่างนี้คือ 'ควีน'... อายุ 22 ปี อาชีพ... ไม่มี เป็นเด็กกำพร้าที่ถูกซื้อตัวมา และผู้ชายตรงหน้านี้คือ 'คิง'... หรือ 'อัคคี' มาเฟียหนุ่มผู้ทรงอิทธิพล เจ้าของธุรกิจสีเทาครึ่งประเทศ
เชี่ย... คุ้นๆ นะพล็อตแบบนี้
ชื่อคิง... ชื่อควีน... มาเฟีย... เมียเก็บ...
ดวงตาผมเบิกโพลงเมื่อนึกออกว่าเคยเห็นชื่อพวกนี้ที่ไหน มันคือนิยายวายเรื่อง 'กรงรักมาเฟีย' ที่ยัยน้องสาวตัวดีชอบเปิดค้างไว้ในไอแพด และผมก็ดันมือบอนไปกดอ่านผ่านๆ
ในนิยายเรื่องนั้น พระเอกชื่อ 'พยัคฆ์' นายเอกชื่อ 'วาโย' ส่วน 'คิง' คือตัวร้ายโรคจิตที่คอยขัดขวางความรักของพระเอก และมีจุดจบคือถูกยิงตายห่าคาโกดังร้างพร้อมกับระเบิดอีกลูกใหญ่
แล้ว 'ควีน' ล่ะ? ควีนคือตัวประกอบเกรด B... เป็นเมียบำเรอขัดดอกที่คิงเลี้ยงไว้ระบายอารมณ์ บทบาทมีแค่โผล่มาโดนเอากับโดนด่า แล้วก็ตายโง่ๆ ในตอนที่ 50 เพราะรับกระสุนแทนคิง
"ชิบหาย..." ผมเผลออุทานออกมาเสียงดัง
"ปากเก่งขึ้นนะมึง" คิงโน้มตัวลงมา ใช้มือหนาบีบปลายคางผมอย่างแรงจนรู้สึกเจ็บ ใบหน้าหล่อเหลาเลื่อนเข้ามาใกล้จนสัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นร้อน "จำใส่หัวกลวงๆ ของมึงไว้ หน้าที่ของมึงคือบำเรอกูบนเตียง อย่าคิดสำคัญตัวไปยุ่งเรื่องงานของกู... แล้วก็เลิกทำหน้าเหมือนจะตายสักที เห็นแล้วหมดอารมณ์"
เขาสะบัดหน้าผมออกอย่างแรงจนหน้าหัน ก่อนจะเดินไปหยิบเช็คเงินสดใบหนึ่งบนโต๊ะหัวเตียงแล้วปาใส่หน้าผม กระดาษแผ่นบางบาดแก้มผมเบาๆ ก่อนจะร่วงลงบนตัก
"ค่าตัวเดือนนี้... ไสหัวกลับห้องมึงไปได้แล้ว กูจะนอน"
พูดจบเขาก็หันหลังเดินกลับไปที่โซฟา ไม่แม้แต่จะชายตามองผมอีก
ผมนั่งนิ่งอยู่บนเตียง มือหยิบเช็คใบนั้นขึ้นมาดู ตัวเลขหกหลักบนนั้นทำให้ตาผมลุกวาววูบหนึ่ง แต่มันเทียบไม่ได้เลยกับความตื่นตระหนกที่กำลังกัดกินใจ
ผมตายแล้ว... และมาเกิดใหม่ในร่างของตัวประกอบที่จะต้องตายซ้ำสอง!
แถมยังต้องมาเป็นที่รองรับอารมณ์ของไอ้บอสตัวร้ายปากหมาที่เพิ่งจะโยนเงินใส่หัวผมเมื่อกี้อีก
ไม่... ไม่มีทาง! คนอย่างไอ้ข้าวปั้น ตายแล้วเกิดใหม่ทั้งที จะให้มานอนรอความตายเป็นผักปลาได้ยังไง ในนิยายเขียนไว้ว่าอีก 3 เดือน 'วาโย' นายเอกตัวจริงจะปรากฏตัว และคิงจะเริ่มเบื่อควีน
3 เดือน...
ผมกำเช็คในมือแน่น ดวงตาที่เคยสั่นระริกเปลี่ยนเป็นแน่วแน่
ผมมีเวลา 3 เดือนในการกอบโกยเงินจากไอ้ตัวร้ายนี่ให้มากที่สุด แล้วหนีไปให้ไกลสุดขอบโลกก่อนที่พล็อตเรื่องบัดซบนั่นจะลากผมลงนรก
"ขอบคุณครับ... ป๋า"
ผมกัดฟันพูดเสียงหวานหยดจริต ส่งยิ้มการค้าที่ใช้หลอกเหยื่อมานับไม่ถ้วนไปให้แผ่นหลังกว้างนั้น คิงชะงักกึก หันขวับมามองผมด้วยสายตาแปลกใจระคนสงสัย แต่นั่นแหละคือสิ่งที่ผมต้องการ
เกมนี้... ถ้าจะรอด มันต้องเล่นนอกบท!
