บท
ตั้งค่า

ตอนที่ 5 ท่านไม่จำเป็นต้องอธิบาย

ตอนที่ 5 ท่านไม่จำเป็นต้องอธิบาย

รถม้าคันเล็กแล่นผ่านถนนสายหลัก ก่อนจะเลี้ยวเข้าสู่ตรอกเงียบสงบทางทิศตะวันออกของเมืองหลวง

หลินเย่วซินเลิกม่านหน้าต่างขึ้นเล็กน้อย มองเรือนพักที่นางเช่าเอาไว้ล่วงหน้าปรากฏอยู่เบื้องหน้า

เรือนหลังนี้ไม่ใหญ่โต ไม่มีสวนดอกไม้หรูหรา ไม่มีบ่าวรับใช้เดินขวักไขว่เหมือนจวนหลิน ทว่าทุกสิ่งล้วนเป็นอิสระของนาง

นับจากวันนี้ ไม่ว่าใครจะรักหรือเกลียดนาง ก็ไม่มีสิทธิ์ใช้ความรู้สึกของตนมาบงการชีวิตนางอีก

“คุณหนู ถึงแล้วเจ้าค่ะ”

สาวใช้ที่ติดตามนางมาตั้งแต่เด็กเอ่ยเสียงเบา เย่วซินพยักหน้า ก่อนก้าวลงจากรถม้าโดยไม่หันกลับไปมองเส้นทางที่เพิ่งจากมา

นางคิดว่าตนเองจะได้พักสงบสักสองสามวัน

แต่ดูเหมือนบางคนจะไม่ยอมปล่อยนางไปง่าย ๆ

“คุณหนูหลิน!”

เสียงบุรุษที่คุ้นเคยดังมาจากด้านหลัง

เย่วซินหยุดฝีเท้าเพียงครู่เดียว ก่อนหันกลับไปอย่างสงบนิ่ง

เซียวจิ่งเหยียนยืนอยู่ไม่ไกลนัก เสื้อคลุมของเขามีฝุ่นจากการเดินทาง ใบหน้าหล่อเหลาปรากฏร่องรอยไม่พอใจอย่างชัดเจน เมื่อเห็นว่านางไม่ได้รีบร้อนเข้าหา ไม่ได้ถามไถ่ และไม่ได้แสดงความน้อยใจเหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา

เขากลับเป็นฝ่ายรู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติ

“ในที่สุดเจ้าก็ยอมพบข้าเสียที”

เย่วซินมองเขาแวบหนึ่ง “ท่านมีธุระอันใดหรือเจ้าคะ”

คำถามเรียบง่ายนั้นทำให้จิ่งเหยียนขมวดคิ้ว

เมื่อก่อน หากเขามาหานางด้วยตนเอง นางคงดีใจจนปิดไม่มิด ต่อให้ก่อนหน้านั้นทะเลาะกันเพียงใด นางก็จะรีบเชิญเขาเข้าห้อง จัดชาร้อนให้ แล้วหาโอกาสถามว่าเขายังโกรธนางอยู่หรือไม่

แต่วันนี้ นางกลับถามราวกับเขาเป็นเพียงแขกแปลกหน้าคนหนึ่ง

“ข้ามาเพราะเรื่องหว่านหนิง”

นัยน์ตาของเย่วซินไม่ไหวติง

“นางเพิ่งกลับคืนสู่ตระกูลหลิน ยังไม่คุ้นเคยกับผู้คนในเมืองหลวง อีกทั้งที่ผ่านมาไม่เคยได้รับความรักจากครอบครัวอย่างที่ควรจะเป็น ข้าจึงต้องดูแลนางให้มากหน่อย เรื่องในงานเลี้ยงวันนั้น ข้าเพียงเห็นนางเสียใจจึงพานางออกไปก่อน ไม่ได้หมายความว่าข้าตั้งใจจะทำให้เจ้าอับอาย”

เขาหยุดเล็กน้อย ก่อนกล่าวต่อด้วยน้ำเสียงที่คิดว่ามีเหตุผลที่สุดแล้ว

“เจ้าเป็นพี่สาวในตระกูล ย่อมเข้าใจว่านางต้องใช้เวลาปรับตัว ข้าไม่คิดว่าเจ้าจะถือสาเรื่องเล็กน้อยเช่นนี้จนถึงขั้นถอนหมั้น แล้วยังออกจากจวนหลินอีก”

เย่วซินยืนฟังจนเขาพูดจบ

ไม่มีคำโต้แย้ง ไม่มีน้ำตา ไม่มีแม้แต่แววตาตัดพ้อ

เมื่อก่อนนางคงอธิบายให้เขาฟังซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่า หว่านหนิงเป็นฝ่ายกล่าวหานางก่อน นางไม่ได้รังแกน้องสาว และคนที่ทำให้นางเจ็บปวดที่สุดก็คือเขา ผู้ซึ่งไม่เคยคิดจะถามความจริงจากปากนางเลยสักครั้ง

แต่ในชีวิตนี้ นางไม่มีความจำเป็นต้องทำให้คนที่ไม่เคยเชื่อนางเข้าใจอีกแล้ว

“พูดจบแล้วหรือเจ้าคะ”

จิ่งเหยียนชะงัก “อะไรนะ?”

“หากท่านพูดจบแล้ว ข้าก็ขอตัว”

นางหันกาย เตรียมเดินเข้าประตูเรือน

“หลินเย่วซิน!”

เสียงเรียกของเขาเข้มขึ้น “ข้าอุตส่าห์มาหาเจ้าถึงที่นี่ เพื่ออธิบายเรื่องทั้งหมดให้เข้าใจ เจ้าคิดจะตอบข้าเพียงเท่านี้หรือ?”

เย่วซินหยุดฝีเท้าอีกครั้ง

คราวนี้นางหันกลับมามองเขาตรง ๆ

“ท่านไม่จำเป็นต้องอธิบายเจ้าค่ะ”

จิ่งเหยียนมองนางอย่างไม่เข้าใจ

นางกล่าวต่อด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

“ไม่ว่าท่านจะดูแลหลินหว่านหนิงเพราะสงสารนาง เพราะเห็นใจนาง หรือเพราะรู้สึกว่านางสำคัญกว่าข้า ล้วนเป็นเรื่องที่ท่านมีสิทธิ์เลือกทั้งสิ้น ข้าไม่มีสิทธิ์บังคับให้ท่านทำอย่างอื่น”

“แล้วเจ้าไม่โกรธหรือ?”

คำถามหลุดออกจากปากเขาเร็วกว่าที่คิด

เย่วซินนิ่งไปชั่วขณะ คล้ายกำลังทบทวนคำถามที่ไม่จำเป็นต้องตอบด้วยซ้ำ

“เมื่อก่อนข้าโกรธเจ้าค่ะ”

จิ่งเหยียนจ้องนาง

“ข้าเคยโกรธที่ท่านเชื่อนางโดยไม่ถามข้า เคยเสียใจที่ท่านเห็นน้ำตาของนางสำคัญกว่าคำอธิบายของข้า และเคยคิดว่าหากข้าพยายามมากกว่านี้ สักวันหนึ่งท่านอาจมองเห็นความจริงใจของข้า”

เสียงของนางไม่ได้สั่นไหว แต่ทุกคำกลับชัดเจนจนยากจะหลบเลี่ยง

“ทว่าตอนนี้ ข้าไม่อยากพยายามอีกแล้ว”

นางเว้นจังหวะ ก่อนเอ่ยประโยคที่ทำให้สีหน้าของเขาแข็งค้าง

“เพราะข้าไม่ได้สนใจอีกต่อไปแล้วเจ้าค่ะ”

ลมเย็นพัดผ่านระหว่างคนทั้งสอง

จิ่งเหยียนรู้สึกเหมือนถูกบางสิ่งกระแทกเข้ากลางอก

เขาเตรียมคำอธิบายมามากมาย เตรียมแม้กระทั่งคำตำหนิที่คิดว่าจะทำให้นางยอมอ่อนข้อเหมือนแต่ก่อน แต่ไม่เคยคิดเลยว่านางจะไม่ต้องการคำอธิบายจากเขาอีกแล้ว

“เจ้าอย่ามาใช้คำพูดเช่นนี้หลอกข้า”

เขาก้าวเข้ามาหนึ่งก้าว น้ำเสียงเต็มไปด้วยความไม่พอใจ

“ข้ารู้จักเจ้าดี หลินเย่วซิน เจ้าไม่เคยตัดใจจากข้าได้จริง ๆ ที่เจ้าถอนหมั้น ที่เจ้าออกจากจวนหลิน ทั้งหมดก็เพราะต้องการให้ข้าร้อนใจใช่หรือไม่?”

เย่วซินมองเขาเงียบ ๆ

เขายิ่งพูดก็ยิ่งมั่นใจในข้อสรุปของตนเอง ราวกับหากยอมรับว่านางไม่ต้องการเขาแล้ว สิ่งที่เขาเชื่อมาตลอดหลายปีจะกลายเป็นเรื่องน่าขัน

“เจ้าเคยตามข้าไม่ห่าง เพียงข้าไม่ไปพบสักสองสามวัน เจ้าก็ส่งคนมาถามข่าว ตอนนี้กลับทำเป็นไม่สนใจ เจ้าใช้ความเงียบลงโทษข้าอยู่ใช่หรือไม่?”

คำกล่าวหานั้นทำให้สาวใช้ข้างกายนางหน้าซีด รีบก้มหน้าลง ไม่กล้าเอ่ยแทรก

แต่เย่วซินกลับหัวเราะเบา ๆ

ไม่ใช่เสียงหัวเราะเยาะเย้ย หากเป็นเสียงหัวเราะของคนที่เพิ่งเข้าใจว่า ต่อให้นางเปลี่ยนไปมากเพียงใด อีกฝ่ายก็ยังมองนางผ่านความทรงจำเก่า ๆ ของตนเอง

“เซียวจิ่งเหยียน ท่านคิดว่าตนเองสำคัญกับข้ามากถึงเพียงนั้นเชียวหรือเจ้าคะ?”

ใบหน้าของเขาพลันเคร่งขรึม

“เจ้า...”

“เมื่อก่อน ข้าอาจเคยรอให้ท่านมาหา รอให้ท่านอธิบาย รอให้ท่านเห็นใจข้าสักครั้ง แต่ท่านรู้หรือไม่ว่าการรอคอยเช่นนั้นทำให้ข้าเป็นอย่างไร?”

เย่วซินไม่ได้รอให้เขาตอบ

“ข้าเอาแต่ถามตนเองว่าข้าทำผิดตรงไหน เหตุใดท่านจึงไม่เชื่อข้า เหตุใดข้าต้องเป็นฝ่ายยอมทุกครั้ง เพียงเพื่อรักษาความสัมพันธ์ที่มีอยู่ฝ่ายเดียว”

ปลายนิ้วของนางเย็นเฉียบ ทว่าหัวใจกลับสงบอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

“ข้าเคยคิดว่าหากรักท่านมากพอ ท่านจะเห็นค่าของข้าเอง แต่ตอนนี้ข้าเข้าใจแล้วว่า ต่อให้ข้ามอบทุกสิ่งให้ท่าน ท่านก็ยังอาจมองว่าสิ่งเหล่านั้นเป็นเรื่องที่ข้าสมควรทำ”

จิ่งเหยียนเม้มริมฝีปากแน่น

“ข้าไม่ได้คิดเช่นนั้น”

“เช่นนั้นหรือเจ้าคะ?”

เย่วซินเอียงศีรษะเล็กน้อย

“ในงานเลี้ยงวันนั้น ท่านเคยถามข้าหรือไม่ว่าเกิดอะไรขึ้น? ท่านเคยเปิดโอกาสให้ข้าอธิบายหรือไม่? หรือเพียงเห็นหว่านหนิงร้องไห้ ท่านก็คิดว่าข้าต้องเป็นฝ่ายผิดตามที่เคยเป็นมา?”

จิ่งเหยียนนิ่งงัน

ภาพในวันนั้นผุดขึ้นในความทรงจำ เขายังจำได้ว่าเย่วซินยืนอยู่กลางห้องโถง สีหน้าซีดขาว ดวงตาแดงก่ำ ราวกับมีถ้อยคำมากมายต้องการกล่าว

แต่เขากลับเลือกพาหว่านหนิงออกไป

ในเวลานั้น เขาไม่เคยคิดว่านางจะเสียใจมากเพียงใด เพราะในความคิดของเขา หลินเย่วซินย่อมเป็นฝ่ายกลับมาหาเขาในภายหลังเสมอ

นางเคยทำเช่นนั้นมาตลอด

เขาจึงไม่เคยคิดว่าครั้งนี้จะต่างออกไป

“ข้าเพียงไม่อยากให้เรื่องบานปลาย…” เขาพยายามอธิบายอีกครั้ง

“ข้าทราบเจ้าค่ะ”

นางตอบทันที จนเขาพูดต่อไม่ออก

“ท่านไม่จำเป็นต้องอธิบายอีกแล้วจริง ๆ”

แววตาของนางไม่มีความเกลียดชัง ไม่มีความอาฆาต และไม่มีความหวังเหลืออยู่

ความว่างเปล่านั้นต่างหากที่ทำให้จิ่งเหยียนรู้สึกไม่สบายใจ

หากนางร้องไห้ เขายังพอปลอบได้

หากนางโกรธ เขายังพอคิดว่านางหึงหวง

หากนางตำหนิเขา เขายังพอใช้เหตุผลตอบโต้

แต่เมื่อนางไม่ต้องการสิ่งใดจากเขาเลย เขากลับไม่รู้ว่าควรทำอย่างไร

“เจ้าจะเสียใจในภายหลัง” เขากล่าวเสียงเย็น “เมื่อไม่มีตระกูลหลิน ไม่มีคู่หมั้นอย่างข้าคอยดูแล เจ้าอาจพบว่าการใช้ชีวิตตามลำพังไม่ง่ายอย่างที่คิด”

เย่วซินมองเขาอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนยิ้มบาง ๆ

“หากวันหนึ่งข้าเสียใจ นั่นก็เป็นเรื่องที่ข้าต้องรับผิดชอบเอง ไม่จำเป็นต้องให้ท่านกังวล”

นางก้าวผ่านเขาไป

“แต่ขอให้ท่านจำไว้เรื่องหนึ่ง เซียวจิ่งเหยียน”

เขาหันกลับมาโดยไม่รู้ตัว

“ข้าไม่ได้ออกจากจวนหลินเพื่อให้ท่านตามมาง้อ และไม่ได้ถอนหมั้นเพื่อให้ท่านเห็นคุณค่าของข้า ข้าเพียงไม่ต้องการใช้ชีวิตที่เหลืออยู่ เพื่อรอให้ใครสักคนเลือกข้าอีกต่อไป”

นางหยุดอยู่ตรงธรณีประตู ก่อนหันกลับมาเป็นครั้งสุดท้าย

“ท่านเลือกหลินหว่านหนิงได้ ข้าก็เลือกตัวเองได้เช่นกัน”

กล่าวจบ นางก็เดินเข้าเรือนไปโดยไม่หันกลับมาอีก

บานประตูค่อย ๆ ปิดลงต่อหน้าจิ่งเหยียน

ไม่มีเสียงสะอื้น ไม่มีคำเรียกรั้ง และไม่มีแม้แต่เงาร่างที่ยืนรอให้เขาเปลี่ยนใจ

เขายืนนิ่งอยู่ตรงนั้นนานกว่าที่คิด

เป็นครั้งแรกที่เขารู้สึกว่า ระยะห่างระหว่างตนเองกับหลินเย่วซินไม่ได้เกิดจากประตูบานหนึ่ง หากเกิดจากบางสิ่งที่เขาอาจไม่มีวันข้ามไปได้อีก

________________________________________

ภายในเรือน เย่วซินนั่งลงข้างหน้าต่าง สาวใช้ยกชาร้อนมาวางตรงหน้า ก่อนเอ่ยอย่างอดไม่ได้

“คุณหนู ท่านเซียวช่างไร้เหตุผลนักเจ้าค่ะ เขาทำให้ท่านเสียใจแท้ ๆ แต่กลับหาว่าท่านกำลังลงโทษเขาอีก”

เย่วซินยกถ้วยชาขึ้นจิบ

“เพราะเขาเคยชินกับการที่ข้าเป็นฝ่ายยอม”

“แล้วหากเขากลับมาหาอีกเล่าเจ้าคะ?”

“ก็ไม่ต้องให้เข้ามา”

คำตอบของนางเรียบง่ายจนสาวใช้ชะงักไป

เย่วซินวางถ้วยชาลง แล้วหยิบสมุดบัญชีที่เตรียมไว้ขึ้นมาเปิด

จากนี้นางมีเรื่องสำคัญต้องทำมากมาย เงินที่นำออกมาจากจวนหลินเป็นทรัพย์สินที่นางมีสิทธิ์โดยชอบธรรม แต่หากต้องการใช้ชีวิตโดยไม่พึ่งพาผู้ใด นางจำเป็นต้องสร้างรากฐานของตนเองให้มั่นคง

นางไม่คิดกลับไปขอความช่วยเหลือจากตระกูลหลิน และยิ่งไม่คิดใช้การแต่งงานเป็นทางออกของชีวิต

ในเก้าสิบเก้าชีวิตที่ผ่านมา นางเคยทุ่มเททุกอย่างเพื่อให้ผู้อื่นรัก

ชีวิตที่ร้อยนี้ นางจะใช้ความสามารถทั้งหมดเพื่อสร้างสิ่งที่เป็นของตนเอง

และหากคนเหล่านั้นคิดว่านางจะต้องล้มเหลวเมื่อไร้พวกเขา…

นางก็จะทำให้พวกเขาได้เห็นด้วยตาตนเองว่า พวกเขาคิดผิดเพียงใด

________________________________________

อีกด้านหนึ่ง เมื่อจิ่งเหยียนกลับถึงจวนเซียว ความหงุดหงิดในใจกลับไม่ลดลงเลย

เขาบอกตนเองซ้ำ ๆ ว่าเย่วซินเพียงกำลังประชด นางคงยังโกรธเรื่องงานเลี้ยงวันนั้น และเมื่อเวลาผ่านไป นางย่อมกลับมาเหมือนเดิม

แต่ภาพดวงตาที่ไร้ความคาดหวังของนางกลับติดอยู่ในความคิด ไม่ว่าเขาจะพยายามสลัดออกเพียงใดก็ตาม

ในขณะเดียวกัน ข่าวที่เขาไปหาเย่วซินก็เดินทางไปถึงหูหลินหว่านหนิงอย่างรวดเร็ว

“ท่านพี่จิ่งเหยียนไปหานางถึงเรือนพักหรือ?”

หว่านหนิงกำผ้าเช็ดหน้าแน่น สีหน้าอ่อนโยนที่ใช้ต่อหน้าผู้อื่นค่อย ๆ แข็งค้าง

สาวใช้พยักหน้า “เจ้าค่ะ ได้ยินว่าท่านเซียวไปด้วยตนเอง แต่คุณหนูใหญ่ไม่ได้เชิญท่านเข้าเรือนด้วยซ้ำ”

หว่านหนิงรู้สึกเหมือนมีไฟร้อนลามขึ้นกลางอก

นางเพิ่งกลับมาอยู่ในตระกูลหลินได้ไม่นาน ทุกคนต่างปลอบใจนาง เห็นใจนาง และพยายามชดเชยเวลาที่สูญเสียไป

แต่สิ่งหนึ่งที่นางไม่เคยยอมรับได้ก็คือ ไม่ว่านางจะได้รับความรักจากคนรอบข้างมากเพียงใด หลินเย่วซินก็ยังมีบางสิ่งที่นางต้องการอยู่ดี

ความมั่นใจที่ไม่ต้องร้องขอจากใคร

และตอนนี้ เย่วซินกลับกำลังจะหลุดพ้นจากทุกสิ่งที่เคยผูกมัดนางไว้

“นางตั้งใจทำเช่นนี้แน่” หว่านหนิงพึมพำ “นางต้องการทำให้ทุกคนคิดว่านางไม่สนใจ แล้วรอให้พวกเราร้อนใจตามไปง้อ”

แต่เมื่อกล่าวจบ นางกลับไม่อาจสงบใจลงได้

เพราะหากเย่วซินยังต้องการความรักจากเซียวจิ่งเหยียนจริง เหตุใดจึงไม่ฉวยโอกาสที่เขามาหาถึงที่เพื่อเรียกร้องสิ่งใดจากเขา?

เหตุใดจึงยอมปล่อยมือได้ง่ายดายเช่นนั้น?

หว่านหนิงกัดริมฝีปาก ความอิจฉาค่อย ๆ แปรเปลี่ยนเป็นความหวาดระแวง

หากพี่สาวคนนี้ไม่ต้องการแย่งชิงอีกต่อไป หากไม่ต้องการกลับไปอยู่ใต้เงาของนาง แล้วสิ่งที่นางเคยใช้สร้างความได้เปรียบจะยังมีความหมายอะไร?

“ไม่ได้การแล้ว”

หว่านหนิงลุกขึ้นยืน ดวงตาที่เคยฉ่ำวาวด้วยหยาดน้ำตาบัดนี้กลับเย็นเยียบ

“ข้าจะปล่อยให้นางใช้ชีวิตอย่างสงบเช่นนี้ไม่ได้”

นางไม่รู้เลยว่า สิ่งที่ทำให้เย่วซินน่ากลัวที่สุดในตอนนี้ ไม่ใช่ความเกลียดชังหรือความต้องการเอาคืน

แต่เป็นการที่เย่วซินไม่คิดแข่งขันกับนางอีกแล้ว

เพราะคนที่ยังต้องแข่งขัน ย่อมยังมองเห็นอีกฝ่ายอยู่ในสายตา

ส่วนคนที่เดินจากไปโดยไม่หันกลับมา…

อาจไม่เหลือแม้แต่พื้นที่ให้ใครเข้ามาทำร้ายได้อีก

และในคืนเดียวกันนั้นเอง หว่านหนิงก็ตัดสินใจทำบางสิ่งที่จะทำให้หลินเย่วซินไม่อาจใช้ชีวิตอย่างสงบได้อีกต่อไป

จบตอนที่ 5

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel